ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อิติวุตตกะ
  10. /
  11. ติกนิบาต
  12. /
  13. ๕. ปัญจมวรรค
  14. /
  15. ๔. อัคคิสูตร

๔. อัคคิสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๗๓ · บรรทัด ๖๓๖๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. อัคคิสูตร

ว่าด้วยไฟกิเลส

[๙๓]

แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

“ภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้

ไฟ ๓ กอง คือ

๑. ไฟคือราคะ ๒. ไฟคือโทสะ ๓. ไฟคือโมหะ

ภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้แล”

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงอริยสัจ ๔ ประการ (ขุ.อิติ.อ. ๙๒/๓๓๕)

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

ไฟคือราคะ ย่อมเผาผลาญนรชนผู้กำหนัด

หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย

ไฟคือโทสะ ย่อมเผาผลาญนรชนผู้มีจิตพยาบาท ชอบฆ่าสัตว์

ไฟคือโมหะ ย่อมเผาผลาญนรชนผู้ลุ่มหลง

ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ

หมู่สัตว์ เมื่อไม่รู้จักไฟทั้ง ๓ กองนี้

จึงยินดียิ่งในสักกายะ ๑-

ไม่พ้นจากบ่วงแห่งมาร สั่งสมเพื่อเกิดในนรก

กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน อสุรกาย และแดนเปรต

ส่วนชนทั้งหลายผู้หมั่นอบรมตนในศาสนธรรม

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งกลางวันและกลางคืน

หมั่นเจริญอสุภสัญญาเป็นนิตย์

ย่อมทำไฟคือราคะให้ดับลงได้

ชนทั้งหลายที่มีคุณธรรมสูง

ย่อมดับไฟคือโทสะลงได้ด้วยเมตตา

และย่อมดับไฟคือโมหะด้วยปัญญา

อันเป็นเครื่องทำลายกิเลสได้เด็ดขาด

ชนผู้มีปัญญารักษาตนเหล่านั้น

ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน

ดับไฟทั้ง ๓ กองนั้นได้แล้ว

ชื่อว่าดับกิเลสได้สิ้นเชิง ล่วงพ้นทุกข์ได้ทั้งสิ้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ยินดียิ่งในสักกายะ หมายถึงเพลิดเพลินยินดีในอุปาทานขันธ์ ๕ ด้วยอำนาจตัณหา ทิฏฐิ และมานะ

@(ขุ.อิติ.อ. ๙๓/๓๓๗)

บัณฑิตทั้งหลายผู้เห็นแจ้งอริยสัจ

จบเวท รู้สิ่งทั้งปวงโดยชอบ

ย่อมไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก

เพราะรู้ยิ่งถึงภาวะที่สิ้นสุดการเกิด

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

อัคคิสูตรที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๓. สังฆาฏิสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๕. ปัญจมวรรคพระสูตรถัดไป๕. อุปปริกขยสูตร