ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๑๒. อัตตวรรค

๑๒. อัตตวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๒ · บรรทัด ๖๙๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๒. อัตตวรรค

หมวดว่าด้วยตน

๑. โพธิราชกุมารวัตถุ

เรื่องโพธิราชกุมาร

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่โพธิราชกุมาร ดังนี้)

[๑๕๗]

ถ้าบุคคลรู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนนั้นไว้ให้ดี

บัณฑิตพึงประคับประคองตนไว้ให้ได้ ๑-

อย่างน้อยยามใดยามหนึ่งใน ๓ ยาม ๒-

๒. อุปนันทสักยปุตตเถรวัตถุ

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตรเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุหนุ่ม ๒ รูป ดังนี้)

[๑๕๘]

บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณธรรมที่เหมาะสมก่อน

แล้วสอนคนอื่นในภายหลัง ๓- จึงจะไม่มัวหมอง ๔-

@เชิงอรรถ :

@๑ ประคับประคองตน ในที่นี้หมายถึงถ้าเป็นคฤหัสถ์ก็ควรทำบุญ มีทานและศีล เป็นต้น ถ้าเป็นบรรพชิต

@ก็ควรขวนขวายทำวัตรปฏิบัติศึกษาพระปริยัติและเจริญกัมมัฏฐาน (ขุ.ธ.อ. ๖/๕)

@๒ ยาม ในที่นี้หมายถึงวัย ได้แก่ ระยะของอายุ มี ๓ คือ ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย (ขุ.ธ.อ. ๖/๔-๕)

@๓ หมายถึงเมื่อบัณฑิตประสงค์จะสอนผู้อื่นด้วยคุณธรรมมีความมักน้อย เป็นต้น หรือด้วยปฏิปทาของอริยวงศ์

@ตนเองจะต้องดำรงอยู่ในคุณธรรมนั้นก่อน (ขุ.ธ.อ. ๖/๘)

@๔ ไม่มัวหมอง หมายถึงไม่ถูกนินทา (ขุ.ธ.อ. ๖/๘)

๓. ปธานิกติสสเถรวัตถุ

เรื่องพระปธานิกติสสเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูป ดังนี้)

[๑๕๙]

บุคคลสอนผู้อื่นอย่างไร ก็พึงทำตนอย่างนั้น

ผู้ที่ฝึกตนดีแล้ว จึงควรฝึก(ผู้อื่น)

เพราะตนนั่นแลฝึกได้ยากยิ่ง

๔. กุมารกัสสปมาตาวัตถุ

เรื่องมารดาของพระกุมารกัสสปเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๑๖๐]

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ๑- บุคคลอื่นใครเล่า จะเป็นที่พึ่งได้

เพราะบุคคลที่ฝึกตนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งอันได้โดยยาก

๕. มหากาลอุปาสกวัตถุ

เรื่องมหากาลอุบาสก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๑๖๑]

บาปที่ตนเองทำ เกิดในตน มีตนเป็นแดนเกิด

ย่อมทำลายคนมีปัญญาทราม

เหมือนเพชรที่เกิดจากหินทำลายแก้วมณี ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน หมายถึงตนเองเท่านั้นที่จะสามารถทำกุศลแล้วเข้าถึงสวรรค์ หรือบรรลุมรรคผล

@ได้ที่พึ่งที่ได้ยากคืออรหัตตผล ไม่มีใครอื่นจะทำให้ได้ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕)

๖. เทวทัตตวัตถุ

เรื่องพระเทวทัต

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๑๖๒]

ความทุศีลโดยสิ้นเชิง ๑-

ย่อมรึงรัดอัตภาพของบุคคลผู้ทุศีลไว้

ดุจเถาวัลย์ที่รึงรัดต้นสาละไว้

เขาย่อมทำตนให้วิบัติดุจโจรปรารถนาให้เขาวิบัติ ฉะนั้น

๗. สังฆเภทปริสักกนวัตถุ

เรื่องความพยายามเพื่อทำลายสงฆ์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนท์ปรารภถึงพระเทวทัต ดังนี้)

[๑๖๓]

กรรมที่ไม่ดี และไม่มีประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย

ส่วนกรรมที่ดี และมีประโยชน์ ทำได้ยากอย่างยิ่ง

๘. กาลเถรวัตถุ

เรื่องพระกาลเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระกาลเถระและชนทั้งหลาย ดังนี้)

[๑๖๔]

ผู้มีปัญญาทราม อาศัยทิฏฐิชั่ว

คัดค้านคำสอนของพระอริยะ

ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ดำรงอยู่โดยธรรม

การคัดค้านและทิฏฐิชั่วนั้น

เกิดขึ้นมาเพื่อทำลายตนเอง

เหมือนขุยไผ่ทำลายต้นไผ่ ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ความทุศีลโดยสิ้นเชิง ในที่นี้หมายถึงตัณหาที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยทวารทั้ง ๖ (ขุ.ธ.อ. ๖/๒๐)

๙. จูฬกาลอุปาสกวัตถุ

เรื่องจูฬกาลอุบาสก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่จูฬกาลอุบาสก ดังนี้)

[๑๖๕]

ตนทำบาปกรรมเอง ก็เศร้าหมองเอง ๑-

ตนไม่ทำบาปกรรมเอง ก็บริสุทธิ์เอง

ความบริสุทธิ์ และไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน

คนอื่นจะทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้ ๒-

๑๐. อัตตทัตถเถรวัตถุ

เรื่องพระอัตตทัตถเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอัตตทัตถเถระ ดังนี้)

[๑๖๖]

บุคคลไม่ควรให้ประโยชน์ตน ๓- เสียไป

เพราะประโยชน์คนอื่นแม้มาก

เมื่อรู้ประโยชน์ตนแล้ว

ก็ควรขวนขวายในประโยชน์ตน

อัตตวรรคที่ ๑๒ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ เศร้าหมองเอง หมายถึงเสวยทุกข์ในอบาย คือ นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสุรกาย (ขุ.ธ.อ. ๖/๒๕)

@๒ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๘/๔๑, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๓๓/๑๖๖, อภิ.ก. ๓๗/๗๔๓/๔๓๕-๔๓๖

@๓ ประโยชน์ตน หมายถึงอริยผล ในที่นี้ ตรัสมุ่งกัมมัฏฐานเป็นหลัก (ขุ.ธ.อ. ๖/๒๖)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๑. ชราวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๑๓. โลกวรรค