ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๑๔. พุทธวรรค

๑๔. พุทธวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๔ · บรรทัด ๗๔๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๔. พุทธวรรค

หมวดว่าด้วยเรื่องพระพุทธเจ้า

๑. มารธีตาวัตถุ

เรื่องธิดามาร

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ธิดามาร ๓ นาง คือ นางตัณหา นางอรดี และนางราคา ดังนี้)

[๑๗๙]

กิเลสที่พระพุทธเจ้าพระองค์ใดทรงชนะแล้ว

พระองค์จะไม่ทรงกลับแพ้อีก

กิเลสสักน้อยหนึ่งในโลกไม่ติดตามพระองค์ผู้ชนะได้แล้ว

พวกท่านจักนำพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ผู้มีพระญาณหาที่สุดมิได้ ผู้ไม่มีร่องรอย ๑- ไปด้วยร่องรอยอะไรเล่า

[๑๘๐]

ตัณหาดุจตาข่าย ชื่อว่า วิสัตติกา ๒-

ไม่มีแก่พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เพื่อนำไปในภพไหนๆ

พวกท่านจักนำพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ผู้มีพระญาณหาที่สุดมิได้ ผู้ไม่มีร่องรอย ไปด้วยร่องรอยอะไรเล่า

๒. ยมกปาฏิหาริยวัตถุ

เรื่องยมกปาฏิหาริย์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสนคร ดังนี้)

[๑๘๑]

ท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่าใดใฝ่ใจในฌาน ยินดีในเนกขัมมะ ๓-

แม้ทวยเทพก็ชื่นชมท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่านั้น

ผู้มีสติ ตรัสรู้เองโดยชอบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ร่องรอย ในที่นี้หมายถึงกิเลสมีราคะเป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๖/๖๕)

@๒ วิสัตติกา หมายถึงตัณหาที่ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ (ขุ.ธ.อ. ๖/๖๖)

@๓ เนกขัมมะ ในที่นี้หมายถึงนิพพานเป็นที่สงบระงับกิเลส (ขุ.ธ.อ. ๖/๙๑)

๓. เอรกปัตตนาคราชวัตถุ

เรื่องพญานาคชื่อเอรกปัตต์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พญานาคชื่อเอรกปัตต์ ดังนี้)

[๑๘๒]

การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็นับว่ายาก

การดำรงชีวิตอยู่ของเหล่าสัตว์ก็นับว่ายาก

การที่จะได้ฟังสัทธรรมก็นับว่ายาก

การที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายจะเสด็จอุบัติขึ้นก็ยิ่งยาก ๑-

๔. อานันทเถรปัญหวัตถุ

เรื่องปัญหาของพระอานนทเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนทเถระ ดังนี้)

[๑๘๓]

การไม่ทำบาปทั้งปวง

การทำกุศลให้ถึงพร้อม

การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ๒-

นี้คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

[๑๘๔]

ความอดทนคือความอดกลั้นเป็นตบะอย่างยิ่ง

พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า นิพพานเป็นบรมธรรม

ผู้ทำร้ายผู้อื่น ไม่ชื่อว่า เป็นบรรพชิต

ผู้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่า เป็นสมณะ

@เชิงอรรถ :

@๑ การเกิดเป็นมนุษย์ นับว่ายาก เพราะจะต้องได้มาด้วยความพยายามมากและด้วยกุศลมาก การดำรง

@ชีวิตอยู่ นับว่ายาก เพราะต้องทำการงานเลี้ยงชีวิต และเพราะต้องดำรงชีวิตอยู่เพียงชั่วระยะนิดหน่อย

@การได้ฟังสัทธรรม นับว่ายาก เพราะหาผู้แสดงได้ยาก การที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้น

@นับว่ายาก เพราะจะต้องบำเพ็ญบารมีด้วยความพยายามอันยิ่งใหญ่จึงจะสำเร็จได้ และจะต้องใช้เวลา

@หลายพันโกฏิกัปจึงจะเสด็จอุบัติขึ้นได้ (ขุ.ธ.อ. ๖/๙๙)

@๒ การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว หมายถึงการทำจิตของตนให้ผ่องใสปราศจากนิวรณ์ ๕ ประการ

@(ขุ.ธ.อ. ๖/๑๐๑)

[๑๘๕]

การไม่กล่าวร้ายผู้อื่น การไม่เบียดเบียนผู้อื่น

ความสำรวมในปาติโมกข์

ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร

การอยู่ในเสนาสนะที่สงัด

การประกอบความเพียรในอธิจิต ๑-

นี้คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๒-

๕. อนภิรติภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุผู้ไม่ยินดี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ดังนี้)

[๑๘๖]

ความอิ่มในกามทั้งหลาย

มีไม่ได้ด้วยกหาปณะที่หลั่งมาดังห่าฝน

กามทั้งหลายมีสุขน้อย มีทุกข์มาก

[๑๘๗]

บัณฑิตรู้อย่างนี้แล้ว

ย่อมไม่ยินดีในกามทั้งหลายแม้ที่เป็นทิพย์

สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เป็นผู้ยินดีในความสิ้นตัณหา

@เชิงอรรถ :

@๑ อธิจิต ในที่นี้หมายถึงสมาบัติ ๘ รวมถึงไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญาด้วย (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๐๒)

@๒ ดูอุทานข้อ ๓๖ หน้า ๒๔๔ ในเล่มนี้ และดู ที.ม. (แปล) ๑๐/๙๐/๕๑

๖. อัคคิทัตตปุโรหิตวัตถุ

เรื่องอัคคิทัตตปุโรหิต

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อัคคิทัตตะผู้ออกบวชเป็นฤๅษีและบริวาร ดังนี้)

[๑๘๘]

มนุษย์จำนวนมาก ผู้ถูกภัยคุกคาม

ต่างถึงภูเขา ป่าไม้ อาราม และรุกขเจดีย์เป็นสรณะ

[๑๘๙]

นั่นมิใช่สรณะอันเกษม นั่นมิใช่สรณะอันสูงสุด

เพราะผู้อาศัยสรณะเช่นนั้น ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวง

[๑๙๐]

ส่วนผู้ที่ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ

ย่อมใช้ปัญญาชอบพิจารณาเห็นอริยสัจ ๔ ประการ คือ

[๑๙๑]

ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์

และอริยมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสงบระงับทุกข์

[๑๙๒]

นั่นเป็นสรณะอันเกษม นั่นเป็นสรณะอันสูงสุด

เพราะผู้อาศัยสรณะเช่นนั้น

ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ๑-

๗. อานันทเถรวัตถุ

เรื่องพระอานนทเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนทเถระ ดังนี้)

[๑๙๓]

บุรุษอาชาไนยหาได้ยาก เพราะว่าท่านไม่เกิดในที่ทั่วไป

ท่านเป็นนักปราชญ์ ไปเกิดในตระกูลใด

ตระกูลนั้นย่อมมีแต่ความสุข

@เชิงอรรถ :

@๑ ทุกข์ทั้งปวง หมายถึงวัฏฏทุกข์ทั้งสิ้น (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๑๑)

๘. สัมพหุลภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุหลายรูป

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูป ดังนี้)

[๑๙๔]

การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นเหตุนำสุขมาให้

การแสดงสัทธรรม เป็นเหตุนำสุขมาให้

ความสามัคคีของหมู่ เป็นเหตุนำสุขมาให้

ความเพียรของคนที่สามัคคีกัน เป็นเหตุนำสุขมาให้

๙. กัสสปทสพลสุวัณณเจติยวัตถุ

เรื่องพระเจดีย์ทองของพระกัสสปทศพล

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๑๙๕]

บุญของบุคคลผู้บูชาท่านผู้ควรบูชา

คือพระพุทธเจ้า หรือพระสาวก

ผู้ก้าวพ้นธรรมเครื่องเนิ่นช้า ๑-

ผู้ข้ามความโศกและความร่ำไรได้แล้ว

[๑๙๖]

ผู้คงที่ ผู้ดับกิเลสได้แล้ว

ผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหน

ใครๆ ไม่อาจนับได้ว่า

บุญนี้มีประมาณเท่านี้

พุทธวรรคที่ ๑๔ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมเครื่องเนิ่นช้า หมายถึงตัณหา ทิฏฐิ และมานะ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๑๖)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๓. โลกวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๑๕. สุขวรรค