๕. จุนทสูตร
เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๐๒ · บรรทัด ๗๑๗๗
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. จุนทสูตร
ว่าด้วยปัญหาของนายจุนทกัมมารบุตร
(นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามปัญหาดังนี้)
ข้าพระองค์ขอทูลถามพระพุทธเจ้าผู้เป็นมุนี มีพระปัญญามาก ทรงเป็นเจ้าของพระธรรม ปราศจากตัณหา ทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดในบรรดาสรรพสัตว์มีสัตว์ ๒ เท้าเป็นต้น ทรงเป็นผู้เลิศกว่านายสารถีผู้ฝึกทั้งหลายว่า ในโลกนี้มีสมณะอยู่กี่จำพวก
ขอพระองค์โปรดตรัสบอกให้ข้าพระองค์ทราบด้วยเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)
จุนทะ สมณะมีอยู่ ๔ จำพวก ไม่มีสมณะจำพวกที่ ๕ เราถูกท่านถามต่อหน้าอย่างนี้ ก็จะชี้แจงให้ท่านทราบ
สมณะ ๔ จำพวกนั้น คือ
๑. สมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค
๒. สมณะผู้แสดงมรรคแก่ชนเหล่าอื่น
๓. สมณะผู้ดำรงอยู่ในมรรค
๔. สมณะผู้ประทุษร้ายมรรค
(นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามปัญหาดังนี้)
พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก สมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรคว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้มีปกติเพ่งมรรค ไม่มีผู้เปรียบเทียบนั้นว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้ดำรงอยู่ในมรรคนั้นว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้ประทุษร้ายมรรคนั้นว่าอย่างไร ข้าพระองค์ทูลถามแล้วขอพระองค์ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงชี้แจงแก่ข้าพระองค์เถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)
พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก สมณะผู้ข้ามพ้นความสงสัยได้เด็ดขาด ปราศจากกิเลสดุจลูกศร ยินดียิ่งในนิพพาน ไม่ติดอยู่ในตัณหา ผู้แนะนำสั่งสอนชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกว่า เป็นสมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค
ภิกษุใดในธรรมวินัยนี้ รู้ว่า นิพพานเป็นบรมธรรม แล้วบอก เปิดเผยนิพพานธรรมในธรรมวินัยนี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุ ผู้ตัดความสงสัยได้แล้ว เป็นมุนี ไม่มีตัณหาทำให้หวั่นไหวนั้นว่า เป็นสมณะจำพวกที่ ๒ ผู้แสดงมรรค
ภิกษุใดเป็นผู้สำรวมแล้ว มีสติ เสพบทอันไม่มีโทษ ๑- ดำรงอยู่ในมรรคคือบทแห่งธรรมที่แสดงไว้ดีแล้ว พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุนั้นว่า เป็นสมณะจำพวกที่ ๓ ผู้ดำรงอยู่ในมรรค
ภิกษุใดทำตนเลียนแบบพระอริยะ ผู้มีวัตรดีงาม ชอบเอาหน้า ประทุษร้ายตระกูล คะนองกาย วาจา ใจ มีมายา ไม่สำรวม พูดเพ้อเจ้อ ภิกษุผู้เที่ยวเลียนแบบ จัดเป็นสมณะจำพวกที่ ๔ ผู้ประทุษร้ายมรรค
อนึ่ง คฤหัสถ์ผู้ได้สดับแล้ว เป็นอริยสาวก มีปัญญา รู้ซึ้งถึงลักษณะสมณะทั้ง ๔ จำพวกนั้น แล้วรู้ว่า สมณะทั้งหมดไม่เป็นเช่นนี้ เพราะเห็นเช่นนี้ ศรัทธาของเขาจึงไม่เสื่อมไป
@เชิงอรรถ :
@๑ เสพบทอันไม่มีโทษ หมายถึงปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๑/๘๘/๑๖๗) เพราะเห็นว่า บุคคลจะทำสมณะผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ให้เสมอกับสมณะผู้ทุศีล และสมณะผู้บริสุทธิ์ให้เสมอกับสมณะผู้ไม่บริสุทธิ์ ได้อย่างไรเล่า
จุนทสูตรที่ ๕ จบ
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที