ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๑. อุรควรรค
  12. /
  13. ๖. ปราภวสูตร

๖. ปราภวสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๐๓ · บรรทัด ๗๒๑๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. ปราภวสูตร

ว่าด้วยทางแห่งความเสื่อม

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ว่า

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น เมื่อราตรีผ่านไป ๑- เทวดาองค์หนึ่ง มีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างไปทั่วพระเชตวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วย คาถาว่า

[๙๑]

ข้าพระองค์มาทูลถามถึงคนผู้มีแต่ความเสื่อม กับพระผู้มีพระภาคผู้โคดมว่า

อะไรเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๙๒]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ๒- ผู้เสื่อมก็รู้ได้ง่าย

ผู้เจริญใคร่ธรรม ๓- ผู้เสื่อมชังธรรม

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถที่ ๔ ข้อ ๑ หน้า ๖ ในเล่มนี้

@๒ ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ในที่นี้หมายถึงผู้พัฒนาแล้ว ใครๆ ก็รู้ได้ง่ายเพราะได้เห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับการ

@ประพฤติปฏิบัติของเขา (ขุ.สุ.อ. ๑/๙๒/๑๗๑)

@๓ ใคร่ธรรม หมายถึงปรารถนาที่จะฟังและปฏิบัติตามกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๑/๙๒/๑๗๑)

[๙๓]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๒ ว่าเป็นอย่างไร

[๙๔]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนที่มีอสัตบุรุษเป็นที่รัก ไม่ทำสัตบุรุษให้เป็นที่รัก

ชอบใจธรรมของอสัตบุรุษ

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๙๕]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๒

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๓ ว่าเป็นอย่างไร

[๙๖]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้ชอบหลับอยู่เสมอ ชอบสมาคม ๑-

ไม่ขยันหมั่นเพียร เกียจคร้าน โกรธง่าย

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๙๗]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๓

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๔ ว่าเป็นอย่างไร

@เชิงอรรถ :

@๑ ชอบสมาคม หมายถึงชอบคลุกคลีและพูดคุยในเรื่องไร้สาระ (ขุ.สุ.อ. ๑/๙๖/๑๗๓)

[๙๘]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้มีความสามารถเลี้ยงตนและผู้อื่นได้

แต่ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่ชรา ผู้ผ่านวัยหนุ่มวัยสาวแล้ว

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๙๙]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๔

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๕ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๐๐]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้กล่าวมุสาวาท หลอกลวงสมณะหรือพราหมณ์

หรือแม้กระทั่งวณิพกยาจกอื่นๆ

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๐๑]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๕

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๖ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๐๒]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้มีทรัพย์มาก มีเงินทองของกินเหลือเฟือ

กินของอร่อยเพียงคนเดียว ๑-

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

@เชิงอรรถ :

@๑ กินของอร่อยเพียงคนเดียว ในที่นี้หมายถึงเป็นผู้ตระหนี่ลาภ กินโดยไม่แบ่งให้แม้กระทั่งบุตรและภรรยา

@(ขุ.สุ.อ. ๑/๑๐๒/๑๗๕)

[๑๐๓]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๖

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๗ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๐๔]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนกระด้างเพราะชาติ กระด้างเพราะทรัพย์

และกระด้างเพราะโคตร

ชอบดูหมิ่นญาติของตน

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๐๕]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๗

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๘ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๐๖]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้เป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน

ชอบล้างผลาญทรัพย์สมบัติที่ตนหามาได้

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๐๗]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๘

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๙ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๐๘]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้ไม่ยินดีภรรยาของตน ชอบเที่ยวหญิงแพศยา

ชอบคบชู้สู่สาวภรรยาคนอื่น

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๐๙]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๙

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๐ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๑๐]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

ชายแก่ได้หญิงสาววัยรุ่น มีถันเท่าผลมะพลับมาเป็นภรรยา

มักจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะความหึงหญิงสาวรุ่นนั้น

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๑๑]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๐

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๑ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๑๒]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนแต่งตั้งหญิงหรือชายผู้เป็นนักเลง

ใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือย ไว้ในความเป็นใหญ่

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๑๓]

(เทวดาทูลถามดังนี้)

ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า

ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๑

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๒ ว่าเป็นอย่างไร

[๑๑๔]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนผู้เกิดในขัตติยตระกูล มีโภคะน้อย

แต่มีความมักใหญ่ใฝ่สูง ปรารถนาจะครองราชย์

นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม

[๑๑๕]

บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะอันประเสริฐ

พิจารณาเห็นทางแห่งความเสื่อมในโลก ดังกล่าวมานี้แล้ว

ท่านย่อมคบโลกที่เจริญแน่นอน

ปราภวสูตรที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๕. จุนทสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๑. อุรควรรคพระสูตรถัดไป๗. วสลสูตร