ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๑. อุรควรรค
  12. /
  13. ๑๐. อาฬวกสูตร

๑๐. อาฬวกสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๑๐ · บรรทัด ๗๕๑๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. อาฬวกสูตร

ว่าด้วยอาฬวกยักษ์ทูลถามปัญหา

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ เขตเมืองอาฬวี ครั้งนั้น อาฬวกยักษ์ได้เข้าไปหาพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับกล่าวดังนี้ว่า “จงออกไป สมณะ” พระผู้มีพระภาคทรงรับคำว่า “ได้ท่าน” แล้วเสด็จออกไป อาฬวกยักษ์ กล่าวอีกว่า “จงเข้ามา สมณะ” พระผู้มีพระภาคทรงรับคำอีกว่า “ได้ท่าน” แล้วเสด็จเข้าไป

แม้ครั้งที่ ๒ อาฬวกยักษ์ได้กล่าวกับพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “จงออกไป สมณะ” พระผู้มีพระภาคทรงรับคำว่า “ได้ท่าน” แล้วเสด็จออกไป อาฬวกยักษ์ กล่าวอีกว่า “จงเข้ามา สมณะ” พระผู้มีพระภาคทรงรับคำอีกว่า “ได้ท่าน” แล้วเสด็จเข้าไป

แม้ครั้งที่ ๓ อาฬวกยักษ์ได้กล่าวกับพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “จงออกไป สมณะ” พระผู้มีพระภาคทรงรับคำว่า “ได้ท่าน” แล้วเสด็จออกไป อาฬวกยักษ์ กล่าวอีกว่า “จงเข้ามา สมณะ” พระผู้มีพระภาคทรงรับคำอีกว่า “ได้ท่าน” แล้วเสด็จเข้าไป

แม้ครั้งที่ ๔ อาฬวกยักษ์ได้กล่าวกับพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “จงออกไป สมณะ” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เราจะไม่ออกไปอีกแล้ว ท่านจะทำอะไรก็เชิญเถิด”

อาฬวกยักษ์กล่าวว่า “สมณะ ข้าพเจ้าจะขอตั้งปัญหาถามท่าน ถ้าท่านตอบ ข้าพเจ้าไม่ได้ ข้าพเจ้าจะควักดวงจิตของท่านออกโยนทิ้งเสีย จะขยี้หัวใจท่านให้แหลก สลาย หรือไม่ก็จะจับเท้าทั้งสองของท่านเหวี่ยงไปตกที่ฝั่งแม่น้ำคงคาฟากโน้น”

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ยักษ์เอ๋ย เรายังไม่เห็นใครสักคนเลยในโลก พร้อมทั้ง เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและ มนุษย์ ผู้จะสามารถควักดวงจิตของเราออกโยนทิ้งเสีย จะขยี้หัวใจเราให้แหลกสลาย หรือไม่ก็จะจับเท้าทั้งสองของเราเหวี่ยงไปตกที่ฝั่งแม่น้ำคงคาฟากโน้นได้ เอาเถอะ เชิญท่านถามปัญหาตามที่ท่านสงสัยเถิด”

ลำดับนั้น อาฬวกยักษ์ได้ทูลถามปัญหากับพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

[๑๘๓]

อะไรเล่าเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจที่ประเสริฐสุดของคนในโลกนี้

อะไรเล่าที่บุคคลประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้

อะไรเล่าเป็นรสที่ดีกว่ารสทั้งหลาย

บุคคลมีความเป็นอยู่อย่างไร นักปราชญ์จึงกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ

[๑๘๔]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจที่ประเสริฐสุดของคนในโลกนี้

ธรรม ๑- ที่บุคคลประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้

สัจจะเท่านั้น เป็นรสที่ดีกว่ารสทั้งหลาย

บุคคลมีความเป็นอยู่ด้วยปัญญา ๒-

นักปราชญ์จึงกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ ๓-

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (สํ.ส.อ. ๑/๗๓/๙๔, ขุ.สุ.อ. ๑/๑๘๔/๒๖๒)

@๒ มีความเป็นอยู่ด้วยปัญญา หมายถึงที่เป็นคฤหัสถ์ ก็ยินดีข้อปฏิบัติสำหรับคฤหัสถ์ คือ ขยันทำการงาน

@นับถือพระรัตนตรัย ให้ทาน รักษาศีล ๕ และศีล ๘ และที่เป็นบรรพชิตก็ยินดีข้อปฏิบัติสำหรับบรรพชิต

@คือ รักษาศีลไม่ให้ขาด และเจริญภาวนา (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๘๔/๒๖๔)

@๓ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๗๓/๘๐

[๑๘๕]

(อาฬวกยักษ์ถามดังนี้)

คนจะข้ามโอฆะได้อย่างไร

จะข้ามห้วงมหรรณพได้อย่างไร

จะล่วงพ้นทุกข์ได้อย่างไร

และจะบริสุทธิ์ได้อย่างไร

[๑๘๖]

(พระผู้พระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนจะข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา

จะข้ามห้วงมหรรณพได้ด้วยความไม่ประมาท

จะล่วงพ้นทุกข์ได้ด้วยความเพียร

และจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา

[๑๘๗]

(อาฬวกยักษ์ถามดังนี้)

คนทำอย่างไรจึงจะได้ปัญญา

ทำอย่างไรจึงจะได้ทรัพย์

ทำอย่างไรจึงจะได้เกียรติ

ทำอย่างไรจึงจะผูกใจหมู่มิตรไว้ได้

และทำอย่างไรเมื่อตายแล้วจะไม่เศร้าโศก

[๑๘๘]

(พระผู้พระภาคตรัสตอบดังนี้)

คนต้องการบรรลุนิพพาน

เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระอรหันต์

ไม่ประมาท รู้จักพินิจพิจารณา

ตั้งใจฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา

[๑๘๙]

คนปฏิบัติตนตรงต่อเวลา เอาธุระ

มีความขยันย่อมหาทรัพย์ได้

ย่อมได้เกียรติด้วยความสัตย์จริง

ผู้ให้ย่อมผูกใจหมู่มิตรไว้ได้

[๑๙๐]

คนผู้อยู่ครองเรือน มีศรัทธา

ประพฤติธรรม ๔ ประการนี้คือ

สัจจะ ธรรมะ ธิติ และจาคะ

ตายแล้วย่อมไม่เศร้าโศก

[๑๙๑]

เชิญท่านถามสมณพราหมณ์เหล่าอื่นดูเถิดว่า

ในโลกนี้ เหตุให้ได้เกียรติที่ยิ่งไปกว่าสัจจะก็ดี

เหตุให้มีปัญญาที่ยิ่งไปกว่าทมะ ๑- ก็ดี

เหตุให้ผูกมิตรสหายไว้ได้ที่ยิ่งไปกว่าจาคะก็ดี

เหตุให้หาทรัพย์ได้ที่ยิ่งไปกว่าขันติ ๒- ก็ดี มีอยู่หรือไม่

[๑๙๒]

(อาฬวกยักษ์กราบทูลดังนี้)

วันนี้ ข้าพระองค์ได้ทราบชัดถึงประโยชน์ที่จะพึงได้ในโลกหน้าแล้ว

ยังต้องถามสมณพราหมณ์เหล่าอื่นอีกทำไม

[๑๙๓]

พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่เมืองอาฬวี

เพื่อประโยชน์แก่ข้าพระองค์โดยแท้

ในวันนี้ข้าพระองค์ได้ทราบชัดถึงบุคคล

ที่ใครๆ ถวายทานแล้วมีผลมาก

[๑๙๔]

ข้าพระองค์นั้นขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว

และพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีแล้ว

เที่ยวประกาศธรรมไปทุกหนทุกแห่ง

ตามหมู่บ้านหรือตามหัวเมืองน้อยใหญ่

อาฬวกสูตรที่ ๑๐ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ คำว่า “ธรรม” ในข้อ ๑๙๐ กับคำว่า “ทมะ” ในข้อ ๑๙๑ มีความหมายเดียวกัน คือ หมายถึงปัญญา

@ที่ได้จากการฟัง และปัญญานี้เองเป็นเหตุให้ได้ปัญญาที่เป็นทั้งโลกิยะและโลกุตตระ

@(ขุ.สุ.อ. ๑/๑๙๐-๑๙๑/๒๖๗-๒๖๘)

@๒ คำว่า “ธิติ” ในข้อ ๑๙๐ กับคำว่า “ขันติ” ในข้อ ๑๙๑ มีความหมายเดียวกัน คือ หมายถึงวิริยะ

@(ความเพียร) (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๙๑/๒๖๘)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๙. เหมวตสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๑. อุรควรรคพระสูตรถัดไป๑๑. วิชยสูตร