ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๒. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๑. รตนสูตร

๑. รตนสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๑๔ · บรรทัด ๗๖๖๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. จูฬวรรค

หมวดว่าด้วยเรื่องเล็กน้อย

๑. รตนสูตร ๑-

ว่าด้วยรัตนะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสรตนสูตรดังนี้)

[๒๒๔]

ภูตทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่บนภาคพื้น

หรือผู้สิงสถิตอยู่ในอากาศ ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้

ขอให้ภูตทั้งปวงจงเป็นผู้มีใจดี และจงฟังภาษิตโดยเคารพเถิด

[๒๒๕]

เพราะฉะนั้นแล ภูตทั้งปวง ท่านจงใคร่ครวญ

จงแผ่เมตตาต่อหมู่มนุษย์ด้วยเถิด

มนุษย์เหล่าใดนำเครื่องเซ่นสรวงมาให้

ทั้งกลางวันและกลางคืน

เพราะเหตุนั้น ขอท่านทั้งหลายอย่าประมาท

จงรักษามนุษย์เหล่านั้น

[๒๒๖]

ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ หรือรัตนชาติที่ประณีตใดๆ

ที่มีในโลกนี้ ในโลกอื่น หรือในสวรรค์

ทรัพย์หรือรัตนชาตินั้นๆ ที่เสมอด้วยตถาคต ไม่มี

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

@เชิงอรรถ :

@๑ ดู ขุททกปาฐะ (รตนสูตร ข้อ ๑-๑๘ หน้า ๙-๑๔ ในเล่มนี้)

[๒๒๗]

พระศากยมุนีผู้มีพระทัยตั้งมั่น

ทรงบรรลุธรรมใดอันเป็นที่สิ้นกิเลส

ปราศจากราคะ เป็นอมตธรรมอันประณีต

ไม่มีธรรมใดๆ ที่เสมอด้วยธรรมนั้น

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๒๘]

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ

ตรัสสรรเสริญสมาธิใดว่าเป็นธรรมสะอาด

ตรัสถึงสมาธิใดว่าให้ผลโดยลำดับ

สมาธิอื่นที่เสมอด้วยสมาธินั้น ไม่มี

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๒๙]

บุคคล ๑๐๘ จำพวกที่สัตบุรุษสรรเสริญ

ซึ่งจัดเป็นบุคคล ๔ คู่ เป็นสาวกของพระสุคต

เป็นผู้ควรแก่ทักษิณา

ทานที่เขาถวายในบุคคลเหล่านั้น มีผลมาก

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๐]

บุคคลเหล่าใดในศาสนาของพระโคดมพุทธเจ้า

เป็นผู้ประกอบตนไว้ดี มีใจมั่นคง หมดความห่วงใย

บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าบรรลุอรหัตตผล

หยั่งถึงอมตนิพพาน รับรสความดับสนิทแบบได้เปล่า

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๑]

สัตบุรุษใดพิจารณาเห็นแจ้งอริยสัจ

เราเรียกสัตบุรุษนั้นว่ามีอุปมาเหมือนเสาเขื่อนที่ฝังลงดิน

อันไม่หวั่นไหวเพราะลมที่พัดมาจากทิศทั้งสี่

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๒]

พระโสดาบันเหล่าใดรู้แจ้งอริยสัจ

ที่พระศาสดาผู้มีปัญญาลึกซึ้งแสดงแล้ว

ถึงแม้ว่าพระโสดาบันเหล่านั้นจะประมาทไปบ้าง

ท่านเหล่านั้นก็จะไม่ถือกำเนิดในภพที่ ๘

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๓]

พระโสดาบันนั้นละธรรม ๓ ประการ คือ

สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาสได้อย่างสิ้นเชิง

พร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติมรรค

[๒๓๔]

พระโสดาบันนั้นพ้นจากอบายทั้งสี่

และจะไม่ทำอภิฐาน ๖ ๑-

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๕]

ถึงแม้ว่า พระโสดาบันนั้นจะทำบาปกรรม

ทางกาย ทางวาจา หรือทางใจไปบ้าง

ท่านก็ไม่ปกปิดบาปกรรมนั้นไว้

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถที่ ๔ ขุททกปาฐะ (รตนสูตร ข้อ ๑๑ หน้า ๑๒ ในเล่มนี้)

เรากล่าวว่าผู้เห็นบทแล้ว ไม่อาจทำอย่างนั้นได้

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๖]

พุ่มไม้งามในป่าซึ่งมียอดออกดอกบานสะพรั่ง

ในต้นเดือนห้าแห่งคิมหันตฤดู งามอย่างยิ่ง ฉันใด

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ

ที่ให้ถึงนิพพาน เพื่อประโยชน์อย่างยิ่ง ฉันนั้น

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๗]

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงรู้ธรรมอันประเสริฐ

ทรงประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำทางอันประเสริฐมาให้

ทรงเป็นผู้ยอดเยี่ยมกว่าใครๆ ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐไว้

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๒๓๘]

พระขีณาสพเหล่าใดสิ้นภพเก่าแล้ว ไม่มีการเกิดใหม่

ทั้งมีจิตเบื่อหน่ายในภพที่จะเกิดต่อไป

ท่านเหล่านั้นชื่อว่า มีพืชสิ้นแล้ว ไม่มีฉันทะงอกขึ้น เป็นนักปราชญ์

ย่อมดับสนิทเหมือนประทีปดวงนี้ดับไป

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

(ท้าวสักกะจอมเทพกราบทูลดังนี้)

[๒๓๙]

ภูตทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่บนภาคพื้น

หรือผู้สิงสถิตอยู่ในอากาศ ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอนอบน้อมพระตถาคตพุทธเจ้า

ที่เทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอให้มีความสวัสดี

[๒๔๐]

ภูตทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่บนภาคพื้น

หรือผู้สิงสถิตอยู่ในอากาศ ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอนอบน้อมพระธรรมของพระตถาคต

ที่เทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอให้มีความสวัสดี

[๒๔๑]

ภูตทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่บนภาคพื้น

หรือผู้สิงสถิตอยู่ในอากาศ ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอนอบน้อมพระสงฆ์ของพระตถาคต

ที่เทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอให้มีความสวัสดี

รตนสูตรที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑๒. มุนีสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๒. จูฬวรรคพระสูตรถัดไป๒. อามคันธสูตร