ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๑๖. ปิยวรรค

๑๖. ปิยวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๖ · บรรทัด ๘๓๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๖. ปิยวรรค

หมวดว่าด้วยสิ่งเป็นที่รัก

๑. ตโยชนปัพพชิตวัตถุ

เรื่องบรรพชิต ๓ รูป

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่บรรพชิต ๓ รูป ดังนี้)

[๒๐๙]

บุคคลทำตัวให้หมกมุ่นในกิจที่ไม่ควรหมกมุ่น ๒-

และไม่หมกมุ่นในกิจที่ควรหมกมุ่น

ละเลยสิ่งที่เป็นประโยชน์ ๓- ติดอยู่ในปิยารมณ์ ๔-

ทะเยอทะยานตามบุคคลผู้ปฏิบัติตนดี

@เชิงอรรถ :

@๑ มีวัตร หมายถึงมีศีลวัตร และธุดงควัตร ๑๓ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๓๗)

@๒ กิจที่ไม่ควรหมกมุ่น หมายถึงการเสพอโคจร ๖ อย่าง มีหญิงแพศยาเป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๔๐)

@๓ สิ่งที่เป็นประโยชน์ หมายถึงไตรสิกขา คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๔๐)

@๔ ปิยารมณ์(อารมณ์ที่น่ารัก) หมายถึงกามคุณ ๕ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๔๐)

[๒๑๐]

ไม่ว่าเวลาใด บุคคลไม่ควรติดพันกับสิ่งเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก

เพราะการไม่เห็นสิ่งเป็นที่รักเป็นทุกข์

การพบเห็นสิ่งไม่เป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์

[๒๑๑]

เพราะฉะนั้น บุคคลไม่ควรทำสิ่งไรๆ ให้เป็นที่รัก

เพราะการพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก เป็นทุกข์ระทม

ผู้ที่ไม่มีสิ่งเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก

ย่อมไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด

๒. อัญญตรกุฏุมพิกวัตถุ

เรื่องกุฎุมพีคนใดคนหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่กุฎุมพี ดังนี้)

[๒๑๒]

ความโศกเกิดจากสิ่งเป็นที่รัก ภัยก็เกิดจากสิ่งเป็นที่รัก

ผู้พ้นจากสิ่งเป็นที่รักได้เด็ดขาด

ย่อมไม่มีความโศกและภัยจากที่ไหนเลย

๓. วิสาขาวัตถุ

เรื่องนางวิสาขา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางวิสาขามิคารมาตาผู้เศร้าโศกเพราะหลานสาว ชื่อสุทัตตีเสียชีวิต ดังนี้)

[๒๑๓]

ความโศกเกิดจากความรัก ภัยก็เกิดจากความรัก

ผู้พ้นจากความรักได้เด็ดขาด

ย่อมไม่มีความโศกและภัยจากที่ไหนเลย

๔. ลิจฉวีวัตถุ

เรื่องเจ้าลิจฉวี

(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพวกเจ้าลิจฉวีที่แย่งหญิงผู้งดงามในเมืองจนถึงขั้น ชกต่อยกัน จึงตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๑๔]

ความโศกเกิดจากความยินดี ๑- ภัยก็เกิดจากความยินดี

ผู้พ้นจากความยินดีได้เด็ดขาด

ย่อมไม่มีความโศกและภัยจากที่ไหนเลย

๕. อนิตถิคันธกุมารวัตถุ

เรื่องอนิตถิคันธกุมาร

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อนิตถิคันธกุมาร ดังนี้)

[๒๑๕]

ความโศกเกิดจากกาม ๒- ภัยก็เกิดจากกาม

ผู้พ้นจากกามได้เด็ดขาด

ย่อมไม่มีความโศกและภัยจากที่ไหนเลย

๖. อัญญตรพราหมณวัตถุ

เรื่องพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พราหมณ์ ดังนี้)

[๒๑๖]

ความโศกเกิดจากตัณหา ภัยก็เกิดจากตัณหา

ผู้พ้นจากตัณหาได้เด็ดขาด

ย่อมไม่มีความโศกและภัยจากที่ไหนเลย

@เชิงอรรถ :

@๑ ความยินดี หมายถึงความยินดีในกามคุณ ๕ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๔๕)

@๒ กาม ในที่นี้หมายถึงวัตถุกามและกิเลสกาม (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๔๘)

๗. ปัญจสตทารกวัตถุ

เรื่องเด็กน้อย ๕๐๐ คน

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เด็กน้อย ๕๐๐ คน ดังนี้)

[๒๑๗]

บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ๑- และทัสสนะ ๒-

ดำรงอยู่ในธรรม ๓- กล่าวคำสัตย์ ๔-

ทำหน้าที่ของตน ๕-

ย่อมเป็นที่รักของประชาชน

๘. อนาคามิเถรวัตถุ

เรื่องพระอนาคามีเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นศิษย์ของพระผู้บรรลุ อนาคามิผล ดังนี้)

[๒๑๘]

ภิกษุผู้เกิดฉันทะในธรรม ๖- ที่ใครๆ บอกไม่ได้

มีใจได้สัมผัสแล้ว ๗- และมีจิตไม่เกาะเกี่ยวในกามทั้งหลาย ๘-

เราเรียกว่า ผู้มีกระแสในเบื้องบน ๙-

@เชิงอรรถ :

@๑ ศีล หมายถึงปาริสุทธิศีล ๔ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๒)

@๒ ทัสสนะ หมายถึงสัมมาทัสสนะ (เห็นชอบ) ที่ประกอบด้วยมรรคและผล (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๒)

@๓ ดำรงอยู่ในธรรม หมายถึงบรรลุโลกุตตรธรรม ๙ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๒)

@๔ กล่าวคำสัตย์ หมายถึงแสดงอริยสัจ ๔ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๒)

@๕ ทำหน้าที่ของตน หมายถึงบำเพ็ญสิกขา ๓ ให้บริบูรณ์ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๒-๑๕๓)

@๖ ธรรม หมายถึงนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๔)

@๗ มีใจได้สัมผัสแล้ว หมายถึงมีใจได้สัมผัสมรรคผลเบื้องต่ำ คือ โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค

@สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๔)

@๘ ด้วยอำนาจอนาคามิมรรค จึงมีจิตไม่เกาะเกี่ยวในกามทั้งหลาย (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๔)

@๙ ผู้มีกระแสในเบื้องบน หมายถึงจะบังเกิดในสุทธาวาสชั้นสูงขึ้นไปตามลำดับ คือบังเกิดในชั้นอวิหาจนถึง

@ชั้นอกนิฏฐา (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๕๔)

๙. นันทิยวัตถุ

เรื่องนายนันทิยะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระมหาโมคคัลลานะผู้เห็นทิพยสมบัติของ นายนันทิยะในเทวโลก ดังนี้)

[๒๑๙]

ญาติ มิตร และผู้มีใจดีทั้งหลาย

เห็นคนที่จากบ้านไปนาน

กลับจากที่ไกลมาถึงโดยสวัสดิภาพ

ย่อมยินดีว่ามาแล้ว

[๒๒๐]

เช่นเดียวกันนั้น บุญทั้งหลาย

ย่อมต้อนรับคนที่ทำบุญไว้

ซึ่งจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า

เหมือนญาติต้อนรับญาติผู้เป็นที่รักที่กลับมาบ้าน ฉะนั้น

ปิยวรรคที่ ๑๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๕. สุขวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๑๗. โกธวรรค