ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๒. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๑๒. วังคีสสูตร

๑๒. วังคีสสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๒๙ · บรรทัด ๘๑๓๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๒. วังคีสสูตร ๑-

ว่าด้วยพุทธพจน์ตรัสแก้ความสงสัยของพระวังคีสะ

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี สมัยนั้น พระนิโครธกัปปเถระซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านพระวังคีสะเพิ่งจะปรินิพพาน ที่อัคคาฬวเจดีย์ไม่นาน ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะหลีกเร้นอยู่ในที่ลับ ๒- ได้เกิดความ คิดคำนึงอย่างนี้ว่า “พระอุปัชฌาย์ของเราปรินิพพานแล้วหรือว่ายังไม่ปรินิพพาน”

ครั้นถึงเวลาเย็น ท่านพระวังคีสะจึงออกจากที่หลีกเร้น เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส ข้าพระองค์หลีกเร้นอยู่ในที่ลับได้เกิดความคิดคำนึง อย่างนี้ว่า ‘พระอุปัชฌาย์ของเราปรินิพพานแล้วหรือว่ายังไม่ปรินิพพาน”

ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะก็ลุกจากอาสนะ ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไป ทางพระผู้มีพระภาคแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

[๓๔๖]

ข้าพระองค์ขอทูลถามพระบรมศาสดา

ผู้มีพระปัญญามากว่า

ภิกษุใดมีชื่อเสียง เรืองยศ ๓-

ตัดความสงสัย ดับกิเลสเสียได้ในปัจจุบันชาตินี้

ได้ปรินิพพานที่อัคคาฬวเจดีย์วิหาร

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๒๗๒-๑๒๘๗/๕๔๖-๕๔๙

@๒ หลีกเร้นอยู่ในที่ลับ หมายถึงหลีกออกจากหมู่คณะอยู่สงบกาย และอยู่สงบจิตจากอารมณ์นั้นๆ

@(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๔๕/๑๖๔)

@๓ เรืองยศ ในที่นี้หมายถึงเพียบพร้อมด้วยลาภและบริวาร (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๔๖/๑๖๕)

[๓๔๗]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเห็นธรรมอันมั่นคง

ภิกษุนั้นเป็นพราหมณ์มาแต่กำเนิด

มีนามที่พระองค์ทรงประทานให้ว่า ‘นิโครธกัปปะ’

ท่านเที่ยวนอบน้อม มุ่งหวังความหลุดพ้น ปรารภความเพียร

[๓๔๘]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าศากยะ ผู้มีสมันตจักขุ

ข้าพระองค์ทุกรูปปรารถนาจะทราบถึงพระสาวกรูปนั้น

ข้าพระองค์ทั้งหลายพร้อมที่จะเงี่ยโสตฟัง

พระองค์เป็นศาสดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์เป็นผู้ยอดเยี่ยม

[๓๔๙]

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระปัญญาอันไพบูลย์

ขอพระองค์โปรดขจัดความเคลือบแคลงสงสัยของข้าพระองค์ทั้งหลาย

โปรดตรัสบอกพระนิโครธกัปปเถระ

ผู้ปรินิพพานแล้วนั้น ให้ข้าพระองค์ทราบด้วยเถิด

ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักขุ

ขอพระองค์โปรดตรัสบอกท่ามกลางแห่งข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด

เหมือนท้าวสักกะผู้มีพระเนตรตั้งพันตรัสบอกแก่เหล่าเทวดา

[๓๕๐]

กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้

เป็นทางก่อให้เกิดความลุ่มหลง เป็นฝ่ายแห่งความไม่รู้

เป็นมูลฐานแห่งความเคลือบแคลงสงสัย

กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่านั้นพอมาถึงพระตถาคตผู้มีพระจักษุ

มีพระคุณยิ่งกว่านรชนทั้งหลายนี้แล ย่อมหมดไป

[๓๕๑]

ถ้าพระผู้มีพระภาคจะเป็นเพียงบุรุษธรรมดา

ก็จะไม่ทรงทำลายกิเลสได้

เหมือนลมพัดทำลายก้อนเมฆที่หนาทึบไม่ได้ ฉะนั้น

โลกทั้งมวลที่มืดอยู่แล้วก็ยิ่งจะมืดหนักลง

นรชนทั้งหลายมีพระสารีบุตรเป็นต้น

ที่รุ่งเรืองอยู่บ้าง ก็จะไม่รุ่งเรืองนัก

[๓๕๒]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเพียบพร้อมด้วยความเพียร

นักปราชญ์ทั้งหลายเป็นผู้ทำแสงสว่าง ๑- ให้เกิด

เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้าใจพระองค์ว่า

ทรงทำแสงสว่างให้เกิดเป็นแม่นมั่น

ข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ว่า พระองค์ทรงเห็นธรรมทั้งปวง

ได้อย่างแจ่มแจ้ง จึงได้พากันมาเฝ้า

ขอพระองค์โปรดประกาศพระนิโครธกัปปเถระ

แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในที่ประชุมนี้ด้วยเถิด

[๓๕๓]

พระองค์ทรงเปล่งพระวาจาอย่างไพเราะจับใจ

ทั้งทรงเปล่งด้วยพระสุรเสียงกังวาลที่เกิดแต่พระนาสิก

ที่บุญญาธิการตกแต่งมาดีแล้ว ได้อย่างคล่องแคล่วแผ่วเบา

เหมือนพญาหงส์ทองโก่งคอขันเบาๆ อย่างไพเราะ

ข้าพระองค์ทุกรูปตั้งใจแน่วแน่

ขอฟังพระดำรัสที่ไพเราะของพระองค์

[๓๕๔]

ข้าพระองค์จะเปิดเผยความเกิดและความตาย

ที่ละได้อย่างสิ้นเชิง

จะแสดงบอกบาปธรรมซึ่งเป็นตัวกำจัด

เพราะบรรดาปุถุชนทั้งหลาย

บุคคลผู้ที่ทำได้ตามความพอใจตนไม่มี

แต่คนที่ไตร่ตรองพิจารณาตามพระตถาคตเท่านั้น

สามารถที่จะรู้หรือกล่าวธรรมอย่างที่ตนต้องการได้

[๓๕๕]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระปัญญามาก

พระองค์ผู้ทรงมีพระปัญญารุ่งเรือง

ได้ตรัสไวยากรณ์ที่สมบูรณ์ไว้อย่างถูกต้องแล้ว

ข้าพระองค์ขอถวายอัญชลีกรรมอย่างนอบน้อม

@เชิงอรรถ :

@๑ แสงสว่าง ในที่นี้หมายถึงปัญญา (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๕๒/๑๖๗)

พระองค์ทรงทราบคติของพระนิโครธกัปปเถระ

โปรดอย่าให้ข้าพระองค์หลงอยู่เลย

[๓๕๖]

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก

พระองค์ทรงรู้แจ้งอริยธรรม ๑- ทั้งที่เป็นโลกุตตระและโลกิยะ

ทรงทราบเญยยธรรมทั้งหมด

โปรดอย่าให้ข้าพระองค์หลงอยู่เลย

ข้าพระองค์หวังพระดำรัสของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง

เหมือนคนถูกความร้อนแผดเผาในฤดูร้อนต้องการน้ำเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้น

ขอพระองค์โปรดเปล่งสัททายตนะคือสุตะเถิด

[๓๕๗]

พระนิโครธกัปปเถระประพฤติพรหมจรรย์เพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นของท่าน ไม่สูญเปล่าหรือ

ท่านนิพพานด้วยสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ

หรือนิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ

ข้าพระองค์ทั้งหลายขอฟังเรื่องนั้น

[๓๕๘]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

นิโครธกัปปเถระนั้นได้ตัดขาดตัณหาในนามรูปนี้

ทั้งตัดกระแสแห่งธรรมฝ่ายดำ

ซึ่งนอนเนื่องอยู่ในสันดานมาช้านาน

ข้ามพ้นชาติและมรณะได้อย่างสิ้นเชิง

พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐด้วยพลธรรม ๕ ประการ ๒-

ได้ตรัสไว้ดังนี้

@เชิงอรรถ :

@๑ อริยธรรม หมายถึงอริยสัจ ๔ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๕๖/๑๖๘)

@๒ พลธรรม ๕ ประการ คือ (๑) สัทธา(ความเชื่อ) (๒) วิริยะ(ความเพียร) (๓) สติ(ความระลึกได้) (๔) สมาธิ

@(ความตั้งจิตมั่น) (๕) ปัญญา(ความรู้ทั่ว) อนึ่ง คำว่า “พระผู้มีพระภาค” ในคาถานี้เป็นคำกล่าวของพระ

@สังคีติกาจารย์ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๕๘/๑๖๙)

[๓๕๙]

(ท่านพระวังคีสเถระกราบทูลดังนี้)

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นพุทธะ

ข้าพระองค์นี้ฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว ย่อมเลื่อมใส

ทราบว่า เรื่องที่ข้าพระองค์ทูลถามแล้วไม่ไร้ประโยชน์

พระองค์ทรงเป็นพุทธเจ้า ไม่ทรงลวงข้าพระองค์แน่นอน

[๓๖๐]

สาวกของพระพุทธองค์พูดอย่างใด ก็ทำอย่างนั้น

ได้ตัดข่ายคือตัณหาที่แผ่กว้าง ทั้งมั่นคง

ของมารเจ้าเล่ห์ได้เด็ดขาด

[๓๖๑]

พระผู้มีพระภาคสมควรที่จะตรัสว่า

ท่านพระนิโครธกัปปเถระได้เห็นมูลเหตุแห่งอุปาทาน

ล่วงพ้นบ่วงมัจจุราชที่ข้ามได้แสนยากแล้ว

วังคีสสูตรที่ ๑๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑๑. ราหุลสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๒. จูฬวรรคพระสูตรถัดไป๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตร