ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๒. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตร

๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๓๑ · บรรทัด ๘๒๒๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร

ว่าด้วยภิกษุควรละเว้นอยู่ในโลกโดยชอบ

[๓๖๒]

(พระพุทธเนรมิตทูลถามดังนี้)

ข้าพระองค์ขอทูลถามพระมุนีผู้มีปัญญามาก

ทรงข้ามโอฆะได้แล้วปรินิพพาน มีพระทัยมั่นคง

ภิกษุนั้นบรรเทากามทั้งหลาย ออกจากเรือน (มาบวช) แล้ว

พึงละเว้นอยู่ในโลกโดยชอบได้อย่างไร

[๓๖๓]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

ภิกษุผู้ตัดขาดการเชื่อสิ่งที่เห็นเป็นต้นว่า เป็นมงคล

การยึดถืออุกกาบาตตก ความฝัน และการทำนายลักษณะ

ละสิ่งที่ทำให้เกิดผลเสียต่อมงคลได้เด็ดขาด

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๖๔]

ภิกษุพึงกำจัดความกำหนัดในกามทั้งหลาย

ทั้งที่เป็นของมนุษย์ และที่เป็นทิพย์

ภิกษุนั้นตรัสรู้ธรรมแล้ว ก้าวพ้นภพได้แล้ว

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๖๕]

ภิกษุกำจัดความส่อเสียดแล้ว

พึงละความโกรธ ความตระหนี่

ภิกษุนั้นละความยินดีและความยินร้ายได้แล้ว

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๖๖]

ภิกษุละสิ่งอันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักแล้ว

ไม่ถือมั่น ผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัยในภพไหนๆ

หลุดพ้นแล้วจากธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๖๗]

ภิกษุกำจัดฉันทราคะในสิ่งที่พึงยึดถือทั้งหลาย

ไม่เห็นความเป็นสาระในอุปธิทั้งหลาย ๑-

ภิกษุนั้นผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย

ใครๆ พึงชักนำไปไม่ได้

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

@เชิงอรรถ :

@๑ อุปธิ ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ๕ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๖๗/๑๘๓)

[๓๖๘]

ภิกษุผู้ไม่ผิดพลาดทางกาย วาจา และใจ

รู้แจ้งซึ่งธรรมโดยชอบ ปรารถนาบทคือนิพพานอยู่

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๖๙]

ภิกษุรู้จักเคารพนบไหว้ ไม่ถือตัว ถึงถูกด่าว่าก็ไม่โกรธ

ได้ภัตตาหารที่ผู้อื่นถวายประจำแล้วก็ไม่ประมาทมัวเมา

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๐]

ภิกษุละความโลภและกามภพเป็นต้นได้แล้ว

เว้นขาดจากการฆ่าฟัน และการจองจำผู้อื่น

ตัดความสงสัยได้แล้ว ปราศจากกิเลสดุจลูกศร

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๑]

ภิกษุผู้รู้ข้อปฏิบัติที่สมควรแก่ตน

รู้แจ้งสัจธรรมตามความเป็นจริง

ไม่เบียดเบียนสัตว์โลกทุกชนิด

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๒]

ภิกษุไม่มีอนุสัยกิเลสใดๆ ถอนรากอกุศลธรรมได้หมดสิ้น

ไม่มีความหวัง ปราศจากตัณหาโดยสิ้นเชิง

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๓]

ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ละมานะได้เด็ดขาด

ล่วงพ้นทางแห่งราคะ ๑- ทั้งหมด

ฝึกตนได้ ดับกิเลสลงได้อย่างสิ้นเชิง ดำรงตนมั่นคง

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ทางแห่งราคะ หมายถึงธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ (กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ) (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๗๓/๑๘๔)

[๓๗๔]

ภิกษุมีศรัทธามั่นคง เป็นผู้ได้สดับอย่างดี

เห็นทางปฏิบัติอันถูกต้อง เป็นนักปราชญ์

ผู้ไม่คล้อยตามไปในฝักฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ

ขจัดโลภะ โทสะคือความขุ่นเคืองใจได้

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๕]

ภิกษุเอาชนะกิเลสได้ด้วยอรหัตตมรรคที่หมดจดดี

ไม่มีกิเลสเครื่องปิดบัง เชี่ยวชาญในธรรมทั้งหลาย ๑-

เป็นผู้ถึงฝั่ง หมดตัณหาอันทำให้หวั่นไหว

มีความฉลาดในญาณเป็นที่ดับสังขาร

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๖]

ภิกษุล่วงพ้นความกำหนดที่ถือว่าเป็นของเรา

ในเบญจขันธ์ทั้งที่เป็นอดีตและอนาคต

มีปัญญาบริสุทธิ์ เป็นผู้หลุดพ้นจากอายตนะทั้งปวงได้เด็ดขาด

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

[๓๗๗]

ภิกษุรู้แจ้งสภาวะที่ควรเข้าถึง จนได้บรรลุธรรม

เห็นการละอาสวะทั้งหลายเป็นวิวฏะ ๒-

ไม่ติดข้องอยู่ในภพไหนๆ

เพราะอุปธิทั้งปวงหมดสิ้นไปแล้ว

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงอริยสัจ ๔ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๗๕/๑๘๕)

@๒ วิวฏะ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๗๗/๑๘๖)

[๓๗๘]

(พระพุทธเนรมิตทูลสรุปดังนี้)

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค

ที่พระองค์ตรัสมาทั้งหมดนั้นถูกต้องทีเดียว

ภิกษุใดมีความประพฤติเช่นนี้อยู่ประจำ

ฝึกฝนตนแล้ว เป็นผู้ข้ามสังโยชน์และโยคะทั้งปวงได้

ชื่อว่า ละเว้นอยู่ในโลกได้โดยชอบ

สัมมาปริพพาชนียสูตรที่ ๑๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑๒. วังคีสสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๒. จูฬวรรคพระสูตรถัดไป๑๔. ธรรมิกสูตร