ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๒. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๑๔. ธรรมิกสูตร

๑๔. ธรรมิกสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๓๒ · บรรทัด ๘๒๗๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๔. ธัมมิกสูตร

ว่าด้วยพระพุทธพจน์ตรัสโปรดธัมมิกอุบาสก

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก- เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ธัมมิกอุบาสกพร้อมด้วยอุบาสก ๕๐๐ คน เข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูล ด้วยคาถาว่า

[๓๗๙]

ข้าแต่พระโคดมผู้มีพระปัญญาอันไพบูลย์

ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ว่า

บรรดาสาวกที่ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

กับสาวกที่เป็นอุบาสกอยู่ครองเรือนนั้น

สาวกที่ปฏิบัติตนอย่างไร จึงชื่อว่า เป็นสาวกที่ดี

[๓๘๐]

พระองค์เท่านั้นทรงทราบชัดคติ ๑-

และความข้ามพ้นไปจากคติ

@เชิงอรรถ :

@๑ คติ หมายถึงการไปหรือภพที่สัตว์ไปเกิด มี ๕ คือ (๑) นรก (๒) กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน (๓) แดนเปรต

@(๔) มนุษย์ (๕) เทพ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๘๐/๑๘๘)

ของชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก

ไม่มีใครที่เล็งเห็นประโยชน์ได้สุขุมลุ่มลึกเท่ากับพระองค์

บัณฑิตทั้งหลายพากันขนานนามพระองค์ว่า

เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ

[๓๘๑]

พระองค์ผู้ทรงรู้แจ้งเญยยธรรม ทรงอนุเคราะห์เหล่าสัตว์

ได้ทรงประกาศพระญาณและธรรมทั้งปวง

ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักขุ

พระองค์ไม่มีกิเลสดุจเครื่องปิดบังอันเปิดแล้ว

ทรงปราศจากมลทิน รุ่งเรืองอยู่ในโลกทั้งปวง

[๓๘๒]

พญาช้างเอราวัณ ๑- ทราบว่าพระผู้มีพระภาค

เป็นผู้ทรงชนะบาปธรรมได้แล้ว

จึงเข้าไปเฝ้าพระองค์ถึงที่ประทับ

พญาช้างแม้นั้นได้ปรึกษาทูลถามปัญหากับพระองค์

ฟังคำพยากรณ์แล้ว ได้บรรลุธรรม

มีความยินดีเปล่งสาธุการแล้วจากไป

[๓๘๓]

ถึงแม้ท้าวเวสวัณ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า ท้าวกุเวร

ก็ยังเสด็จเข้ามาเฝ้ากราบทูลถามปัญหาธรรม

พระองค์แม้ถูกท้าวเวสวัณนั้นทูลถาม

ก็ยังตรัสตอบจนท้าวเธอสดับแล้วมีความชื่นชมยินดีจากไป

[๓๘๔]

ชนต่างๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียรถีย์อาชีวกหรือนิครนถ์

ผู้ชอบกล่าวยกตนข่มผู้อื่นทั้งหมด

ย่อมไม่เกินเหนือพระองค์ด้วยปัญญา

เหมือนคนที่หยุดอยู่ ไม่ทันคนที่เดินเร็วและไม่หยุด ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ช้างเอราวัณ หมายถึงเทพบุตรชื่อเอราวัณเนรมิตกายเป็นพญาช้าง (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๘๒/๑๘๘)

[๓๘๕]

พวกพราหมณ์ผู้เฒ่า

ที่มีปกติกล่าววาทะเหล่าใดเหล่าหนึ่งก็ดี

และพราหมณ์เหล่าอื่นที่สำคัญอยู่ว่า

เราทั้งหลายผู้มีปกติทำวาทะก็ดี

ชนเหล่านั้นทั้งหมด ล้วนแต่ได้รับประโยชน์จากพระองค์

[๓๘๖]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค

ธรรมนี้ ๑- ที่พระองค์ทรงแสดงอย่างดีละเอียด

และก่อให้เกิดสุขอย่างแท้จริง

ข้าพระองค์ทั้งหมดตั้งใจฟังธรรมนั้น

ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด

ขอพระองค์โปรดตรัสพยากรณ์ปัญหา

ที่พวกข้าพระองค์ทูลถามแล้วด้วยเถิด

[๓๘๗]

ภิกษุพร้อมทั้งอุบาสกนี้ทั้งหมด

ผู้นั่งประชุมกัน ณ ที่นี้ เพื่อต้องการจะฟัง

จะตั้งใจฟังธรรมที่พระผู้มีพระภาค

ผู้ทรงปราศจากมลทินตรัสรู้แล้ว

เหมือนทวยเทพต่างตั้งใจฟังสุภาษิตของท้าววาสวะ ฉะนั้น

[๓๘๘]

(พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้)

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงตั้งใจฟังเรา

เราจะให้เธอได้สดับธรรมคือข้อปฏิบัติกำจัดกิเลส

และขอพวกเธอทั้งหมดจงประพฤติธรรมนั้น

ภิกษุผู้มีปัญญาพิจารณาเห็นประโยชน์

ควรปฏิบัติตนอยู่ทุกอิริยาบถที่สมควรแก่บรรพชิต

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๘๖/๑๙๓)

[๓๘๙]

ภิกษุไม่ควรออกเที่ยวไปในเวลาวิกาล

แต่ควรเที่ยวบิณฑบาตในหมู่บ้านตามเวลา

เพราะว่าภิกษุผู้ออกเที่ยวในเวลาวิกาล

กิเลสเครื่องข้อง ๑- จะครอบงำ

เพราะฉะนั้น บุคคลผู้รู้ทั้งหลายจึงไม่ออกเที่ยวในเวลาวิกาล

[๓๙๐]

ภิกษุควรกำจัดความพอใจในกามคุณ ๕ เหล่านี้ คือ

รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสที่ทำให้เหล่าสัตว์หลงมัวเมา

เข้าไปยังโอกาสที่จะพึงบริโภคอาหารในเวลาเช้า ตามกาล

[๓๙๑]

อนึ่ง ภิกษุได้อาหารบิณฑบาตมาฉันภายในเวลาแล้ว

ควรกลับไปนั่งในที่สงัดตามลำพัง

ควบคุมอัตภาพคือจิตได้อย่างมั่นคงแล้ว

กำหนดจิตพิจารณาอารมณ์ภายใน

ไม่ปล่อยจิตไปในอารมณ์ภายนอก

[๓๙๒]

ถ้าแม้ภิกษุนั้นจำเป็นจะต้องสนทนากับสาวกอื่นๆ

หรือภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ก็ควรสนทนาธรรมที่ประณีต ๒- นั้น

ไม่ควรกล่าวคำสอนส่อเสียดกระทบว่าร้ายผู้อื่น

[๓๙๓]

มีคนพวกหนึ่งชอบกล่าววาทะโต้เถียงกัน

เราไม่สรรเสริญคนพวกนั้นผู้มีปัญญาน้อย

เพราะกิเลสเครื่องข้องที่เกิดจากการกล่าววาจาโต้เถียงกันนั้น

จะครอบงำคนพวกนั้น เพราะพวกเขา (เมื่อโต้เถียงกัน)

ย่อมทำจิตให้ไกลจากการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถที่ ๑ หน้า ๑๔๙ ในเล่มนี้

@๒ ธรรมที่ประณีต หมายถึงกถาวัตถุ ๑๐ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๙๒/๑๙๕)

[๓๙๔]

สาวกผู้มีปัญญาดี ฟังธรรมที่พระสุคตพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว

พิจารณาอาหารบิณฑบาต ที่อยู่อาศัย ที่นอนที่นั่ง น้ำใช้น้ำฉัน

และการซักผ้าสังฆาฏิที่สกปรกให้สะอาดแล้วจึงใช้สอยปัจจัย

[๓๙๕]

เพราะฉะนั้น ภิกษุจึงไม่ควรเป็นผู้ยึดติดในสิ่งเหล่านี้

คือ อาหารบิณฑบาต ที่นอนที่นั่ง น้ำใช้น้ำฉัน

และการซักผ้าสังฆาฏิที่สกปรกให้สะอาดนี้

เหมือนหยาดน้ำไม่ติดบนใบบัว ฉะนั้น

[๓๙๖]

ต่อไปนี้ เราจะบอกข้อปฏิบัติของคฤหัสถ์แก่พวกเธอ

คือสาวกที่เป็นคฤหัสถ์ประพฤติอย่างไร

จึงยังประโยชน์ให้สำเร็จได้

จริงอยู่ สาวกที่ยังมีความหวงแหนในไร่นาเป็นต้น

ไม่สามารถที่จะบรรลุธรรมของภิกษุล้วนๆ ได้

[๓๙๗]

สาวกที่เป็นคฤหัสถ์ยกโทษในสัตว์ทุกจำพวก

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่ยังหวาดสะดุ้ง และที่มั่นคงในโลกแล้ว

ไม่พึงฆ่าเอง ไม่พึงใช้ให้ผู้อื่นฆ่า และไม่พึงอนุญาตให้ใครๆ ฆ่า

[๓๙๘]

จากนั้น สาวกที่เป็นคฤหัสถ์ รู้อยู่

ควรงดเว้นการถือเอาสิ่งของต่างๆ ในทุกหนทุกแห่ง ที่เจ้าของมิได้ให้

คือ ไม่พึงลักเอง ไม่พึงใช้ให้ผู้อื่นลัก และไม่พึงอนุญาตให้ใครๆ ลัก

พึงงดเว้นการถือเอาสิ่งของทั้งปวงที่เจ้าของมิได้ให้โดยเด็ดขาด

[๓๙๙]

สาวกที่เป็นคฤหัสถ์ ผู้เข้าใจชัดแจ้ง

ควรงดเว้นพฤติกรรมอันมิใช่พรหมจรรย์

เหมือนคนเดินหลีกหลุมถ่านเพลิงที่มีไฟลุกโชน ฉะนั้น

แต่เมื่อไม่สามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้

ก็ไม่ควรล่วงเกินภรรยาของผู้อื่น

[๔๐๐]

สาวกผู้อยู่ในที่ประชุม หรือในที่สาธารณชน

และอยู่กับคนคนเดียว ไม่ควรพูดเท็จ

ไม่ควรใช้ให้ผู้อื่นพูดเท็จ และไม่ควรอนุญาตให้ใครๆ พูดเท็จ

ควรงดเว้นคำพูดที่ไม่เป็นจริงทั้งหมด

[๔๐๑]

สาวกผู้เป็นคฤหัสถ์ไม่ควรประพฤติการดื่มน้ำเมา

ควรยินดีชอบใจธรรมคือการงดเว้นการดื่มน้ำเมานี้

ไม่ควรชักชวนผู้อื่นให้ดื่ม และไม่ควรอนุญาตให้ใครๆ ดื่ม

เพราะรู้ชัดถึงโทษของการดื่มน้ำเมานั้นว่า มีความเป็นบ้าในที่สุด

[๔๐๒]

เพราะความเมานั่นเอง คนพาลทั้งหลายจึงทำบาปต่างๆ ได้

ทั้งยังชักชวนคนอื่นๆ ผู้ประมาทให้ทำอีกด้วย

สาวกที่เป็นคฤหัสถ์จึงควรงดเว้นการดื่มน้ำเมา

ที่ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งความดี มีแต่ทำให้เป็นบ้า หลงลืม

ที่พวกคนปัญญาทรามชอบดื่มกันนี้

[๔๐๓]

สาวกที่เป็นคฤหัสถ์ไม่ควรฆ่าสัตว์ ไม่ควรลักทรัพย์

ไม่ควรพูดเท็จ ไม่ควรดื่มน้ำเมา

ควรงดเว้นจากเมถุนที่เป็นความประพฤติไม่ประเสริฐ

ไม่ควรบริโภคอาหารในเวลาวิกาลในเวลากลางคืน

[๔๐๔]

ไม่ควรทัดทรงดอกไม้ ไม่ควรลูบไล้กายด้วยของหอม

ควรนอนบนเตียง บนพื้น หรือบนที่ที่ปูลาดไว้

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า อุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล

พระพุทธเจ้าผู้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ทรงประกาศไว้ ๑-

[๔๐๕]

และต่อไป สาวกที่เป็นคฤหัสถ์ผู้มีใจเลื่อมใส

ควรเข้าจำอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ ให้บริบูรณ์ดี

ทุกวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำแห่งปักษ์

และตลอดปาฏิหาริกปักษ์ ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ ข้อ ๔๐๓-๔๐๔ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๗๑/๒๘๙-๒๙๐, องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๔๓/๓๐๘

@๒ ปาฏิหาริกปักษ์ หมายถึงกำหนดเวลา ๕ เดือน คือ เดือน ๘ ต้นแห่งวันเข้าพรรษา, ๓ เดือนภายในพรรษา,

@เดือน ๑๒ (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๐๕/๑๙๙)

[๔๐๖]

อันดับต่อไป สาวกที่เป็นคฤหัสถ์ผู้เข้าจำอุโบสถแต่เช้า

มีจิตเลื่อมใส เบิกบานใจอยู่เนืองๆ มีปัญญาเข้าใจแจ้งชัด

ควรแจกจ่ายถวายข้าวน้ำแด่ภิกษุสงฆ์ตามสมควร

[๔๐๗]

สาวกที่เป็นคฤหัสถ์นั้น

ควรบำรุงเลี้ยงมารดาบิดาโดยชอบธรรม

ควรประกอบการค้าขายที่ชอบธรรม ๑-

เป็นผู้ไม่ประมาทประพฤติวัตรแห่งคฤหัสถ์นี้อยู่

ย่อมไปเกิดในหมู่เทพที่ชื่อว่าสยัมปภา ๒-

ธัมมิกสูตรที่ ๑๔ จบ

จูฬวรรคที่ ๒ จบ

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. รตนสูตร ๒. อามคันธสูตร

๓. หิริสูตร ๔. มงคลสูตร

๕. สูจิโลมสูตร ๖. ธัมมจริยสูตร

๗. พราหมณธัมมิกสูตร ๘. นาวาสูตร

๙. กิงสีลสูตร ๑๐. อุฏฐานสูตร

๑๑. ราหุลสูตร ๑๒. วังคีสสูตร

๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร ๑๔. ธัมมิกสูตร

@เชิงอรรถ :

@๑ การค้าขายที่ชอบธรรม หมายถึงการค้าขายที่เว้นจากการค้าที่ไม่ชอบธรรม ๕ อย่าง คือ (๑) สัตถวณิชชา

@(ค้าขายอาวุธ) (๒) สัตตวณิชชา (ค้าขายมนุษย์) (๓) มังสวณิชชา (ค้าขายเนื้อสัตว์) (๔) มัชชวณิชชา

@(ค้าขายน้ำเมา) (๕) วิสวณิชชา (ค้าขายยาพิษ) (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๐๗/๒๐๐)

@๒ สยัมปภา หมายถึงหมู่เทวดาที่มีแสงสว่างในตัว มีอยู่ในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๐๗/๒๐๐)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๒. จูฬวรรคพระสูตรถัดไป๑. ปัพพชาสูตร