ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๓. มหาวรรค
  12. /
  13. ๒. ปธานสูตร

๒. ปธานสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๕๕ · บรรทัด ๘๔๓๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. ปธานสูตร

ว่าด้วยความเพียรอย่างเด็ดเดี่ยว

(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายดังนี้)

[๔๒๘]

เราตั้งจิตบำเพ็ญเพียร ขะมักเขม้น เพ่งพินิจอยู่

เพื่อบรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ

อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรานั้น

[๔๒๙]

มารได้เข้ามาหาพร้อมกับกล่าวถ้อยคำแสดงความเอ็นดูว่า

ท่านมีร่างกายผ่ายผอม มีผิวพรรณซูบซีด ใกล้จะตายอยู่แล้ว

[๔๓๐]

ท่านมีโอกาสตายถึง ๑,๐๐๐ ส่วน

โอกาสรอดชีวิตมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น

ท่านเอ๋ย การที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นดีแล้ว

เพราะเมื่อมีชีวิตอยู่ ท่านก็จักบำเพ็ญบุญทั้งหลายได้

[๔๓๑]

ท่านประพฤติพรหมจรรย์ ๑- และบูชาไฟอยู่

ก็ชื่อว่าสั่งสมบุญไว้มาก ท่านจักบำเพ็ญเพียรไปทำไม

[๔๓๒]

ทางเพื่อความเพียรดำเนินไปถึงยาก ทำได้ยาก

ยากยิ่งนักที่จะก่อผลสำเร็จ

มารได้ยืนกล่าวคาถาเหล่านี้อยู่ใกล้ๆ เราผู้จะเป็นพุทธะ

@เชิงอรรถ :

@๑ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงเมถุนวิรัติ (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๓๑/๒๐๘)

[๔๓๓]

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบมารผู้กล่าวอย่างนั้นว่า

มารผู้มีบาป ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของคนประมาท

ท่านมาที่นี้มีความประสงค์ใด

[๔๓๔]

เราไม่มีความต้องการบุญแม้แต่น้อย

ความจริง ท่านผู้เป็นมาร

ควรไปบอกแก่คนผู้ต้องการบุญ

[๔๓๕]

เพราะเหตุไร ท่านจึงเฝ้าเพียรถามเรา

ผู้มีทั้งศรัทธา ตบะ วิริยะ และปัญญา

ผู้มีจิตมุ่งมั่น มีความเป็นอยู่อย่างนี้

[๔๓๖]

กระแสแม่น้ำทุกสาย ลมนี้สามารถพัดให้เหือดแห้งได้

แต่ว่าเลือดของเราผู้มีจิตมุ่งมั่นไม่เหือดแห้งไปแม้สักหยดเลย

[๔๓๗]

เมื่อเลือดกำลังเหือดแห้งไป ดี เสลดก็กำลังเหือดแห้งไปด้วย

และเมื่อเนื้อกำลังจะหมดสิ้นไป แต่จิตของเราก็ยิ่งผ่องใส

สติ และปัญญาก็ผ่องใส สมาธิของเราก็ยิ่งตั้งมั่นขึ้นไปอีก

[๔๓๘]

เรานั้นถึงจะได้รับทุกขเวทนาอันแรงกล้าอยู่อย่างนี้

จิตก็หาได้หวนคนึงถึงกามทั้งหลายไม่

ท่านจงคอยดูภาวะที่เราเป็นสัตว์บริสุทธิ์

[๔๓๙]

กิเลสกามทั้งหลาย เราเรียกว่าเสนากองที่ ๑ ของท่าน

ความไม่ยินดี เราเรียกว่าเสนากองที่ ๒ ของท่าน

ความหิวกระหาย เราเรียกว่าเสนากองที่ ๓ ของท่าน

ตัณหา(ความทะยานอยาก) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๔ ของท่าน

[๔๔๐]

ถีนมิทธะ(ความหดหู่และเซื่องซึม)

เราเรียกว่าเสนากองที่ ๕ ของท่าน

ความกลัว เราเรียกว่าเสนากองที่ ๖ ของท่าน

วิจิกิจฉา(ความลังเลสงสัย) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๗ ของท่าน

มักขะ(ความลบหลู่คุณท่าน) และถัมภะ(ความหัวดื้อ)

เราเรียกว่าเสนากองที่ ๘ ของท่าน

[๔๔๑]

ลาภ ความสรรเสริญ สักการะ และยศที่ได้มาที่ผิดๆ

เราเรียกว่าเสนากองที่ ๙ ของท่าน

การยกตนและข่มผู้อื่น เราเรียกว่าเสนากองที่ ๑๐ ของท่าน

[๔๔๒]

มารเอ๋ย เสนาของท่านผู้มีธรรมดำนี้

มีปกติประหารสมณพราหมณ์

คนขลาดเอาชนะเสนานั้นไม่ได้

แต่คนกล้า เอาชนะเสนามารได้แล้วย่อมได้รับสุข ๑-

[๔๔๓]

แม้เรานี้ก็รักษาหญ้ามุงกระต่ายไว้

น่าติเตียน(ถ้า)ชีวิตของเรา(จะพ่ายแพ้)

เราตายเสียในสงครามประเสริฐกว่า

แพ้แล้วเป็นอยู่จะประเสริฐอะไร

[๔๔๔]

สมณพราหมณ์บางพวกตกอยู่ในอำนาจเสนาของท่านแล้ว

ย่อมไม่ปรากฏเกียรติคุณ

และย่อมไม่รู้ทางที่เหล่าท่านผู้มีวัตรดีดำเนินไปอยู่

[๔๔๕]

เราได้เห็นมารขี่ช้างเป็นพาหนะ

นำเสนาออกมาโดยรอบทิศ

จึงเตรียมเผชิญหน้าเพื่อจะต่อสู้

โดยมั่นใจว่า มารอย่าหวังที่จะให้เราลุกจากที่

[๔๔๖]

ชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก

ไม่สามารถเอาชนะเสนาของท่านนั้นได้

แต่เราจะใช้ปัญญาเป็นอาวุธ

ทำลายเสนาท่านนั้นให้พินาศ

เหมือนคนใช้ก้อนหินทุบภาชนะดิน

ทั้งที่ยังไม่ได้เผาและที่เผาแล้วให้แตกไป ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๘/๑๑๖, ๖๘/๒๑๐-๒๑๑, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๗/๑๙๘

[๔๔๗]

เราจักเจริญสัมมาสังกัปปะให้เชี่ยวชาญ

และตั้งสติไว้อย่างมั่นคงแล้ว

เที่ยวจาริกแนะนำพร่ำสอนสาวกจำนวนมากไปทุกแว่นแคว้น

[๔๔๘]

สาวกผู้ไม่ประมาทเหล่านั้น มีจิตมุ่งมั่น

ปฏิบัติตามคำสอนของเรา เป็นผู้หมดความปรารถนา

ก็จะเข้าถึงสถานที่ซึ่งเหล่าชนผู้ไปแล้ว ไม่เศร้าโศก

[๔๔๙]

(มารกล่าวดังนี้)

ข้าพเจ้าได้สะกดรอยตามพระผู้มีพระภาคนานถึง ๗ ปี

ก็ยังหาโอกาสที่จะทำลายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระสิริไม่ได้เลย

[๔๕๐]

กาตัวหนึ่งบินอยู่รอบๆ แท่นศิลา

ที่มีสีคล้ายมันข้น ด้วยคิดว่า

‘เรากำลังจะได้ของอ่อนนุ่มในสิ่งนี้

ความยินดีพอใจก็จะมีแก่เรา’

(แต่เมื่อไม่ได้ความพอใจ รู้ว่า ‘นี้คือแท่นศิลา’ จึงหลีกไป) ๑-

[๔๕๑]

ข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกัน ตั้งใจว่า

จะมารบกวนก่อความรำคาญพระทัย

ให้พระสมณโคดมเบื่อเสด็จลุกหนีไป

แต่ข้าพเจ้ากลับไม่ได้รับความยินยอมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เกิดความท้อแท้จึงหลีกไป

[๔๕๒]

เมื่อมารนั้นกำลังเศร้าโศกมาก

พิณที่หนีบอยู่นั้นจึงตกลงจากรักแร้

ลำดับนั้น มารนั้นผู้เสียใจ

ได้อันตรธานหายไปในที่นั้นเอง

ปธานสูตรที่ ๒ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ข้อความนี้แปลเติมตามนัยอรรถกถา (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๔๙-๔๕๑/๒๑๔-๒๑๕)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑. ปัพพชาสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๓. มหาวรรคพระสูตรถัดไป๓. สุภาษิตสูตร