ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๓. มหาวรรค
  12. /
  13. ๘. สัลลสูตร

๘. สัลลสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๘๐ · บรรทัด ๙๒๐๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. สัลลสูตร

ว่าด้วยลูกศรคือกิเลส

(พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระสูตรนี้แก่อุบาสกคนหนึ่งผู้โศกเศร้าเพราะบุตรตาย ด้วยพระคาถาดังนี้)

[๕๘๐]

ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้

ไม่มีนิมิต ๑- ใครๆ รู้ไม่ได้ ทั้งลำบาก

สั้นนิดเดียว และประกอบด้วยทุกข์

[๕๘๑]

วิธีที่สัตว์ผู้เกิดมาแล้วจะไม่ตายย่อมไม่มี

แม้จะอยู่ไปจนถึงชรา ก็จะต้องถึงแก่ความตาย

เพราะสัตว์ทั้งหลายมีความตายอย่างนี้เป็นธรรมดา

[๕๘๒]

สัตว์ที่เกิดมาแล้ว มีภัยจากความตายเป็นนิตย์

เหมือนผลไม้สุกแล้วมีภัยจากการหล่นไปในเวลาเช้า ฉะนั้น

[๕๘๓]

ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำไว้ทั้งหมด

มีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด

ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็เป็นฉันนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ไม่มีนิมิต หมายถึงไม่มีกิริยาอาการบ่งบอกว่าจะตาย (ขุ.สุ.อ. ๒/๕๘๐/๒๘๔)

[๕๘๔]

มนุษย์ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ โง่ และฉลาด ทั้งหมด

ย่อมไปสู่อำนาจความตาย มีความตายรออยู่ข้างหน้า

[๕๘๕]

เมื่อมนุษย์เหล่านั้นถูกความตายครอบงำอยู่

กำลังจะจากโลกนี้ไปสู่ปรโลก

บิดาก็ต้านทานบุตรไว้ไม่ได้

หรือหมู่ญาติก็ต้านทานญาติไว้ไม่ได้

[๕๘๖]

เมื่อพวกญาติ กำลังเพ่งมองดูอยู่

รำพันกันเป็นอันมากอยู่นั่นแหละว่า จงดูสัตว์แต่ละตนๆ

ถูกความตายนำไป เหมือนโคถูกนำไปฆ่า ฉะนั้น

[๕๘๗]

สัตว์โลกถูกความแก่และความตายครอบงำอยู่อย่างนี้ ๑-

เพราะฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายทราบชัด

ความเป็นจริงของสัตว์โลกแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก

[๕๘๘]

ท่านไม่รู้ทางของผู้มาหรือผู้ไป

เมื่อไม่เห็นที่สุดทั้ง ๒ นี้ ถึงจะคร่ำครวญไปก็ไร้ประโยชน์

[๕๘๙]

หากผู้ที่หลงคร่ำครวญ เบียดเบียนตนอยู่

จะพึงนำประโยชน์อะไรมาได้บ้าง

บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ก็จะพึงกระทำเช่นนั้นบ้าง ๒-

[๕๙๐]

บุคคลจะได้รับความสงบใจ เพราะการร้องไห้

เพราะความเศร้าโศกก็หาไม่

ทุกข์ย่อมเกิดแก่ผู้นั้นยิ่งขึ้น

และร่างกายของเขามีแต่จะซีดเซียวลง

@เชิงอรรถ :

@๑ ข้อ ๕๘๒-๕๘๗ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๓๙/๑๔๒-๑๔๗, ขุ.ชา (แปล) ๒๘/๑๑๙/๒๐๑

@๒ ดู ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๙๐/๓๖๙

[๕๙๑]

ผู้ที่เบียดเบียนตนเอง ย่อมจะซูบผอม ไม่ผ่องใส

สัตว์ทั้งหลายผู้ละไปสู่ปรโลก

หาคุ้มครองตนอยู่ด้วยการคร่ำครวญนั้นได้ไม่

ฉะนั้น การคร่ำครวญจึงเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ๑-

[๕๙๒]

ผู้ทอดถอนใจถึงคนที่ตายไปแล้วอยู่เสมอ

บรรเทาความเศร้าโศกไม่ได้

ตกอยู่ในอำนาจแห่งความเศร้าโศก

ย่อมได้รับทุกข์มากขึ้น

[๕๙๓]

ท่านจงดูแม้คนเหล่าอื่นผู้ใกล้จะตายไปตามกรรม

และสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ผู้ตกอยู่ในอำนาจมัจจุราช

ต่างพากันดิ้นรนอยู่ทั้งนั้น

[๕๙๔]

อาการใดๆ ที่สัตว์ทั้งหลายสำคัญหมาย

อาการนั้นๆ ย่อมแปรผันเป็นอื่นไป ๒-

การพลัดพรากจากกันและกันเช่นนี้ มีอยู่เป็นประจำ

ท่านจงพิจารณาดูความเป็นจริงของสัตว์โลกเถิด

[๕๙๕]

บุคคลแม้จะดำรงชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี

หรือเกินไปบ้างก็ตาม ก็ต้องพลัดพรากจากหมู่ญาติ

และต้องละทิ้งชีวิตไว้ในโลกนี้แน่นอน

[๕๙๖]

เพราะฉะนั้น บุคคลฟังธรรมเทศนาของพระอรหันต์แล้ว

เห็นคนล่วงลับดับชีวิตไป กำหนดรู้ว่าผู้ล่วงลับดับชีวิตไปนั้น

ไม่สามารถฟื้นคืนชีวิตอยู่ร่วมกับเราได้อีก

ควรกำจัดความคร่ำครวญ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๙๑/๓๖๙

@๒ หมายถึงที่หวังไว้ว่า ‘ขอให้มีอายุยืน’ ก็กลับกลายเป็นสิ่งตรงข้ามคือตายไป

@และที่หวังไว้ว่า ‘ขอให้ไม่มีโรค’ ก็กลับกลายมีโรค เป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๕๙๔/๒๘๙)

[๕๙๗]

ธีรชนผู้มีปัญญา ฉลาดปราชญ์เปรื่อง

ควรขจัดความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน

เหมือนลมพัดนุ่นปลิวไป

เหมือนคนใช้น้ำดับไฟที่กำลังไหม้ลุกลาม ฉะนั้น

[๕๙๘]

บุคคลผู้แสวงหาความสุขแก่ตน

ควรกำจัดความคร่ำครวญ ความทะยานอยาก

และโทมนัสของตน

ควรถอนลูกศรคือกิเลสของตน

[๕๙๙]

บุคคลผู้ถอนลูกศรคือกิเลสได้แล้ว

เป็นผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย

ถึงความสงบใจ ล่วงพ้นความเศร้าโศกได้ทั้งหมด

ไม่มีความเศร้าโศก ชื่อว่าดับกิเลสได้แล้ว

สัลลสูตรที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๗. เสลสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๓. มหาวรรคพระสูตรถัดไป๙. วาเสฏฐสูตร