ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๑๘. มลวรรค

๑๘. มลวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๘ · บรรทัด ๘๙๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๘. มลวรรค

หมวดว่าด้วยมลทินทางใจ

๑. โคฆาตกปุตตวัตถุ

เรื่องบุตรของคนฆ่าโค

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่บุตรของคนฆ่าโคผู้แก่เฒ่า ดังนี้)

[๒๓๕]

บัดนี้ ท่านเปรียบเหมือนใบไม้เหลือง

ทั้งยมทูต ๑- มาปรากฏแก่ท่านแล้ว

ท่านอยู่ใกล้ปากแห่งความเสื่อม

และแม้แต่เสบียงเดินทาง ๒- ของท่านก็ยังไม่มีเลย

@เชิงอรรถ :

@๑ ยมทูต ในที่นี้หมายถึงความตาย (ขุ.ธ.อ. ๗/๔)

@๒ เสบียงเดินทาง หมายถึงกุศล (ขุ.ธ.อ. ๗/๔)

[๒๓๖]

ท่านนั้นจงทำที่พึ่ง ๑- แก่ตนเอง

จงรีบพยายาม จงเป็นบัณฑิต

ท่านขจัดมลทินได้แล้ว ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน

จะเข้าถึงอริยภูมิอันเป็นทิพย์ ๒-

[๒๓๗]

บัดนี้ ท่านเป็นผู้มีวัยถูกนำเข้าไปแล้ว ๓-

เตรียมจะไปสำนักพระยายม

ที่พักระหว่างทางของท่านยังไม่มี

และแม้แต่เสบียงเดินทางของท่านก็ยังไม่มีเลย

[๒๓๘]

ท่านนั้นจงทำที่พึ่งแก่ตนเอง

จงรีบพยายาม จงเป็นบัณฑิต

ท่านขจัดมลทินได้แล้ว ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน

ก็จะไม่ต้องเข้าถึงชาติ และชราอีกต่อไป

๒. อัญญตรพราหมณวัตถุ

เรื่องพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พราหมณ์ผู้ทำกุศลอยู่บ่อยๆ ดังนี้)

[๒๓๙]

ผู้มีปัญญา พึงกำจัดมลทิน ๔- ของตน

ทีละน้อย ทุกขณะ โดยลำดับ

เหมือนช่างทองกำจัดสนิมทอง ฉะนั้น ๕-

@เชิงอรรถ :

@๑ ที่พึ่ง หมายถึงกุศลกรรม (ขุ.ธ.อ. ๗/๔)

@๒ อริยภูมิอันเป็นทิพย์ ในที่นี้หมายถึงสุทธาวาสภูมิ ที่อยู่ของพระอนาคามี มี ๕ คือ อวิหา อตัปปา สุทัสสา

@สุทัสสีและอกนิฏฐา (ขุ.ธ.อ. ๗/๔, ที.ปา. ๑๑/๓๑๘/๒๑๑)

@๓ มีวัยถูกนำเข้าไปแล้ว หมายถึงล่วงวัยทั้ง ๓ ใกล้จะถึงอายุขัยแล้ว (ขุ.ธ.อ. ๗/๕)

@๔ มลทิน หมายถึงกิเลสมีราคะเป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๗/๘)

@๕ ดูเทียบ อภิ.ก. ๓๗/๒๗๘/๑๐๒, ๓๔๖/๑๘๙

๓. ติสสเถรวัตถุ

เรื่องพระติสสเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๔๐]

สนิมเกิดขึ้นจากเหล็ก

ครั้นเกิดขึ้นแล้ว ย่อมกัดเหล็กนั่นเอง ฉันใด

กรรมทั้งหลายของตน ย่อมนำคนผู้ประพฤติล่วงโธนา ๑-

ไปสู่ทุคติ ฉันนั้น

๔. โลลุทายีวัตถุ

เรื่องพระโลลุทายี

(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพระโลลุทายีผู้เล่าเรียนธรรมเพียงเล็กน้อยและ ไม่ท่องบ่น จึงตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๔๑]

มนตร์ ๒- มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน

เรือนมีความไม่ขยันหมั่นเพียร ๓- เป็นมลทิน

ผิวพรรณมีความเกียจคร้าน ๔- เป็นมลทิน

ผู้รักษามีความประมาท ๕- เป็นมลทิน

@เชิงอรรถ :

@๑ โธนา หมายถึงปัญญาที่พิจารณาปัจจัย ๔ แล้วจึงบริโภค ดังนั้น “ผู้ประพฤติล่วงโธนา” จึงหมายถึงผู้

@ปราศจากปัญญาพิจารณาปัจจัย ๔ แล้วจึงบริโภค (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑)

@๒ มนตร์ หมายถึงปริยัติและศิลปะ เมื่อไม่ท่องบ่น และไม่เอาใจใส่ ก็เสื่อมสูญ หรือหายไปได้ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๔)

@๓ ไม่ขยันหมั่นเพียร หมายถึงไม่เอาใจใส่ดูแล หรือไม่บูรณะซ่อมแซมบ้านเรือน (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๔)

@๔ ความเกียจคร้าน หมายถึงการไม่หมั่นชำระร่างกายและอวัยวะส่วนอื่นๆ ให้สะอาดทำให้มีผิวพรรณมัวหมอง

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๑๔)

@๕ ความประมาท สำหรับคฤหัสถ์ หมายถึงประมาทในทรัพย์สมบัติ เช่น สัตว์เลี้ยง สำหรับบรรพชิต

@หมายถึงไม่คุ้มครองอินทรีย์ทวารทั้ง ๖ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๔)

๕. อัญญตรกุลปุตตวัตถุ

เรื่องกุลบุตรคนใดคนหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่กุลบุตรคนหนึ่งซึ่งมีภรรยามักนอกใจ ดังนี้)

[๒๔๒]

สตรีมีความประพฤติชั่ว ๑- เป็นมลทิน

ผู้ให้มีความตระหนี่เป็นมลทิน

บาปธรรม ๒- เป็นมลทินทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

[๒๔๓]

มลทินที่ยิ่งกว่ามลทินนั้นคืออวิชชา ๓-

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงละมลทินนั้นให้ได้

แล้วเป็นอยู่อย่างผู้ปราศจากมลทินเถิด

๖. จูฬสาริภิกขุวัตถุ

เรื่องจูฬสารีภิกษุ

(พระผู้มีพระภาคทรงตำหนิพระจูฬสารีผู้เป็นหมอปรุงยาให้ชาวบ้านเพื่อแลกกับ โภชนะ จึงตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๔๔]

ผู้ไม่มีความละอาย กล้าเหมือนกา

ชอบทำลายคนอื่น ชอบเอาหน้า

มีความคะนอง มีพฤติกรรมสกปรก เป็นอยู่สบาย

[๒๔๕]

ส่วนผู้มีความละอาย

แสวงหาความบริสุทธิ์เป็นนิตย์

ไม่เกียจคร้าน ไม่มีความคะนอง

มีอาชีพบริสุทธิ์ และมีปัญญา เป็นอยู่ลำบาก

@เชิงอรรถ :

@๑ ประพฤติชั่ว หมายถึงการประพฤตินอกใจสามี (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๖, องฺ.อฏฺฐก.ฏีกา ๓/๑๕-๑๘/๒๗๙)

@๒ บาปธรรม ในที่นี้หมายถึงอกุศลธรรมทั้งหมด (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๖)

@๓ ดู องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๑๕/๒๔๑-๒๔๒

๗. ปัญจอุปาสกวัตถุ

เรื่องอุบาสก ๕ คน

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อุบาสก ๕ คน ดังนี้)

[๒๔๖]

นรชนใดในโลก ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์

คบชู้กับภรรยาของผู้อื่น พูดเท็จ

[๒๔๗]

และหมกมุ่นในการดื่มสุราและเมรัย ๑-

นรชนนั้นชื่อว่า ขุดทรัพย์อันเป็นต้นทุน ๒- ของตนในโลกนี้

[๒๔๘]

ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงรู้อย่างนี้ว่า

ผู้มีบาปธรรมทั้งหลาย มักไม่สำรวม

ขอโลภะและอธรรม ๓- อย่าย่ำยีท่านให้เป็นทุกข์ตลอดกาลนานเลย

๘. ติสสทหรวัตถุ

เรื่องภิกษุหนุ่มชื่อติสสะ

(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพระติสสะเที่ยวติเตียนทานของคนอื่น จึงตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๔๙]

บุคคลย่อมให้ทานตามความเชื่อตามความเลื่อมใส

ภิกษุไม่พอใจในข้าวและน้ำที่เป็นทานของคนอื่นนั้น

ย่อมไม่บรรลุสมาธิ ๔- ในเวลากลางวันหรือกลางคืน

[๒๕๐]

ส่วนภิกษุผู้ตัดอกุศลจิตนี้ได้

ถอนขึ้นทำให้รากขาดแล้ว

ย่อมบรรลุสมาธิในเวลากลางวันหรือกลางคืน

@เชิงอรรถ :

@๑ ดู องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๗๔/๒๙๑

@๒ ขุดทรัพย์อันเป็นต้นทุน หมายถึงนำที่นาและสวนไปจำนอง หรือขายขาด เพื่อนำทรัพย์ไปซื้อสุรามาดื่ม

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๒๑)

@๓ อธรรม หมายถึงโทสะ (ขุ.ธ.อ. ๗/๒๑)

@๔ สมาธิ ในที่นี้หมายถึงอุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ หรือมัคคสมาธิ และผลสมาธิ (ขุ.ธ.อ. ๗/๒๔)

๙. ปัญจอุปาสกวัตถุ

เรื่องอุบาสก ๕ คน

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อุบาสกคนหนึ่ง ในจำนวน ๕ คน ดังนี้)

[๒๕๑]

ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี

ผู้จับเสมอด้วยโทสะไม่มี

ข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี

แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี ๑-

๑๐. เมณฑกเสฏฐิวัตถุ

เรื่องเมณฑกเศรษฐี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เมณฑกเศรษฐี ดังนี้)

[๒๕๒]

โทษ ๒- ของคนอื่นเห็นได้ง่าย

ส่วนโทษของตนเห็นได้ยาก

เพราะคนนั้นชอบโปรยโทษของผู้อื่น

เหมือนคนโปรยแกลบ

แต่กลับปกปิดโทษของตนไว้

เหมือนพรานนกปกปิดร่างพรางกายตนไว้ ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ความหมายในคาถานี้ คือ ไฟยังแสดงควันให้รู้ว่ายังมีไฟคนจึงสามารถดับได้ แต่ราคะเผาสัตว์ภายในไม่

@แสดงอาการให้รู้, ผู้จับ เช่น ยักษ์ เป็นต้น สามารถจับสัตว์ได้ในชาติเดียวเท่านั้น แต่โทสะจับสัตว์ไม่มีที่

@สิ้นสุด, ตาข่ายที่รัดรึงสัตว์ยังสามารถแก้หรือคลายได้ แต่โมหะที่รัดรึงสัตว์ยากที่จะแก้หรือคลายได้, แม่น้ำ

@ยังมีวันพร่องหรือเต็มปรากฏให้เห็นได้ แต่ตัณหาไม่มีวันเต็ม ไม่มีวันเหือดแห้ง ทั้งยังปรากฏความพร่อง

@อยู่เป็นนิตย์ เติมให้เต็มได้ยาก (ขุ.ธ.อ. ๗/๒๗)

@๒ โทษ หมายถึงความพลั้งพลาด (ขุ.ธ.อ. ๗/๓๗)

๑๑. อุชฌานสัญญิเถรวัตถุ

เรื่องพระอุชฌานสัญญีเถระ

(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพระอุชฌานสัญญีผู้เที่ยวจับผิดภิกษุ จึงตรัสพระ คาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๕๓]

ผู้ที่คอยแต่สอดส่ายหาโทษคนอื่น

คอยเพ่งโทษอยู่เนืองนิตย์

จะมีอาสวะพอกพูนยิ่งขึ้น

และห่างไกลจากความสิ้นอาสวะโดยแท้

๑๒. สุภัททปริพาชกวัตถุ

เรื่องสุภัททปริพาชก

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหาของสุภัททปริพาชก ดังนี้)

[๒๕๔]

ไม่มีรอยเท้าในอากาศ ไม่มีสมณะภายนอก ๑-

หมู่สัตว์เป็นผู้ยินดีในปปัญจธรรม ๒-

แต่พระตถาคตทั้งหลาย ไม่มีปปัญจธรรม

[๒๕๕]

ไม่มีรอยเท้าในอากาศ ไม่มีสมณะภายนอก

ไม่มีสังขาร ๓- ที่เที่ยงแท้

พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีความหวั่นไหว

มลวรรคที่ ๑๘ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ไม่มีสมณะภายนอก หมายถึงไม่มีสมณะผู้ดำรงอยู่ในอริยมรรคและอริยผลภายนอกพระพุทธศาสนา

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๔๐)

@๒ ปปัญจธรรม หมายถึงกิเลสธรรมที่ทำให้เนิ่นช้า คือตัณหา ทิฏฐิ และมานะ (ขุ.ธ.อ. ๗/๔๐)

@๓ สังขาร ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ๕ (ขุ.ธ.อ. ๗/๔๐)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๗. โกธวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๑๙. ธัมมัฏฐวรรค