ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๔. อัฏฐกวรรค
  12. /
  13. ๕. ปรมัฏฐกสูตร

๕. ปรมัฏฐกสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๔๑๒ · บรรทัด ๑๐๐๗๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. ปรมัฏฐกสูตร ๑-

ว่าด้วยผู้ยึดถือทิฏฐิของตนว่ายอดเยี่ยม

(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายดังนี้)

[๘๐๓]

สัตว์เกิดผู้ยึดถือในทิฏฐิทั้งหลายว่า ยอดเยี่ยม

ย่อมทำทิฏฐิใดให้ยิ่งใหญ่ในโลก

กล่าวทิฏฐิอื่นทุกอย่างนอกจากทิฏฐินั้นว่า เลว

เพราะฉะนั้น สัตว์เกิดนั้นจึงไม่ล่วงพ้นการวิวาทไปได้

[๘๐๔]

เจ้าลัทธิเห็นอานิสงส์ใดในตน ในรูปที่เห็น

ในเสียงที่ได้ยิน ในศีลและวัตร หรือในอารมณ์ที่รับรู้

เจ้าลัทธินั้นยึดมั่นทิฏฐินั้นในลัทธิของตนนั้น

เห็นทิฏฐิอื่นทั้งปวงโดยความเป็นของเลว

[๘๐๕]

บุคคลอาศัยศาสดาใด เห็นศาสดาอื่นว่า เลว

ผู้ฉลาดทั้งหลายเรียกศาสดานั้นว่า เป็นเครื่องร้อยรัด

เพราะฉะนั้นแล ภิกษุจึงไม่ควรอาศัยรูปที่เห็น

เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่รับรู้ หรือศีลและวัตร

[๘๐๖]

ภิกษุไม่พึงกำหนดทิฏฐิในโลกด้วยญาณ หรือแม้ด้วยศีลและวัตร

ไม่พึงเอาตนเข้าไปเทียบว่าเสมอเขา

ไม่พึงสำคัญตนว่าด้อยกว่าเขา หรือเลิศกว่าเขา

[๘๐๗]

ภิกษุนั้นละอัตตาแล้ว ไม่ยึดถือ ไม่สร้างนิสัยแม้ด้วยญาณ

เมื่อชนทั้งหลายแตกกัน

ภิกษุนั้นก็ไม่เข้าเป็นฝักเป็นฝ่าย

ภิกษุนั้นไม่ถือแม้ทิฏฐิอะไรๆ

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๓๑-๓๘/๑๒๓-๑๔๑

[๘๐๘]

พระอรหันต์ใดผู้ไม่มีความคะนึงหาในส่วนสุดทั้ง ๒ ด้าน

ในโลกนี้ ในภพน้อยภพใหญ่ ในโลกนี้หรือในโลกหน้า

พระอรหันต์นั้นจึงไม่มีเครื่องอยู่อะไรๆ

ความตกลงใจในธรรมทั้งหลายแล้วถือมั่นก็ไม่มี

[๘๐๙]

พระอรหันต์นั้นไม่มีทิฏฐิอันสัญญากำหนดไว้แม้นิดเดียว

ในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน หรือในอารมณ์ที่รับรู้ในโลกนี้

ใครๆ ในโลกนี้ จะพึงกำหนดพระอรหันต์นั้น

ผู้เป็นพราหมณ์ไม่ยึดถือทิฏฐิอยู่ด้วยเหตุอะไรเล่า

[๘๑๐]

พระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย

ย่อมไม่กำหนด ไม่เชิดชู(ตัณหาและทิฏฐิ)ไว้

แม้ธรรมทั้งหลาย ๑- พระอรหันต์เหล่านั้นก็ไม่ปรารถนา

พระอรหันต์ผู้เป็นพราหมณ์นั้น ใครๆ ก็นำไปด้วยศีลและวัตรไม่ได้

เป็นผู้ถึงฝั่ง ๒- ไม่กลับมา เป็นผู้คงที่

ปรมัฏฐกสูตรที่ ๕ จบ

๖. ชราสูตร ๓-

ว่าด้วยชรา

(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พุทธบริษัทชาวเมืองสาเกตดังนี้)

[๘๑๑]

ชีวิตนี้น้อยนัก มนุษย์ย่อมตายภายใน ๑๐๐ ปี

แม้หากผู้ใดจะมีชีวิตอยู่เกินไปกว่านั้น

ผู้นั้นก็จะตายเพราะชราแน่แท้

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงทิฏฐิ ๖๒ (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๑๐/๓๖๗)

@๒ ฝั่ง หมายถึงอมตนิพพาน ได้แก่ ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวงเป็นที่สลัดทิ้งอุปธิทั้งปวง เป็นต้น

@(ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๓๘/๑๓๘)

@๓ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๓๙-๔๘/๑๔๒-๑๖๘

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๔. สุทธัฏฐกสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๔. อัฏฐกวรรคพระสูตรถัดไป๖. ชราสูตร