ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๔. อัฏฐกวรรค
  12. /
  13. ๘. ปสูรสูตร

๘. ปสูรสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๔๑๕ · บรรทัด ๑๐๑๗๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. ปสูรสูตร ๑-

ว่าด้วยปริพาชกชื่อว่าปสูระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ปสูรปริพาชกในท่ามกลางพุทธบริษัทดังนี้)

[๘๓๑]

สมณพราหมณ์เป็นอันมาก

ย่อมกล่าวความหมดจดในธรรมนี้เท่านั้น

ไม่กล่าวความหมดจดในธรรมเหล่าอื่น

บุคคลอาศัยศาสดาใดก็กล่าวศาสดานั้นว่าดีงาม

ในเพราะทิฏฐิของตนนั้น เป็นผู้ตั้งอยู่ในปัจเจกสัจจะ ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๙-๖๙/๑๙๕-๒๑๖

@๒ ปัจเจกสัจจะ ในที่นี้หมายถึงสัจจะเฉพาะอย่าง เช่น สัจจะที่ว่า โลกเที่ยง นี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นไม่จริง

@(ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๙/๑๙๖)

[๘๓๒]

สมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็นคนอยากพูด

เข้าไปสู่บริษัทแล้ว จับคู่กล่าวหากันและกันว่า เป็นคนพาล

สมณพราหมณ์เหล่านั้นอาศัยสิ่งอื่นแล้ว

ย่อมกล่าวถ้อยคำขัดแย้งกัน

อยากได้ความสรรเสริญ ก็กล่าวยกตนว่า เป็นผู้ฉลาด

[๘๓๓]

คนผู้ประกอบถ้อยคำ(เพื่อกล่าว) ในท่ามกลางบริษัท

เมื่ออยากได้ความสรรเสริญ ย่อมเป็นผู้ลังเลใจ

เป็นผู้เก้อเขินในเมื่อถูกคัดค้านตกไป

ย่อมโกรธเคืองเพราะคำนินทา แสวงหาข้อแก้ตัว

[๘๓๔]

บริษัทผู้พิจารณาปัญหากล่าววาทะของเขาว่า เลว

ถูกคัดค้านให้ตกไปแล้ว

เขาเสื่อมวาทะไปแล้ว ย่อมคร่ำครวญเศร้าโศก

ทอดถอนใจว่า เขานำ(หน้า) เราไปแล้ว

[๘๓๕]

การวิวาทเหล่านี้เกิดแล้วในหมู่สมณะ

ความยินดีและความยินร้าย มีอยู่ในการวิวาทเหล่านี้

บุคคลเห็นโทษนี้แล้ว พึงงดเว้นถ้อยคำขัดแย้งกัน

เพราะว่าไม่มีประโยชน์อื่นนอกจากการได้ความสรรเสริญ

[๘๓๖]

ก็หรือว่า บุคคลกล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท

ได้รับความสรรเสริญเพราะทิฏฐิของตนนั้น

เขาย่อมหัวเราะและฟูใจด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น

เพราะได้บรรลุถึงประโยชน์ตามที่ใจคิดไว้แล้ว

[๘๓๗]

ความลำพองตน ย่อมเป็นภูมิสำหรับย่ำยีของเขา

เขาจึงกล่าวคำถือตัวและคำดูหมิ่นกัน

บุคคลเห็นโทษนี้แล้ว ไม่ควรวิวาทกัน

เพราะผู้ฉลาดทั้งหลาย ไม่กล่าวความหมดจด

ด้วยความวิวาทกันนั้น

[๘๓๘]

คนกล้าที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยของเสวยของพระราชา

เขาคึกคะนอง อยากพบคนกล้าฝ่ายตรงข้ามย่อมได้พบ ฉันใด

(เจ้าลัทธิย่อมได้พบเจ้าลัทธิ ฉันนั้น)

ผู้กล้าเอ๋ย เจ้าลัทธิอยู่ที่ใด เธอจงไปเสียจากที่นั้นเถิด

เพราะกิเลสที่เคยมีแต่ก่อนของตถาคตมิได้มีเพื่อการรบ

[๘๓๙]

ชนเหล่าใดถือทิฏฐิแล้ววิวาทกัน

และกล่าวอ้างว่า นี้เท่านั้นจริง

เธอจงพูดกับชนเหล่านั้นว่า กิเลสที่เป็นข้าศึกกัน

เมื่อวาทะเกิดไม่มีในธรรมวินัยนี้

[๘๔๐]

พระอรหันต์เหล่าใด กำจัดเสนาได้แล้ว

ไม่เอาทิฏฐิไปกระทบทิฏฐิ เที่ยวไป

พระอรหันต์เหล่าใดในธรรมวินัยนี้

ไม่มีความถือมั่นสิ่งนี้ว่า ยอดเยี่ยม

ปสูระเอ๋ย เธอจะพึงได้อะไร ในพระอรหันต์เหล่านั้น

[๘๔๑]

อนึ่ง เธอตรึกอยู่มาแล้ว เธอคิดทิฏฐิทั้งหลายด้วยใจ

มาถึงการแข่งคู่กับเราผู้มีปัญญาเครื่องกำจัดแล้ว

ย่อมไม่สามารถเทียมทันได้เลย

ปสูรสูตรที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๗. ติสสเมตเตยยสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๔. อัฏฐกวรรคพระสูตรถัดไป๙. มาคันทิยสูตร