ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๔. อัฏฐกวรรค
  12. /
  13. ๑๕. อัตตทัณฑสูตร

๑๕. อัตตทัณฑสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๔๒๒ · บรรทัด ๑๐๖๗๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๕. อัตตทัณฑสูตร ๒-

ว่าด้วยความกลัวเกิดจากโทษของตน

(พระผู้มีพระภาคตรัสท่ามกลางหมู่ทหารของพระญาติทั้งสองฝ่ายดังนี้)

[๙๔๒]

ความกลัวเกิดจากโทษของตน

เธอทั้งหลายจงมองดูคนที่มุ่งร้ายกัน

เราจักกล่าวความสังเวชตามที่เราได้เคยสังเวชมาแล้ว

[๙๔๓]

เพราะเห็นหมู่สัตว์ผู้ดิ้นรนอยู่

เหมือนฝูงปลาในบ่อที่มีน้ำน้อย

เพราะเห็นสัตว์ทำร้ายกันและกัน ภัยจึงปรากฏแก่เรา

[๙๔๔]

โลกทั้งหมด ๓- ไม่มีแก่นสาร

สังขารทั้งหลายทุกทิศก็หวั่นไหว

เราเมื่อต้องการภพสำหรับตน

ก็มองไม่เห็นฐานะอะไรที่ไม่ถูกครอบงำ

@เชิงอรรถ :

@๑ ครอบงำ หมายถึงครอบงำรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ หรือครอบงำบาปอกุศลธรรม

@(ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๖๙/๔๗๘)

@๒ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๗๐-๑๘๙/๔๘๐-๕๓๔

@๓ โลกทั้งหมด หมายถึงโลกนรก โลกกำเนิดดิรัจฉาน โลกเปตวิสัย โลกมนุษย์ โลกเทวดา โลกขันธ์ โลกธาตุ

@โลกอายตนะ และโลกพรหม (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๗๒/๔๘๘)

[๙๔๕]

เพราะเห็นสัตว์มีที่สิ้นสุดและถูกสกัดกั้น

ความไม่ยินดี จึงมีแก่เรา

อนึ่ง เราได้เห็นลูกศร ๑- ที่เห็นได้ยาก

อันอาศัยหทัยในสัตว์เหล่านี้แล้ว

[๙๔๖]

สัตว์ถูกลูกศรใดปักติดแล้ว วิ่งพล่านไปทุกทิศทาง

เพราะถอนลูกศรนั้นได้แล้ว

จึงไม่ต้องวิ่งพล่าน ไม่ต้องล่มจม

[๙๔๗]

คนทั้งหลายกล่าวถึงการศึกษา

เพราะกามคุณที่พัวพันอยู่ในโลก

บุคคลไม่พึงเป็นผู้ขวนขวายในการศึกษาหรือกามคุณเหล่านั้น

รู้แจ้งกามโดยประการทั้งปวงแล้ว

พึงศึกษาเพื่อความดับกิเลสของตน

[๙๔๘]

มุนีพึงเป็นผู้มีสัจจะ ไม่คะนอง ไม่มีความหลอกลวง

ปราศจากวาจาส่อเสียด ไม่โกรธ

ข้ามพ้นความโลภอันชั่วและความหวงแหนได้แล้ว

[๙๔๙]

นรชนพึงควบคุมความหลับ ความเกียจคร้าน ความย่อท้อ

ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท

ไม่พึงตั้งอยู่ในความดูหมิ่น

พึงน้อมใจไปในนิพพาน

[๙๕๐]

นรชนไม่พึงมุ่งมั่นในความเป็นคนพูดเท็จ

ไม่พึงทำความเสน่หาในรูป

พึงกำหนดรู้ความถือตัว

และพึงประพฤติละเว้นจากความผลุนผลัน

@เชิงอรรถ :

@๑ ลูกศร ในที่นี้หมายถึงกิเลส มี ๗ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ โสกะ และความสงสัย

@(ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๗๔/๔๙๒-๔๙๓, ขุ.สุ.อ. ๒/๙๔๕/๔๑๑

[๙๕๑]

นรชนไม่พึงยินดีสังขารเก่า

ไม่พึงทำความพอใจสังขารใหม่

เมื่อสังขารเสื่อมไปก็ไม่พึงเศร้าโศก

ไม่พึงติดอยู่กับกิเลสเครื่องเกี่ยวข้อง

[๙๕๒]

เราเรียกความติดใจว่า ห้วงน้ำใหญ่

เรียกความโลดแล่นว่า ความปรารถนา

เรียกอารมณ์ ๑- ว่า ความหวั่นไหว

เปือกตมคือกาม เป็นสภาวะที่ลุล่วงไปได้ยาก

[๙๕๓]

มุนีไม่ก้าวล่วงสัจจะ เป็นพราหมณ์ดำรงอยู่บนบก

มุนีสลัดสิ่งทั้งปวงได้แล้ว มุนีนั้นแล เราเรียกว่า ผู้สงบ

[๙๕๔]

มุนีนั้นแลมีความรู้ จบเวท รู้ธรรมแล้ว ก็ไม่อาศัย ๒-

มุนีนั้นอยู่ในโลกโดยชอบ

ย่อมไม่ใฝ่หาใครๆ ในโลกนี้

[๙๕๕]

ผู้ใดข้ามกามและกิเลสเครื่องข้องที่ล่วงได้ยากในโลกได้

ผู้นั้นย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ละโมบ

เป็นผู้ตัดกระแสได้ ไม่มีเครื่องผูก

[๙๕๖]

เธอจงทำกิเลสที่ปรารภสังขารในส่วนเบื้องต้นให้เหือดแห้งไป

กิเลสเครื่องกังวลที่ปรารภสังขารในส่วนภายหลัง อย่าได้มีแก่เธอ

ถ้าเธอจักไม่ถือสังขารในส่วนท่ามกลางไว้

ก็จักเป็นผู้เข้าไปสงบเที่ยวไป

@เชิงอรรถ :

@๑ ความติดใจ ความโลดแล่น อารมณ์ หมายถึงตัณหา (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๘๐/๕๑๔)

@๒ ไม่อาศัย ในที่นี้หมายถึงไม่มีตัณหาและทิฏฐิ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๘๒/๕๑๗)

[๙๕๗]

ความยึดถือว่า เป็นของเราในนามรูป

ย่อมไม่มีแก่ผู้ใดโดยประการทั้งปวง

และผู้ใดไม่เศร้าโศกเพราะไม่มีความยึดถือว่า เป็นของเรา

ผู้นั้นแลชื่อว่า ย่อมไม่เสื่อมในโลก ๑-

[๙๕๘]

กิเลสเครื่องกังวลว่า สิ่งนี้ของเรา

หรือสิ่งนี้ของคนอื่น ไม่มีแก่ผู้ใด

ผู้นั้น เมื่อไม่ได้ความยึดถือว่า เป็นของเรา

ย่อมไม่เศร้าโศกว่า สิ่งของของเราไม่มี

[๙๕๙]

บุคคลเป็นผู้ไม่ริษยา ไม่ติดใจ ไม่หวั่นไหว

สม่ำเสมอในอายตนะทั้งปวง

เราถูกถามถึงบุคคลผู้ไม่หวั่นไหว จึงบอกอานิสงส์นั้น

[๙๖๐]

อภิสังขารไรๆ ไม่มีแก่ผู้ไม่หวั่นไหว รู้แจ่มแจ้ง

เขางดเว้นแล้วจากการปรารภอภิสังขาร

ย่อมมองเห็นความปลอดโปร่งในที่ทั้งปวง

[๙๖๑]

มุนีย่อมไม่กล่าวถึงตนในหมู่ชนที่เสมอกัน

ด้อยกว่า (หรือ) เลิศกว่าเลย

มุนีนั้นเป็นผู้สงบ คลายความตระหนี่ ไม่ยึดถือ ไม่สลัดทิ้ง

อัตตทัณฑสูตรที่ ๑๕ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบธรรมบทข้อ ๓๖๗ หน้า ๑๔๘ ในเล่มนี้

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑๔. ตุวฏกสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๔. อัฏฐกวรรคพระสูตรถัดไป๑๖. สารีปุตตสูตร