ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๕. ปารายนวรรค
  12. /
  13. วัตถุกถา

วัตถุกถา

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๔๒๔ · บรรทัด ๑๐๘๑๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. ปารายนวรรค

หมวดว่าด้วยธรรมเป็นเหตุให้ถึงฝั่ง

วัตถุกถา ๑-

พราหมณ์พาวรีส่งศิษย์ไปทูลถามปัญหา

[๙๘๓]

เรื่องพราหมณ์พาวรีผู้เรียนจบมนตร์

ปรารถนาความเป็นผู้ไม่มีกังวล

จึงเดินทางออกจากแคว้นโกศลอันรื่นรมย์

ไปสู่ทักขิณาปถชนบท

[๙๘๔]

ท่านอาศัยอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำโคธาวรี

อันเป็นพรมแดนแคว้นอัสสกะและแคว้นมุฬกะต่อกัน

(เลี้ยงชีพ) อยู่ด้วยการเที่ยวภิกษาและผลไม้

[๙๘๕]

เพราะอาศัยพราหมณ์นั้นนั่นเอง

หมู่บ้านจึงได้เจริญไพบูลย์

ท่านได้ประกอบพิธีมหายัญขึ้น

ด้วยรายได้ที่เกิดจากหมู่บ้านนั้น

[๙๘๖]

ท่านบูชาพิธีมหายัญเสร็จแล้ว ก็กลับเข้าอาศรม

เมื่อท่านกลับเข้าอาศรมแล้ว

พราหมณ์อีกคนหนึ่งก็เดินทางมาถึง

[๙๘๗]

พราหมณ์ที่มาพบนั้น มีเท้าเดินเสียดสีกัน

ท่าทางน่ากลัวมีฟันเขลอะ

ศีรษะเกลือกกลั้วด้วยสิ่งสกปรก

เข้าไปหาพราหมณ์พาวรีแล้ว

ขอทรัพย์ ๕๐๐ กหาปณะ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑-๕๖/๑-๑๐

[๙๘๘]

พราหมณ์พาวรีเห็นเขานั้นแล้วก็เชิญให้นั่ง

ไต่ถามถึงความสุขความสบาย จึงกล่าวคำนี้ว่า

[๙๘๙]

สิ่งของที่ควรให้ซึ่งเป็นของเราทั้งหมด

เราบริจาคไปแล้ว พราหมณ์เอ๋ย

ท่านจงเชื่อเราเถิด เราไม่มีทรัพย์ ๕๐๐ เลย

[๙๙๐]

(ปังกทันตพราหมณ์กล่าวว่า)

ถ้าเมื่อเราขอ ท่านไม่ให้สิ่งที่มีอยู่

ในวันที่ ๗ ขอให้ศีรษะท่านแตกเป็น ๗ เสี่ยง

[๙๙๑]

พราหมณ์นั้นเป็นคนโกหก

แสดงท่าทาง(หลอกลวง)กล่าวคำทำให้น่ากลัว

พราหมณ์พาวรีได้ฟังคำพูดของเขาแล้วก็เป็นทุกข์

[๙๙๒]

(พราหมณ์พาวรี) ถูกลูกศรคือความโศกเสียบแทงแล้ว

ไม่บริโภคอาหาร ซูบผอม

เมื่อท่านมีความคิดอย่างนั้น ใจก็ไม่ยินดีในฌาน

[๙๙๓]

เทวดา ๑- ผู้ปรารถนาประโยชน์

เห็นพราหมณ์พาวรีหวาดกลัว เป็นทุกข์อยู่

จึงเข้าไปหาท่านแล้วกล่าวคำนี้ว่า

[๙๙๔]

พราหมณ์ผู้ต้องการทรัพย์นั้น เป็นคนโกหก

เขาไม่รู้จักศีรษะ ไม่มีความรู้เรื่องศีรษะ

และธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

[๙๙๕]

พราหมณ์พาวรีคิดว่า เทวดาผู้เจริญนี้คงจะรู้

(จึงกล่าวไปว่า) ข้าพเจ้าขอถามเรื่องศีรษะ

และธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

@เชิงอรรถ :

@๑ เทวดา ผู้สิงสถิตอยู่ในอาศรมของพราหมณ์พาวรี (ขุ.สุ.อ. ๒/๙๙๓/๔๒๙)

ขอท่านจงบอกเรื่องนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด

ข้าพเจ้าขอฟังคำตอบของท่าน

[๙๙๖]

(เทวดากล่าวว่า)

แม้ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักเรื่องศีรษะ

และธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนี้

เรื่องศีรษะและธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

เป็นวิสัยของพระชินเจ้าเท่านั้น

[๙๙๗]

(พราหมณ์พาวรีกล่าวว่า)

เทวดา ก็ใครเล่าในปฐพีมณฑลนี้

รู้จักเรื่องศีรษะและธรรมเป็นเหตุให้ศีรษะตกไป

ขอท่านจงบอกผู้นั้นแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด

[๙๙๘]

(เทวดากล่าวว่า)

พระโอรสของเจ้าศากยะ

เป็นเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าโอกกากะ

เสด็จออกผนวชจากกรุงกบิลพัสดุ์

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เป็นผู้ก่อความสว่างไสว

[๙๙๙]

(เทวดากล่าวว่า)

พราหมณ์ เจ้าศากยบุตรพระองค์นั้น

เป็นพระสัมพุทธเจ้า ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง

บรรลุกำลังแห่งอภิญญาทั้งหมดแล้ว

มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง

ทรงถึงธรรมเป็นที่สิ้นกรรมทุกอย่าง

ทรงน้อมพระทัยไปในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ

[๑๐๐๐]

พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรม

ท่านจงไปทูลถามพระองค์เถิด

พระองค์จักตรัสตอบปัญหานั้นแก่ท่านได้

[๑๐๐๑]

พราหมณ์พาวรีได้ฟังคำว่า พระสัมพุทธเจ้า

ก็มีความเบิกบานใจ

มีความโศกเบาบางและได้รับปีติเปี่ยมล้น

[๑๐๐๒]

พราหมณ์พาวรีนั้นดีใจ เบิกบานใจ

เกิดความปลาบปลื้มใจ

จึงไต่ถามเทวดาถึงพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

(และประกาศว่า) พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

ประทับอยู่ ณ ที่ไหน จะเป็นบ้าน นิคม หรือชนบทใดก็ตาม

พวกเราพึงไปนมัสการพระสัมพุทธเจ้า

ผู้สูงสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

[๑๐๐๓]

(เทวดากล่าวว่า)

เจ้าศากยบุตรพระองค์นั้น ทรงชนะมาร

มีพระปัญญากว้างขวาง มีพระปัญญาล้ำเลิศแผ่ไพศาลยิ่ง

ทรงปราศจากธุระ ไม่มีอาสวะ

ทรงเป็นผู้รู้แจ้งเรื่องศีรษะและธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

ทรงเป็นผู้องอาจกว่านรชน

ประทับอยู่ ณ มณเฑียรสถานของชนชาวโกศล เขตกรุงสาวัตถี

[๑๐๐๔]

ลำดับนั้น พราหมณ์พาวรีได้เรียกพราหมณ์ทั้งหลาย

ผู้เป็นศิษย์ ซึ่งเรียนจบมนตร์มากล่าวว่า

มาณพทั้งหลาย มานี่เถิด เราจักบอก

ขอพวกเธอจงฟังคำของเรา

[๑๐๐๕]

(พราหมณ์พาวรีกล่าวว่า)

ความที่พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดปรากฏเนืองๆ ในโลก

นั่นหาได้ยาก

วันนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว ปรากฏพระนามว่า พระสัมพุทธเจ้า

เธอทั้งหลายจงรีบไปกรุงสาวัตถี เข้าเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า

ผู้สูงสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

[๑๐๐๖]

(มาณพทั้งหลายถามว่า)

ข้าแต่พราหมณ์ ถ้าข้าพเจ้าทั้งหลายพบแล้ว

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นพระพุทธเจ้า

ขอท่านจงบอกวิธีที่จะรู้จักพระองค์

แก่พวกข้าพเจ้าผู้ไม่รู้ด้วยเถิด

[๑๐๐๗]

(พราหมณ์พาวรีกล่าวว่า)

ก็ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ

อันมาแล้วในมนตร์ทั้งหลาย

ท่านกล่าวไว้แจ่มแจ้งครบถ้วนโดยลำดับว่า

[๑๐๐๘]

บุคคลใดมีลักษณะมหาบุรุษเหล่านั้นอยู่ในตัว

บุคคลนั้นมีคติเป็น ๒ อย่างเท่านั้น

มิได้มีคติเป็นที่ ๓ เลย

[๑๐๐๙]

คือ ถ้าบุคคลนั้นอยู่ครองเรือนจะพึงครอบครองแผ่นดินนี้

ย่อมปกครองโดยธรรม โดยไม่ต้องใช้อาชญา ไม่ต้องใช้ศัสตรา

[๑๐๑๐]

แต่ถ้าบุคคลนั้นออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

จะเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยม

มีกิเลสดุจเครื่องปิดบัง ๑- อันเปิดแล้ว

[๑๐๑๑]

พวกเธอจงทูลถามด้วยใจเท่านั้น

ถึงชาติ โคตร ลักษณะ

มนตร์ ศิษย์คนอื่นๆ

ศีรษะ และธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

[๑๐๑๒]

ถ้าบุคคลนั้นเป็นพระพุทธเจ้า

ผู้มีปกติเห็นธรรมหาเครื่องกางกั้นมิได้

เมื่อพวกเธอถามปัญหาด้วยใจแล้ว

ก็จักทรงวิสัชนาด้วยพระวาจา

[๑๐๑๓]

ครั้นได้ฟังคำของพราหมณ์พาวรีแล้ว

พราหมณ์ ๑๖ คน ผู้เป็นศิษย์ คือ (๑) อชิตะ

(๒) ติสสเมตเตยยะ (๓) ปุณณกะ (๔) เมตตคู

[๑๐๑๔]

(๕) โธตกะ (๖) อุปสีวะ (๗) นันทะ (๘) เหมกะ

(๙) โตเทยยะ (๑๐) กัปปะ (๑๑) ชตุกัณณิ ผู้เป็นบัณฑิต

[๑๐๑๕]

(๑๒) ภัทราวุธ (๑๓) อุทัย (๑๔) โปสาละ

(๑๕) โมฆราช ผู้มีปัญญา (๑๖) ปิงคิยะ ผู้เป็นมหาฤๅษี

[๑๐๑๖]

พราหมณ์ผู้เป็นศิษย์ ๑๖ คนนั้น

แต่ละคนเป็นเจ้าหมู่ เจ้าคณะ

มีชื่อปรากฏแก่ชาวโลกทั่วไป

เป็นผู้บำเพ็ญฌาน ยินดีในฌาน

@เชิงอรรถ :

@๑ กิเลสดุจเครื่องปิดบัง มี ๕ อย่าง คือ ตัณหา ทิฏฐิ กิเลส ทุจริต และอวิชชา (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๑๘/๓๘๕)

เป็นผู้ทรงปัญญาปราดเปรื่อง

เคยอบรมวาสนาแต่ชาติปางก่อน ๑- ทั้งนั้น

[๑๐๑๗]

ทุกคนเกล้าชฎาและครองหนังเสือ

อภิวาทพราหมณ์พาวรีและทำประทักษิณแล้ว

ต่างออกเดินทาง มุ่งหน้าไปทางทิศอุดร

[๑๐๑๘]

สู่สถานเป็นที่ตั้งแคว้นอุฬกะ เมืองมาหิสสติในกาลนั้น

กรุงอุชเชนี เมืองโคนัทธะ เมืองเวทิสา เมืองวนสวหยะ ๒-

[๑๐๑๙]

กรุงโกสัมพี เมืองสาเกต กรุงสาวัตถีอันอุดม

เมืองเสตัพยะ กรุงกบิลพัสดุ์ กรุงกุสินารา

[๑๐๒๐]

กรุงปาวา โภคนคร กรุงเวสาลี แคว้นมคธ

และปาสาณกเจดีย์อันรื่นรมย์ น่ารื่นเริงใจ

[๑๐๒๑]

พราหมณ์เหล่านั้นรีบขึ้นสู่ภูเขา

เหมือนคนกระหายน้ำ รีบหาน้ำเย็นดื่ม

เหมือนพ่อค้าได้ลาภใหญ่มาครอง

และเหมือนคนถูกความร้อนแผดเผารีบหาร่มเงา ฉะนั้น

[๑๐๒๒]

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคมีภิกษุสงฆ์แวดล้อม

ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายอยู่

ประหนึ่งว่าราชสีห์บันลือสีหนาทอยู่ในป่า

@เชิงอรรถ :

@๑ มาณพ ๑๖ คนนี้ได้เคยบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปะ แล้วอบรมจิตเพื่อเป็นบุญ

@วาสนาที่จะติดตามตัวไป (ขุ.สุ.อ. ๒/๑๐๑๓-๑๐๑๘/๔๓๐)

@๒ วนสวหยะ มีชื่อ ๒ ชื่อ คือ (๑) ปวนนคร (๒) วนสาวัตถี (ขุ.สุ.อ. ๒/๑๐๑๓-๑๐๑๘/๔๓๐)

[๑๐๒๓]

อชิตมาณพได้เห็นพระพุทธเจ้า

ผู้เป็นดุจดวงอาทิตย์อันมีรัศมีเจิดจ้า

และดุจดวงจันทร์เต็มดวงในวันเพ็ญ ฉะนั้น

[๑๐๒๔]

ลำดับนั้น อชิตมาณพยืนอยู่ ณ ที่สมควร

รื่นเริงใจเพราะได้เห็นอนุพยัญชนะ

บริบูรณ์ในพระวรกายของพระผู้มีพระภาค

จึงได้ทูลถามปัญหาด้วยใจว่า

[๑๐๒๕]

(อชิตมาณพทูลถามปัญหาทางใจว่า)

ขอพระองค์ตรัสระบุให้แน่ชัด

ถึงชาติ โคตรพร้อมด้วยลักษณะ

ขอจงตรัสบอกความสำเร็จในมนตร์ทั้งหลายว่า

พราหมณ์สอนมาณพเท่าไร

[๑๐๒๖]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า)

พราหมณ์นั้นมีอายุ ๑๒๐ ปี

ชื่อพาวรีโดยโคตร มีลักษณะ ๓ อย่างอยู่ในตัว

เป็นผู้เรียนจบไตรเพท

[๑๐๒๗]

พราหมณ์พาวรีนั้นถึงความสำเร็จ

ในลักษณะมนตร์ และประวัติศาสตร์ ๑-

พร้อมทั้งนิฆัณฑุศาสตร์ ๒- และเกฏุภศาสตร์ ๓-

@เชิงอรรถ :

@๑ ประวัติศาสตร์ คือ พงศาวดารเล่าเรื่องเก่าๆ มักจะมีคำว่า สิ่งนี้ได้เป็นมาอย่างนี้

@๒ นิฆัณฑุศาสตร์ คัมภีร์ประเภทศัพท์มูลวิทยา (Etymology) คลังศัพท์ (lexicon) หรือภิธานศัพท์ (Glossary)

@ที่รวบรวมคำศัพท์ ในพระเวทซึ่งเป็นคำยาก หรือคำที่เลิกใช้แล้ว นำมาอธิบายความหมายเป็นส่วนหนึ่ง

@ของนิรุกติ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒, ขุ.จู.อ. ๑๕/๑๔)

@๓ เกฏุภศาสตร์ คัมภีร์ว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมแก่การประกอบพิธีกรรมต่างๆ เป็นส่วน

@หนึ่งของกัลปะ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒, ขุ.จู.อ. ๑๕/๑๔)

ชื่อว่าถึงความสำเร็จในหลักธรรมของตน

กล่าวสอนมนตร์แก่ศิษย์จำนวน ๕๐๐ คน

[๑๐๒๘]

(อชิตมาณพทูลถามว่า)

ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดกว่านรชน ผู้ตัดตัณหาเสียได้

ขอพระองค์จงทรงประกาศความเด่นชัด

แห่งลักษณะของพราหมณ์พาวรี

อย่าให้พวกข้าพระองค์มีความสงสัยเลย

[๑๐๒๙]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า)

พราหมณ์นั้นย่อมใช้ลิ้นปิดหน้าได้

มีอุณาโลมอยู่ระหว่างคิ้ว

มีคุยหฐานซ่อนอยู่ในฝัก

มาณพ เธอจงรู้อย่างนี้เถิด

[๑๐๓๐]

ชนทั้งปวงไม่ได้ยินใครถามปัญหาอะไร

ได้ยินแต่ปัญหาที่พระพุทธเจ้าทรงตอบ

ก็ปลาบปลื้มใจประนมอัญชลีแล้วพากันคิดไปต่างๆ ว่า

[๑๐๓๑]

ใครหนอ เป็นเทพ เป็นพระพรหม

หรือเป็นพระอินทร์ผู้สุชัมบดี เมื่อถามปัญหาด้วยใจ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหานั้นกับใครเล่า

[๑๐๓๒]

(อชิตมาณพกราบทูลว่า)

พราหมณ์พาวรีถามเรื่องศีรษะ

และธรรมเป็นเหตุให้ศีรษะตกไป

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ขอพระองค์ตรัสตอบปัญหานั้น

กำจัดความสงสัยของพวกข้าพระองค์ด้วยเถิด

[๑๐๓๓]

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า)

เธอจงรู้เถิดว่า อวิชชาเป็นศีรษะ

วิชชาที่ประกอบด้วยสัทธา สติ สมาธิ ฉันทะ

และวิริยะ เป็นธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

[๑๐๓๔]

ลำดับนั้น อชิตมาณพมีความปลาบปลื้มใจมากล้น สนับสนุนแล้ว

ทำหนังเสือเฉวียงบ่า ซบศีรษะลงแทบพระยุคลบาท

[๑๐๓๕]

ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ผู้มีพระจักษุ

พราหมณ์พาวรีพร้อมด้วยเหล่าศิษย์มีจิตเบิกบาน ดีใจ

ขอถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระองค์

[๑๐๓๖]

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

ขอพราหมณ์พาวรีพร้อมด้วยเหล่าศิษย์

จงมีความสุข และแม้เธอเองก็ขอให้มีความสุข

มีชีวิตอยู่ยืนนานเถิด มาณพ

[๑๐๓๗]

เราให้โอกาสแก่พราหมณ์พาวรี

แก่เธอและมาณพทั้งหมดถามข้อสงสัยทั้งปวง

พวกเธอปรารถนาจะถามปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จงถามเถิด

[๑๐๓๘]

อชิตมาณพได้รับโอกาสจากพระสัมพุทธเจ้าแล้ว

นั่งประคองอัญชลี ทูลถามปฐมปัญหากับพระตถาคต

ณ ปาสาณกเจดีย์นั้น

วัตถุกถา จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๑๖. สารีปุตตสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๕. ปารายนวรรคหัวข้อถัดไป๑. อชิตปัญหา