ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๒๐. มรรควรรค

๒๐. มรรควรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๐ · บรรทัด ๙๘๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๐. มัคควรรค

หมวดว่าด้วยมรรค

๑. ปัญจสตภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูป

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป ดังนี้)

[๒๗๓]

บรรดามรรค มรรคมีองค์ ๘ ประเสริฐที่สุด

บรรดาสัจจะ อริยสัจ ๔ ประเสริฐที่สุด

บรรดาธรรม วิราคธรรม ๑- ประเสริฐที่สุด

บรรดาสัตว์สองเท้า ๒- ตถาคตผู้มีจักษุ ๓- ประเสริฐที่สุด ๔-

[๒๗๔]

ทางเพื่อความหมดจดแห่งทัสสนะ

คือทางนี้เท่านั้น มิใช่ทางอื่น

เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายจงดำเนินไปตามทางนี้แล

เพราะทางนี้เป็นทางลวงมารให้หลง

[๒๗๕]

ด้วยว่า เธอทั้งหลายดำเนินไปตามทางนี้แล้ว

จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้

เรารู้วิธีถอนลูกศรคือกิเลสแล้ว

จึงชี้บอกทางนี้แก่เธอทั้งหลาย

[๒๗๖]

เธอทั้งหลายควรทำความเพียรเองเถิด

ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้บอกเท่านั้น

ผู้บำเพ็ญภาวนา ดำเนินตามทางนี้แล้ว เพ่งพินิจอยู่

จักพ้นจากเครื่องผูกแห่งมารได้ ๕-

@เชิงอรรถ :

@๑ วิราคธรรม หมายถึงนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๗/๕๙)

@๒ สัตว์สองเท้า ในที่นี้หมายถึงมนุษย์ (ขุ.ธ.อ. ๗/๕๙)

@๓ จักษุ ในที่นี้หมายถึงปัญญาจักษุ (วิ.อ. ๓/๑๓/๑๗)

@๔ อภิ.ก. ๓๗/๘๗๒/๔๙๖

@๕ เครื่องผูกแห่งมาร หมายถึงวัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ (กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ) (ขุ.ธ.อ. ๗/๖๐)

๒. อนิจจลักขณวัตถุ

เรื่องอนิจจลักษณะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๗๗]

เมื่อใด อริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญา ๑- ว่า

สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง

เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์

นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

๓. ทุกขลักขณวัตถุ

เรื่องทุกขลักษณะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๗๘]

เมื่อใด อริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า

สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์

เมื่อนั้นย่อมหน่ายในทุกข์

นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

๔. อนัตตลักขณวัตถุ

เรื่องอนัตตลักษณะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๗๙]

เมื่อใด อริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา

เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์

นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์ ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ เห็นด้วยปัญญา หมายถึงเห็นด้วยวิปัสสนาปัญญา (ขุ.ธ.อ. ๗/๖๑)

@๒ ข้อ ๒๗๗-๒๗๙ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๖๗๖-๖๗๘/๔๕๕, อภิ.ก. ๓๗/๗๕๓/๔๔๑

๕. ปธานกัมมิกติสสเถรวัตถุ

เรื่องพระปธานกัมมิกติสสเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๘๐]

คนที่ไม่ขยันในเวลาที่ควรขยัน

ทั้งที่ยังหนุ่มยังสาว มีกำลัง

แต่กลับเกียจคร้าน มีความคิดใฝ่ต่ำ ๑- ปราศจากความเพียร

เกียจคร้านมาก ย่อมไม่ประสบทาง ๒- ด้วยปัญญา

๖. สูกรเปตวัตถุ

เรื่องสูกรเปรต

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๘๑]

บุคคลพึงรักษาวาจา ๓- พึงสำรวมใจ ๔-

และไม่พึงทำความชั่วทางกาย ๕-

พึงชำระกรรมบถทั้ง ๓ ประการนี้ให้หมดจด

จะพึงพบทางที่พระพุทธเจ้าประกาศไว้

@เชิงอรรถ :

@๑ มีความคิดใฝ่ต่ำ หมายถึงหมกมุ่นในมิจฉาวิตก ๓ ประการ คือ กามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตก

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๖๕)

@๒ ทาง หมายถึงอริยมรรค (ขุ.ธ.อ. ๗/๖๕)

@๓ รักษาวาจา หมายถึงระมัดระวังวาจา โดยเว้นจากวจีทุจริต ๔ อย่าง (เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจาก

@การพูดคำหยาบ เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ) (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๐)

@๔ สำรวมใจ หมายถึงควบคุมใจ โดยไม่ให้มโนทุจริตเกิดขึ้น (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๐)

@๕ ความชั่วทางกาย หมายถึงกายทุจริต ๓ อย่าง (ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม) (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๐)

๗. โปฐิลเถรวัตถุ

เรื่องพระโปฐิลเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่โปฐิลเถระ ดังนี้)

[๒๘๒]

ปัญญา ๑- เกิดเพราะการประกอบ ๒-

และเสื่อมไปเพราะการไม่ประกอบ

เมื่อรู้ทางเจริญและทางเสื่อมแห่งปัญญาทั้ง ๒ ทางนี้แล้ว

บุคคลพึงตั้งตนโดยวิธีที่ปัญญาจะเจริญยิ่งขึ้น

๘. สัมพหุลมหัลลกภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุแก่หลายรูป

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๘๓]

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงตัดป่า ๓- แต่อย่าตัดต้นไม้

เพราะภัย ๔- ย่อมเกิดจากป่า

เธอทั้งหลายครั้นตัดป่า และหมู่ไม้ในป่าแล้ว ๕-

จงเป็นผู้ไม่มีป่าอยู่เถิด

@เชิงอรรถ :

@๑ ปัญญา แปลจากคำว่า “ภูริ” ซึ่งเป็นชื่ออีกชื่อหนึ่งของปัญญา

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๗๓, อภิธา.ฏีกา ๑๕๒-๑๕๔/๑๒๑)

@๒ การประกอบ หมายถึงมนสิการโดยแยบคายในอารมณ์ธรรม ๓๘ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๓)

@๓ ป่า ในที่นี้หมายถึงกิเลสมีราคะ เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๕)

@๔ ภัย ในที่นี้หมายถึงภัยคือชาติ (การเกิด) เป็นต้น ที่เกิดจากป่าคือกิเลส (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๖)

@๕ หมู่ไม้ในป่า หมายถึงกิเลสอื่นๆ ที่ให้วิบาก หรือที่ให้เกิดในภพต่อๆ ไป (ขุ.ธ.อ. ๗/๗๖)

[๒๘๔]

ตราบใด บุรุษยังไม่ตัดหมู่ไม้ในป่า

แม้เพียงเล็กน้อยในสตรีทั้งหลาย

ตราบนั้น เขาย่อมมีใจผูกพัน

เหมือนลูกโคที่ยังดื่มนมมีใจผูกพันในแม่โค ฉะนั้น

๙. สารีปุตตเถรสัทธิวิหาริกวัตถุ

เรื่องสัทธิวิหาริกของพระสารีบุตรเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้เป็นศิษย์ของพระสารีบุตร ดังนี้)

[๒๘๕]

เธอจงตัดความรักของตน

เหมือนตัดดอกบัวที่เกิดในสารทกาล

จงเพิ่มพูนทางแห่งสันติ ๑- เท่านั้น

เพราะพระสุคตเจ้าแสดงนิพพานไว้แล้ว

๑๐. มหาธนวาณิชวัตถุ

เรื่องพ่อค้ามีทรัพย์มาก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พ่อค้าผ้าที่พักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ดังนี้)

[๒๘๖]

คนพาลมักคิดเช่นนี้ว่า “เราจักอยู่ที่นี่ตลอดฤดูฝน

เราจักอยู่ที่นี่ตลอดฤดูหนาวและฤดูร้อน”

ชื่อว่าย่อมไม่รู้อันตราย ๒- ที่จะมาถึงตน

@เชิงอรรถ :

@๑ ทางแห่งสันติ หมายถึงมรรคมีองค์ ๘ ที่ยังสัตว์ให้ถึงนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๗/๘๐)

@๒ อันตราย หมายถึงความตาย (ขุ.ธ.อ. ๗/๘๒)

๑๑. กิสาโคตมีวัตถุ

เรื่องนางกิสาโคตมี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางกิสาโคตมี ดังนี้)

[๒๘๗]

นรชนผู้มัวเมาในบุตรและปศุสัตว์

มีใจเกี่ยวข้องในอารมณ์ต่างๆ ๑-

ย่อมถูกมฤตยูคร่าไป

เหมือนชาวบ้านผู้หลับไหลถูกห้วงน้ำพัดพาไป ฉะนั้น

๑๒. ปฏาจาราวัตถุ

เรื่องนางปฏาจารา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางปฏาจารา ดังนี้)

[๒๘๘]

บุคคลเมื่อถึงคราวจะตาย

บุตรทั้งหลายก็ต้านทานไว้ไม่ได้

บิดาก็ต้านทานไว้ไม่ได้

พวกพ้องก็ต้านทานไว้ไม่ได้

แม้ญาติพี่น้องก็ต้านทานไว้ไม่ได้

[๒๘๙]

บัณฑิตผู้สำรวมในศีล รู้ความจริงนี้แล้ว

พึงรีบเร่งชำระทางอันจะนำไปสู่นิพพาน

มัคควรรคที่ ๒๐ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ มีใจเกี่ยวข้องในอารมณ์ต่างๆ หมายถึงปรารถนาอยากได้ทรัพย์สมบัติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ขุ.ธ.อ. ๗/๘๓-๘๔)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๙. ธัมมัฏฐวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๒๑. ปกิณณกวรรค