ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๕. ปารายนวรรค
  12. /
  13. ๗. นันทปัญหา

๗. นันทปัญหา

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๔๓๑ · บรรทัด ๑๑๑๙๔

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถานันทสูตร #- ที่ ๗ ____________________________ #- บาลีเป็น นันทปัญหา.

นันทสูตร มีคำเริ่มต้น สนฺติ โลเก มุนีทั้งหลายมีอยู่ในโลกดังนี้.

ในบทเหล่านั้น พึงทราบความในคาถาที่หนึ่งดังต่อไปนี้

ชนทั้งหลายมีกษัตริย์เป็นต้น ย่อมกล่าวว่ามุนีมีอยู่ในโลก หมายถึงอาชีวกและนิครนถ์เป็นต้น.

บทว่า ตยิทํ กถํสุ ชนทั้งหลายกล่าวบุคคลว่าเป็นมุนีนั้นด้วยอาการอย่างไรหนอ คือชนทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้ประกอบด้วยญาณ เพราะญาณมีสมาปัตติญาณเป็นต้นเกิดขึ้น หรือผู้ประกอบด้วยความเป็นอยู่กล่าวคือความเป็นอยู่ที่เศร้าหมองมีประการต่างๆ ว่าเป็นมุนี.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงปฏิเสธแม้ทั้งสองอย่างแล้ว ทรงแสดงผู้เป็นมุนีแก่นันทมาณพนั้น จึงตรัสคาถาว่า น ทิฏฺฐิยา ไม่กล่าวว่าเป็นมุนีด้วยความเห็น ดังนี้เป็นต้น.

บัดนี้ นันทมาณพทูลถามว่า เย เกจิเม สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นต้น เพื่อละความสงสัยของชนทั้งหลายผู้กล่าวว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีด้วยความเห็นเป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อเนกรูเปน ได้แก่ ด้วยมงคลตื่นข่าวเป็นต้น.

บทว่า ตตฺถ ยถา จรนฺตา สมณพราหมณ์ทั้งหลายประพฤติอยู่ในทิฏฐิของตนนั้น ตามที่ตนเห็นว่าเป็นความบริสุทธิ์ คือคุ้มครองอยู่ในทิฏฐิของตนนั้น.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงความไม่มีความบริสุทธิ์อย่างนั้นแก่นันทมาณพ จึงตรัสคาถาที่สอง.

นันทมาณพได้ฟังว่า สมณพราหมณ์ทั้งหลายข้ามพ้นไปไม่ได้แล้วดังนี้ ประสงค์จะฟังถึงผู้ที่ข้ามพ้นไปได้ จึงทูลถามว่า เยเกจิเม ดังนี้เป็นต้น.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงถึงผู้ที่ข้ามพ้นชาติชราด้วยหัวข้อว่า โอฆติณฺณ ข้ามพ้นโอฆะแก่นันทมาณพนั้น จึงตรัสคาถาที่สอง.

ในบทเหล่านั้น บทว่า นิวุฏา คือ อันชาติชราหุ้มห่อไว้ ร้อยรัดไว้.

บทว่า เยสีธา ตัดบทเป็น เยสุ อิธ. บทว่า สุ ในบทนี้เป็นเพียงนิบาต.

บทว่า ตณฺหํ ปริญฺญาย กำหนดรู้ตัณหา คือกำหนดรู้ตัณหาด้วยปริญญา ๓.

บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว เพราะมีนัยดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนก่อน.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจบเทศนาด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแลด้วยประการฉะนี้.

ฝ่ายนันทมาณพเมื่อจบเทศนา ชื่นชมภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า กล่าวคาถาว่า เอตาภินนฺทามิ ข้าพระองค์ยินดียิ่งซึ่งพระดำรัสของพระองค์ดังนี้เป็นต้น.

แม้ในสูตรนี้ก็ได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับที่ได้กล่าวแล้วในสูตรก่อนนั่นแล. จบอรรถกถานันทสูตรที่ ๗

แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย

ชื่อปรมัตถโชติกา

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๕ ข้อ ๔๓๑ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. อุปสีวปัญหากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๕. ปารายนวรรคหัวข้อถัดไป๘. เหมกปัญหา