ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๒๑. ปกิณณกวรรค

๒๑. ปกิณณกวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๑ · บรรทัด ๑๐๓๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๑. ปกิณณกวรรค

หมวดว่าด้วยเรื่องเบ็ดเตล็ด

๑. อัตตโนปุพพกัมมวัตถุ

เรื่องบุพกรรมของพระองค์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๙๐]

ถ้าเห็นว่าจะได้สุขอันยิ่งใหญ่ ๑-

ด้วยการเสียสละสุขอันเล็กน้อย

นักปราชญ์พึงเสียสละสุขอันเล็กน้อย

เพื่อเห็นแก่สุขอันยิ่งใหญ่ ๒-

๒. กุกกุฏัณฑขาทิกาวัตถุ

เรื่องกุมาริกากินไข่ไก่

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางยักษิณีและนางกุลธิดา ดังนี้)

[๒๙๑]

ผู้ใดปรารถนาสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์ให้คนอื่น

ผู้นั้นต้องเกี่ยวพันกับเวร ไม่พ้นจากเวรไปได้

@เชิงอรรถ :

@๑ สุขอันยิ่งใหญ่ ในที่นี้หมายถึงความสุขในนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๗/๙๗)

@๒ ดู ขุ.ขุ. แปลในเล่มนี้ ข้อ ๑๘ หน้า ๑๔

๓. ภัททิยภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุชาวเมืองภัททิยะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุชาวเมืองภัททิยะผู้ขวนขวายในการ ประดับเขียงเท้า ดังนี้)

[๒๙๒]

ภิกษุเหล่าใดละทิ้งกิจที่ควรทำ ๑-

แต่กลับทำกิจที่ไม่ควรทำ ๒-

อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่ภิกษุเหล่านั้น

ผู้ถือตัวจัด มัวแต่ประมาท

[๒๙๓]

ส่วนภิกษุเหล่าใดมีสติตั้งมั่นในกาย ๓- เป็นนิตย์

ภิกษุเหล่านั้นหมั่นทำความเพียรในกิจที่ควรทำ

ไม่ทำกิจที่ไม่ควรทำ

อาสวะทั้งหลายของเธอผู้มีสติสัมปชัญญะ

ย่อมถึงการสูญสิ้นไป

๔. ลกุณฏกภัททิยวัตถุ

เรื่องพระลกุณฏกภัททิยะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๙๔]

บุคคลฆ่ามารดา ๔- ฆ่าบิดา ๕-

ฆ่ากษัตราธิราชทั้ง ๒ พระองค์ได้ ๖-

@เชิงอรรถ :

@๑ กิจที่ควรทำ หมายถึงการรักษาศีล การอยู่ป่า การถือธุดงควัตร และการเจริญภาวนา (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๐)

@๒ กิจที่ไม่ควรทำ หมายถึงการประดับร่ม รองเท้า เขียงเท้า บาตร ถลกบาตร ประคตเอว และอังสะ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๐-๑๐๑)

@๓ มีสติตั้งมั่นในกาย หมายถึงเจริญกายคตาสติกัมมัฏฐาน (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๑)

@๔ มารดา หมายถึงตัณหาที่เป็นเหตุให้สัตว์เกิดในภพทั้งสาม (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๒)

@๕ บิดา หมายถึงอัสมิมานะ (การถือตัวว่าเป็นเรา) (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๒)

@๖ กษัตราธิราชทั้ง ๒ พระองค์ หมายถึงสัสสตทิฏฐิ (ความเห็นว่าเที่ยง) และอุจเฉททิฏฐิ (ความเห็นว่า

@ขาดสูญ) (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๒)

ฆ่าชาวแว่นแคว้น ๑- พร้อมเจ้าพนักงาน ๒- แล้ว

ดำเนินชีวิตเป็นพราหมณ์ ๓- อยู่อย่างไร้ทุกข์

[๒๙๕]

บุคคลฆ่ามารดา ฆ่าบิดา

ฆ่ากษัตราธิราชทั้ง ๒ พระองค์ได้

ทำลายทางเสือผ่านที่ ๕ ๔- ได้

ดำเนินชีวิตเป็นพราหมณ์อยู่อย่างไร้ทุกข์

๕. ทารุสากฏิกวัตถุ

เรื่องนายทารุสากฏิกะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระราชา และนายทารุสากฏิกะ พร้อมครอบครัว ดังนี้)

[๒๙๖]

เหล่าพระสาวกของพระโคดม

มีสติตั้งมั่นในพระพุทธเจ้าเป็นนิตย์

ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

[๒๙๗]

เหล่าพระสาวกของพระโคดม

มีสติตั้งมั่นในพระธรรมเป็นนิตย์

ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

@เชิงอรรถ :

@๑ แว่นแคว้น หมายถึงอายตนะภายใน ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และอายตนะภายนอก ๖ คือ รูป เสียง

@กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๓)

@๒ เจ้าพนักงาน หมายถึงนันทิราคะ (ความกำหนัดด้วยอำนาจความยินดี) (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๓)

@๓ พราหมณ์ หมายถึงพระขีณาสพ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๓)

@๔ ทางเสือผ่านที่ ๕ หมายถึงวิจิกิจฉานิวรณ์ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๓)

[๒๙๘]

เหล่าพระสาวกของพระโคดม

มีสติตั้งมั่นในพระสงฆ์เป็นนิตย์

ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

[๒๙๙]

เหล่าพระสาวกของพระโคดม

มีสติตั้งมั่นในกายเป็นนิตย์

ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

[๓๐๐]

เหล่าพระสาวกของพระโคดม

มีใจยินดีในความไม่เบียดเบียน

ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

[๓๐๑]

เหล่าพระสาวกของพระโคดม

มีใจยินดีในการเจริญภาวนา

ทั้งกลางวันและกลางคืน

ชื่อว่าตื่นด้วยดีอยู่เสมอ

๖. วัชชีปุตตกภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุผู้เป็นโอรสของเจ้าวัชชี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้เป็นโอรสของเจ้าวัชชี ดังนี้)

[๓๐๒]

การบวชเป็นของยาก ๑-

ความยินดีในการบำเพ็ญธรรมก็เป็นของยาก

@เชิงอรรถ :

@๑ การบวช ที่ชื่อว่า เป็นของยาก เพราะจะต้องสละโภคสมบัติน้อยใหญ่และเครือญาติแล้วมอบกายถวายชีวิต

@ในพระศาสนานี้จึงจะบวชได้ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๙)

เรือนที่ครอบครองไม่ดี ก่อให้เกิดทุกข์ ๑-

การอยู่ร่วมกับคนเสมอกันเป็นทุกข์

การเดินทางไกล ๒- ก็เป็นทุกข์

เพราะฉะนั้น บุคคลจึงไม่ควรเป็นผู้เดินทางไกล

และไม่ควรให้ทุกข์ติดตามได้

๗. จิตตคหปติวัตถุ

เรื่องจิตตคหบดี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนทเถระ ดังนี้)

[๓๐๓]

คนมีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ๓-

เพียบพร้อมด้วยยศ ๔- และโภคทรัพย์

จะไปสู่ถิ่นใดๆ ย่อมได้รับการบูชาในถิ่นนั้นๆ

๘. จูฬสุภัททาวัตถุ

เรื่องนางจูฬสุภัททา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่บริษัท ๔ ดังนี้)

[๓๐๔]

สัตบุรุษย่อมปรากฏในที่ไกล

เหมือนภูเขาหิมพานต์ ฉะนั้น

อสัตบุรุษทั้งหลาย ณ ที่นี้ย่อมไม่ปรากฏ

เหมือนลูกศรที่ยิงไปในเวลากลางคืน ฉะนั้น ๕-

@เชิงอรรถ :

@๑ หมายถึงผู้ครองเรือนจะต้องปฏิบัติราชกิจของพระราชา หรือกิจของอิสรชน จะต้องสงเคราะห์ชนข้างเคียง

@และให้ทานแก่สมณพราหมณ์ เพราะฉะนั้น การครองเรือนจะให้สมบูรณ์เต็มที่เป็นไปได้ยาก ถ้าครองเรือน

@ไม่ดี ก็ก่อให้เกิดทุกข์ได้ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๐๙)

@๒ การเดินทางไกล หมายถึงการท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑๐)

@๓ ศีล ในที่นี้หมายถึงศีลสำหรับผู้ครองเรือน (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑๑)

@๔ ยศ ในที่นี้หมายถึงความมีบริวาร (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑๑)

@๕ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๙๑/๕๔๐

๙. เอกวิหาริเถรวัตถุ

เรื่องพระเถระผู้อยู่รูปเดียว

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๓๐๕]

ภิกษุพึงยินดีการนั่งผู้เดียว การนอนผู้เดียว ๑-

ไม่เกียจคร้าน เที่ยวไปตามลำพัง

ฝึกฝนอยู่ผู้เดียว และยินดีการอยู่ป่า

ปกิณณกวรรคที่ ๒๑ จบ

๒๒. นิรยวรรค

หมวดว่าด้วยคนทำกรรมชั่วตกนรก

๑. สุนทรีปริพาชิกาวัตถุ

เรื่องปริพาชิกาชื่อสุนทรี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๓๐๖]

คนที่ชอบกล่าวคำไม่จริง

หรือคนที่ทำความชั่วแล้วกล่าวว่า

‘ฉันไม่ได้ทำ’ ต่างก็ตกนรก

คน ๒ จำพวกนั้น ต่างก็มีกรรมชั่ว

ตายไปแล้ว มีคติเท่าเทียมกันในโลกหน้า ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ คำว่า “นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว” มิใช่หมายถึงการอยู่ตามลำพัง แต่หมายถึงการอยู่อย่างไม่ละการมนสิการ

@กัมมัฏฐาน เมื่อทำได้อย่างนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางหมู่ภิกษุพันรูป ก็ชื่อว่า นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑๘)

@๒ ดู อุทาน ข้อ ๓๘ หน้า ๒๔๘, อิติวุตตกะ ข้อ ๔๘ หน้า ๓๙๙, สุตตนิบาต ข้อ ๖๖๗ หน้า ๖๕๙ ในเล่มนี้

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒๐. มรรควรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๒๒. นิรยวรรค