ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๒๒. นิรยวรรค

๒๒. นิรยวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๒ · บรรทัด ๑๐๘๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๒. นิรยวรรค

หมวดว่าด้วยคนทำกรรมชั่วตกนรก

๑. สุนทรีปริพาชิกาวัตถุ

เรื่องปริพาชิกาชื่อสุนทรี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๓๐๖]

คนที่ชอบกล่าวคำไม่จริง

หรือคนที่ทำความชั่วแล้วกล่าวว่า

‘ฉันไม่ได้ทำ’ ต่างก็ตกนรก

คน ๒ จำพวกนั้น ต่างก็มีกรรมชั่ว

ตายไปแล้ว มีคติเท่าเทียมกันในโลกหน้า ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ คำว่า “นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว” มิใช่หมายถึงการอยู่ตามลำพัง แต่หมายถึงการอยู่อย่างไม่ละการมนสิการ

@กัมมัฏฐาน เมื่อทำได้อย่างนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางหมู่ภิกษุพันรูป ก็ชื่อว่า นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑๘)

@๒ ดู อุทาน ข้อ ๓๘ หน้า ๒๔๘, อิติวุตตกะ ข้อ ๔๘ หน้า ๓๙๙, สุตตนิบาต ข้อ ๖๖๗ หน้า ๖๕๙ ในเล่มนี้

๒. ทุกขปีฬิตสัตตวัตถุ

เรื่องสัตว์ถูกทุกข์เบียดเบียน

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๓๐๗]

ภิกษุชั่วจำนวนมากมีผ้ากาสาวะพันที่คอ

มีธรรมเลวทราม ไม่สำรวม

ย่อมตกนรกเพราะบาปกรรมทั้งหลาย

๓. วัคคุมุทาตีริยภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุอยู่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา

(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภภิกษุผู้อยู่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา พูดอวดอุตตริมนุสสธรรม ที่ไม่มีในตนของกันและกันแก่คฤหัสถ์เพื่อปากท้อง จึงตรัสพระคาถาแก่ภิกษุเหล่านั้นดังนี้)

[๓๐๘]

การกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนดุจเปลวเพลิง

ยังดีกว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีล ไม่สำรวม

บริโภคอาหารที่ชาวบ้านเขาถวาย ๑-

๔. เขมเสฏฐิปุตตวัตถุ

เรื่องบุตรเศรษฐีชื่อเขมกะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นายเขมกะผู้ชอบเป็นชู้กับภรรยาของคนอื่นดังนี้)

[๓๐๙]

นรชนที่ประมาท ชอบเป็นชู้กับภรรยาของผู้อื่น

ย่อมถึงฐานะ ๒- ๔ ประการ คือ

@เชิงอรรถ :

@๑ ข้อความคาถานี้หมายถึงการที่บุคคลกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนดุจเปลวเพลิงนั้นส่งผลให้ได้รับทุกขเวทนา

@ถึงตาย เพียงชาตินี้เท่านั้น แต่การที่ภิกษุผู้ทุศีลบริโภคข้าวที่ชาวบ้านถวายด้วยศรัทธานั้น ทำให้ตกนรก

@หลายร้อยชาติ ดังนั้น การกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนนั้นจึงดีกว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีลบริโภคข้าวชาวบ้าน

@(ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๔-๑๒๕)

@๒ ฐานะ ในที่นี้หมายถึงเหตุแห่งทุกข์ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๖)

(๑) ได้บาป (๒) นอนไม่เป็นสุข

(๓) ถูกนินทา (๔) ตกนรก

[๓๑๐]

เพราะการได้บาป ๑ การได้คติที่เลว ๑

หญิงชายที่ต่างสะดุ้งกลัวมีความสนุกนิดหน่อย ๑

ถูกพระราชาลงพระอาชญาอย่างหนัก ๑

นรชนจึงไม่ควรเป็นชู้กับภรรยาของผู้อื่น

๕. ทุพพจภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุผู้ว่ายาก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้ว่ายาก ดังนี้)

[๓๑๑]

หญ้าคาที่บุคคลจับไม่ดี ย่อมบาดมือได้ ฉันใด

ความเป็นสมณะที่บุคคลปฏิบัติไม่ดี ๑-

ย่อมฉุดเข้าไปในนรก ฉันนั้น

[๓๑๒]

กรรมที่ย่อหย่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง วัตรที่เศร้าหมอง

และพรหมจรรย์ที่พึงระลึกถึงด้วยความระแวงสงสัย

ทั้ง ๓ นั้น ไม่มีผลมาก ๒-

[๓๑๓]

หากภิกษุพึงทำกรรมใด ก็ควรทำกรรมนั้นให้จริงจัง

ควรบากบั่นทำกรรมนั้นให้มั่นคง

เพราะธรรมเครื่องละเว้น ๓- ที่ประพฤติอย่างย่อหย่อน

รังแต่จะเกลี่ยธุลี ๔- ลงใส่ตัว

@เชิงอรรถ :

@๑ ความเป็นสมณะที่บุคคลปฏิบัติไม่ดี หมายถึงภาวะแห่งความเป็นสมณะ กล่าวคือสมณธรรมที่ภิกษุ

@ปฏิบัติไม่ดีเพราะเป็นผู้ทุศีล เป็นต้น ย่อมส่งผลให้สัตว์ไปเกิดในนรก (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๘)

@๒ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๘๙/๙๔, ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๒๗๗/๓๘๔

@๓ ธรรมเครื่องละเว้น ในที่นี้หมายถึงสมณธรรม (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๘)

@๔ ธุลี หมายถึงกิเลสมีราคะเป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๘)

๖. อิสสาปกติอิตถีวัตถุ

เรื่องหญิงขี้หึง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่หญิงขี้หึงและแก่บริษัท ๔ ดังนี้)

[๓๑๔]

ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

เพราะระลึกถึงความชั่ว บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลัง

ส่วนความดี ทำไว้เถิดดีกว่า

เพราะทำแล้วระลึกถึงภายหลังบุคคลย่อมไม่เดือดร้อน

๗. อาคันตุกภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุอาคันตุกะ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุอาคันตุกะผู้อยู่ในเมืองชายแดน ดังนี้)

[๓๑๕]

เมืองชายแดนได้รับการคุ้มครองทั้งภายในและภายนอก ฉันใด

เธอทั้งหลายจงคุ้มครองตนให้ได้ ฉันนั้น

ขณะ ๑- อย่าได้ล่วงเลยเธอทั้งหลายไปเสีย

เพราะเหล่าชนที่ปล่อยให้ขณะล่วงเลยไป

ย่อมเศร้าโศก แออัดอยู่ในนรก ๒-

@เชิงอรรถ :

@๑ ขณะ หมายถึงเวลา หรือสมัย มี ๔ คือ (๑) ขณะแห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า (๒) ขณะแห่งการเกิด

@ในมัชฌิมประเทศ (๓) ขณะแห่งการได้สัมมาทิฏฐิ (๔) ขณะแห่งอายตนะทั้ง ๖ ไม่วิกลวิกาล (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓๑)

@๒ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๖๕๓/๔๕๒, ๑๐๐๔/๕๐๔

๘. นิคัณฐวัตถุ

เรื่องนิครนถ์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๓๑๖]

สัตว์ทั้งหลายผู้ละอายในสิ่งที่ไม่ควรละอาย

และไม่ละอายในสิ่งที่ควรละอาย

ชื่อว่าถือมั่นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไปสู่ทุคติ

[๓๑๗]

สัตว์ทั้งหลายผู้เห็นสิ่งที่ไม่ควรกลัวว่าควรกลัว

และเห็นสิ่งที่ควรกลัวว่าไม่ควรกลัว

ชื่อว่าถือมั่นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไปสู่ทุคติ

๙. ติตถิยสาวกวัตถุ

เรื่องสาวกเดียรถีย์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่สาวกของเดียรถีย์ ดังนี้)

[๓๑๘]

สัตว์ทั้งหลายผู้เห็นสิ่งที่ไม่มีโทษว่ามีโทษ ๑-

และเห็นสิ่งที่มีโทษว่าไม่มีโทษ

ชื่อว่าถือมั่นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไปสู่ทุคติ

[๓๑๙]

สัตว์ทั้งหลายผู้รู้สิ่งที่มีโทษว่ามีโทษ

และรู้สิ่งที่ไม่มีโทษว่าไม่มีโทษ

ชื่อว่าถือมั่นสัมมาทิฏฐิ ย่อมไปสู่สุคติ

นิรยวรรคที่ ๒๒ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ เห็นสิ่งที่ไม่มีโทษว่ามีโทษ หมายถึงเห็นสัมมาทิฏฐิ ๑๐ ประการ ว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ๑๐ ประการ และ

@เห็นธรรมที่ส่งเสริมสัมมาทิฏฐิว่าเป็นธรรมที่ส่งเสริมมิจฉาทิฏฐิ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓๕)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒๑. ปกิณณกวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๒๓. นาควรรค