ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ขุททกปาฐะ
  8. /
  9. ๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์

๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๘ · บรรทัด ๑๕๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. ติโรกุฑฑสูตร ๑-

ว่าด้วยเรื่องเปรตที่อยู่ภายนอกฝาเรือน ๒-

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้ เพื่ออนุโมทนาพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ ดังนี้)

[๑]

พวกเปรตพากันมาสู่เรือนของตน ๓-

บ้างยืนอยู่ที่ฝาเรือนด้านนอก

บ้างยืนอยู่ที่ทางสี่แพร่ง สามแพร่ง

บ้างยืนพิงอยู่ที่บานประตู

[๒]

เมื่อมีข้าวและน้ำดื่มมากมาย

เมื่อของเคี้ยวของกินถูกจัดเตรียมไว้แล้ว

ญาติสักคนก็ไม่นึกถึงเปรตเหล่านั้น

เพราะกรรมของสัตว์เหล่านั้นเป็นปัจจัย

[๓]

เหล่าชนผู้อนุเคราะห์ ย่อมถวายอาหารและน้ำดื่ม

ที่สะอาดประณีต เหมาะแก่พระสงฆ์ตามกาล

อุทิศให้ญาติทั้งหลาย(ที่เกิดเป็นเปรต)อย่างนี้ว่า

ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของเรา

ขอญาติทั้งหลาย จงเป็นสุขเถิด

[๔]

ส่วนญาติที่เกิดเป็นเปรตเหล่านั้น

พากันมาประชุมพร้อมกัน ณ ที่ให้ทานนั้น

ย่อมอนุโมทนาในอาหารและน้ำดื่มเป็นอันมากโดยเคารพว่า

[๕]

เพราะเหตุแห่งญาติเหล่าใด พวกเราจึงได้สุขสมบัติเช่นนี้

ขอญาติเหล่านั้นของพวกเราจงมีอายุยืน

อนึ่ง การบูชา ญาติผู้เป็นทายกก็ได้ทำแก่พวกเราแล้ว

และทายกก็ไม่ไร้ผล

@เชิงอรรถ :

@๑ พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระเจ้าพิมพิสาร ณ กรุงราชคฤห์ (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๗๗)

@๒ ดูเทียบ ขุ.เปต. (แปล) ๒๖/๑๔-๒๕/๑๗๐-๑๗๒, อภิ.ก. ๓๗/๔๙๐/๒๙๕

@๓ เรือนของตน หมายถึงเรือนญาติของตน หรือเรือนที่เคยอยู่ในปางก่อน (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๘๑)

[๖]

ในเปตวิสัย ๑- นั้น ไม่มีกสิกรรม (การทำไร่ไถนา)

ไม่มีโครักขกรรม (การเลี้ยงวัวไว้ขาย)

ไม่มีพาณิชกรรม (การค้าขาย) เช่นนั้น

การแลกเปลี่ยนซื้อขายด้วยเงิน ก็ไม่มี

ผู้ที่ตายไปเกิดเป็นเปรตในเปตวิสัยนั้น

ดำรงชีพด้วยผลทานที่พวกญาติอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้

[๗]

น้ำฝนที่ตกลงมาในที่ดอนย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด

ทานที่ทายกอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้

ย่อมสำเร็จผลแน่นอนแก่พวกเปรต ฉันนั้นเหมือนกัน

[๘]

ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้เต็มเปี่ยม ฉันใด

ทานที่ทายกอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้

ย่อมสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน

[๙]

กุลบุตรเมื่อระลึกถึงอุปการะ

ที่ญาติผู้ละไปแล้ว(เปรต)เคยทำไว้ในกาลก่อนว่า

‘ผู้นั้นได้ให้สิ่งนี้แก่เรา ได้ทำสิ่งนี้แก่เรา

ได้เป็นญาติ มิตร และสหายของเรา’

ก็ควรถวายทักษิณาทานอุทิศให้แก่ญาติผู้ละไปแล้ว

[๑๐]

การร้องไห้ ความเศร้าโศก

หรือความร่ำไห้คร่ำครวญอย่างอื่นใด

ใครๆ ไม่ควรทำเลย เพราะการร้องไห้ เป็นต้นนั้น

ไม่เป็นประโยชน์แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว

ญาติทั้งหลายก็ยังคงสภาพอยู่อย่างนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ เปตวิสัย หมายถึงภูมิหรือกำเนิดแห่งเปรต (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๘๘)

[๑๑]

ส่วนทักษิณาทานนี้แล ที่ตั้งไว้ดีแล้วในพระสงฆ์

ย่อมสำเร็จประโยชน์เกื้อกูลสิ้นกาลนาน

แก่หมู่ญาติที่เกิดเป็นเปรตนั้น โดยพลันทีเดียว

[๑๒]

ญาติธรรม ๑- นี้นั้น ท่านแสดงออกแล้ว

การบูชาญาติที่ตายไปเป็นเปรต ท่านทำอย่างยิ่งใหญ่แล้ว

ทั้งกำลังกายของภิกษุ ท่านก็เพิ่มให้แล้ว

เป็นอันว่าท่านสั่งสมบุญไว้มิใช่น้อยเลย

ติโรกุฑฑสูตร จบ

๘. นิธิกัณฑสูตร

ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่กุฎุมพีคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ดังนี้)

[๑]

คนเราฝังขุมทรัพย์ ๒- ไว้ในที่ลึกจดถึงน้ำก็ด้วยคิดว่า

เมื่อเกิดกิจที่จำเป็นขึ้น ขุมทรัพย์นี้จะเป็นประโยชน์แก่เรา

[๒]

คนเราฝังขุมทรัพย์ไว้ในโลก ก็เพื่อจุดประสงค์นี้ คือ

เพื่อให้พ้นจากราชภัยที่คอยคุกคาม

เพื่อให้พ้นจากโจรภัยที่คอยเบียดเบียน

เพื่อเก็บไว้ใช้หนี้ก็มี เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามเกิดทุพภิกขภัย ๓-

หรือเพื่อใช้ในเวลามีภัยอันตรายต่างๆ

@เชิงอรรถ :

@๑ ญาติธรรม หมายถึงกิจคือการสงเคราะห์ต่อกันที่ญาติจะพึงกระทำต่อกัน (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๙๐)

@๒ ขุมทรัพย์ มี ๔ ชนิด คือ (๑) ถาวระ คือขุมทรัพย์ถาวร เช่น ที่ดิน ที่นา ที่สวน เงินและทอง (๒) ชังคมะ

@คือขุมทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ เช่น ทาสชาย ทาสหญิง ช้าง ม้า โค กระบือ แกะ ไก่ สุกร เป็นต้น (๓) อังคสมะ

@คือขุมทรัพย์ติดตัว เช่น วิชาความรู้ ศิลปวิทยา เป็นต้น (๔) อนุคามิกะ คือขุมทรัพย์ตามตัวทางคุณธรรม

@ได้แก่ บุญกุศล ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา เป็นต้น ในที่นี้หมายถึงขุมทรัพย์ถาวร (ขุ.ขุ.อ. ๘/๑๙๓)

@๓ ทุพภิกขภัย หมายถึงภัยที่เกิดจากข้าวยากหมากแพง หรือการขาดแคลนอาหารในบ้านเมือง

@(ขุ.ขุ.อ. ๘/๑๙๔)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๖. รัตนสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ขุททกปาฐะหัวข้อถัดไป๘. นิธิกัณฑ์