ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ขุททกปาฐะ
  8. /
  9. ๘. นิธิกัณฑ์

๘. นิธิกัณฑ์

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๙ · บรรทัด ๑๙๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. นิธิกัณฑสูตร

ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่กุฎุมพีคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ดังนี้)

[๑]

คนเราฝังขุมทรัพย์ ๒- ไว้ในที่ลึกจดถึงน้ำก็ด้วยคิดว่า

เมื่อเกิดกิจที่จำเป็นขึ้น ขุมทรัพย์นี้จะเป็นประโยชน์แก่เรา

[๒]

คนเราฝังขุมทรัพย์ไว้ในโลก ก็เพื่อจุดประสงค์นี้ คือ

เพื่อให้พ้นจากราชภัยที่คอยคุกคาม

เพื่อให้พ้นจากโจรภัยที่คอยเบียดเบียน

เพื่อเก็บไว้ใช้หนี้ก็มี เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามเกิดทุพภิกขภัย ๓-

หรือเพื่อใช้ในเวลามีภัยอันตรายต่างๆ

@เชิงอรรถ :

@๑ ญาติธรรม หมายถึงกิจคือการสงเคราะห์ต่อกันที่ญาติจะพึงกระทำต่อกัน (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๙๐)

@๒ ขุมทรัพย์ มี ๔ ชนิด คือ (๑) ถาวระ คือขุมทรัพย์ถาวร เช่น ที่ดิน ที่นา ที่สวน เงินและทอง (๒) ชังคมะ

@คือขุมทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ เช่น ทาสชาย ทาสหญิง ช้าง ม้า โค กระบือ แกะ ไก่ สุกร เป็นต้น (๓) อังคสมะ

@คือขุมทรัพย์ติดตัว เช่น วิชาความรู้ ศิลปวิทยา เป็นต้น (๔) อนุคามิกะ คือขุมทรัพย์ตามตัวทางคุณธรรม

@ได้แก่ บุญกุศล ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา เป็นต้น ในที่นี้หมายถึงขุมทรัพย์ถาวร (ขุ.ขุ.อ. ๘/๑๙๓)

@๓ ทุพภิกขภัย หมายถึงภัยที่เกิดจากข้าวยากหมากแพง หรือการขาดแคลนอาหารในบ้านเมือง

@(ขุ.ขุ.อ. ๘/๑๙๔)

[๓]

ขุมทรัพย์ที่เขาฝังไว้อย่างดีในที่ลึกจดน้ำถึงเพียงนั้น

จะสำเร็จประโยชน์แก่เขาไปทั้งหมด ตลอดเวลาก็หาไม่

[๔]

เพราะบางทีขุมทรัพย์ก็เคลื่อนที่ไปก็มี

บางทีเขาลืมที่ฝังไว้ก็มี

บางทีพวกนาคเคลื่อนย้ายก็มี

บางทีพวกยักษ์นำขุมทรัพย์นั้นไปก็มี

[๕]

หรือบางทีเมื่อเขาไม่เห็น ทายาทผู้ไม่เป็นที่รักขโมยขุดเอาไปก็มี

เมื่อเขาสิ้นบุญ ขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ทั้งหมดนั้นก็พินาศหายไป

[๖]

ขุมทรัพย์ ๑- ที่ผู้ใดจะเป็นสตรีก็ตาม เป็นบุรุษก็ตาม

ฝังไว้ดีแล้ว ด้วยทาน ศีล สัญญมะ และทมะ ๒-

[๗]

ในพระเจดีย์ พระสงฆ์ บุคคล แขกที่มาหา

ในมารดา บิดา หรือพี่ชาย

[๘]

ขุมทรัพย์นี้ชื่อว่าฝังไว้ดีแล้ว คนอื่นขนเอาไปไม่ได้

จะติดตามคนฝังตลอดไป

บรรดาทรัพย์สมบัติที่เขาจำต้องละไป

เขาพาไปได้เฉพาะขุมทรัพย์นี้เท่านั้น

[๙]

ขุมทรัพย์นี้ไม่ทั่วไปแก่คนเหล่าอื่น ทั้งโจรก็ลักเอาไปไม่ได้

ผู้มีปัญญาควรทำแต่บุญที่จะเป็นขุมทรัพย์ติดตามตนตลอดไป

[๑๐]

ขุมทรัพย์นี้ให้ผลอันน่าปรารถนาทุกประการ

แก่เทวดา และมนุษย์ คือเทวดาและมนุษย์ปรารถนาผลใดๆ

ผลนั้นๆ ทุกอย่าง จะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุมทรัพย์ ในที่นี้หมายถึงขุมทรัพย์ชนิดอนุคามิกะ (ดูเชิงอรรถหน้า ๑๗ ประกอบ) (ขุ.ขุ.อ. ๘/๑๙๖)

@๒ สัญญมะ หมายถึงการห้ามจิตมิให้ตกไปในอารมณ์ต่างๆ คำนี้เป็นชื่อของสมาธิและอินทรียสังวร ทมะ

@หมายถึงการฝึกตน ได้แก่ การเข้าไประงับกิเลส คำนี้เป็นชื่อของปัญญา (ขุ.ขุ.อ. ๘/๑๙๗)

[๑๑]

ความมีผิวพรรณงดงาม ความมีเสียงไพเราะ

ความมีทรวดทรงสมส่วน ความมีรูปสวย

ความเป็นใหญ่ ความมีบริวาร ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้

[๑๒]

ความเป็นพระราชาในประเทศ ความเป็นอิสระ ๑-

ความสุขของความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอันน่าพอใจ

และแม้ความเป็นเทวราชของเทวดาในหมู่เทพ

ทั้งหมดก็จะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้

[๑๓]

สมบัติของมนุษย์ก็ดี ความยินดีในเทวโลกก็ดี

สมบัติคือนิพพานก็ดี ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้

[๑๔]

บุคคลอาศัยมิตตสัมปทา ๒-

ประกอบความเพียรโดยแยบคาย

ก็จะเป็นผู้ชำนาญในวิชชาและวิมุตติ

ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้

[๑๕]

ปฏิสัมภิทา ๓- วิโมกข์ ๔- สาวกบารมี ๕-

ปัจเจกโพธิ ๖- และพุทธภูมิ ๗-

ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้

@เชิงอรรถ :

@๑ ความเป็นอิสระ หมายถึงความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๓)

@๒ มิตตสัมปทา หมายถึงความเพรียบพร้อมด้วยมิตรที่มีคุณความดี เช่น พระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจารี

@ผู้ดำรงตนน่าเคารพ (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๕)

@๓ ปฏิสัมภิทา หมายถึงปัญญาแตกฉานมี ๔ ประการ คือ (๑) อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ

@(๒) ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม (๓) นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติคือภาษา

@(๔) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)

@๔ วิโมกข์ หมายถึงวิโมกข์ ๘ คือ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)

@๕ สาวกบารมี หมายถึงบารมีที่ให้สำเร็จเป็นพระสาวก (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)

@๖ ปัจเจกโพธิ หมายถึงบารมีที่ให้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ได้เอง (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)

@๗ พุทธภูมิ หมายถึงบารมีที่ให้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)

[๑๖]

บุญสัมปทา ๑- นี้มีประโยชน์มากอย่างนี้

เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้เป็นปราชญ์

จึงสรรเสริญภาวะแห่งบุญที่ทำไว้แล้ว

นิธิกัณฑสูตร จบ

๙. เมตตสูตร

ว่าด้วยการแผ่เมตตา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ป่า ดังนี้)

[๑]

ผู้ฉลาดในประโยชน์มุ่งหวังบรรลุสันตบท ๒-

ควรบำเพ็ญกรณียกิจ ๓- ควรเป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง

เคร่งครัด ว่าง่าย อ่อนโยน และไม่เย่อหยิ่ง

[๒]

ควรเป็นผู้สันโดษ เลี้ยงง่าย มีกิจน้อย ๔-

มีความประพฤติเบา ๕- มีอินทรีย์สงบ มีปัญญารักษาตน

ไม่คะนอง ๖- ไม่ยึดติดในตระกูลทั้งหลาย

@เชิงอรรถ :

@๑ บุญสัมปทา หมายถึงความถึงพร้อมแห่งบุญ (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)

@๒ สันตบท หมายถึงนิพพาน (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๒)

@๓ กรณียกิจ หมายถึงการศึกษาในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ตรงกันข้ามกับ อกรณียกิจ คือ สีลวิบัติ

@ทิฏฐิวิบัติ อาจารวิบัติ อาชีววิบัติ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๒)

@๔ มีกิจน้อย ในที่นี้หมายถึงไม่ขวนขวายการงานต่างๆ ที่จะทำให้จิตฟุ้งซ่าน ไม่พูดคุยเพ้อเจ้อ ไม่คลุกคลี

@หมู่คณะ ปล่อยวางหน้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง งานบริหารคณะสงฆ์ เป็นต้น มุ่งบำเพ็ญสมณธรรมเป็น

@หลัก (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๖)

@๕ มีความประพฤติเบา ในที่นี้หมายถึงมีเพียงบริขาร ๘ เช่น บาตร จีวร เป็นต้น ไม่สะสมสิ่งของมากให้เป็น

@ภาระ เหมือนนกมีเพียงปีกบินไปฉะนั้น (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๖)

@๖ ไม่คะนอง หมายถึงไม่คะนองกาย วาจา และใจ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๗)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ขุททกปาฐะพระสูตรถัดไป๙. กรณียเมตตสูตร