ขึ้นชื่อว่าพวกมนุษย์โดยมาก มักเชื่อเพียงถ้อยคำเท่านั้น เพราะฉะนั้น ชนชาวแคว้นอังคะและมคธะโดยมาก จึงลือกระฉ่อนว่า "แหม! น่าอัศจรรย์จริง, ท่านผู้มีตบะชื่อแม้เห็นปานนี้ มีอยู่, ผู้เช่นนี้ พวกเรายังไม่เคยเห็น" ดังนี้แล้ว ย่อมนำสักการะเป็นอันมากไปทุกๆ เดือน.
อาชีวกนั้นกล่าวว่า "เรากินลมอย่างเดียว, ไม่กินอาหารอย่างอื่น, เพราะเมื่อเรากินอาหารอย่างอื่น ตบะย่อมเสื่อมไป" ดังนี้แล้ว ไม่ปรารถนาของอะไรๆ ที่พวกมนุษย์เหล่านั้นนำมา.
พวกมนุษย์อ้อนวอนบ่อยๆ ว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านอย่าให้พวกกระผมฉิบหายเลย, การบริโภคอันคนผู้มีตบะกล้าเช่นท่านกระทำแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่พวกกระผม สิ้นกาลนาน." อาชีวกกล่าวว่า "เรานั้นไม่ชอบใจอาหารอย่างอื่น" แต่ถูกมหาชนรบกวนด้วยการอ้อนวอน จึงวางเภสัชมีเนยใสและน้ำอ้อยเป็นต้น อันชนเหล่านั้นนำมา ที่ปลายลิ้นด้วยปลายหญ้าคาแล้ว ส่งไปด้วยคำว่า "พวกท่านจงไปเถิด, เท่านี้พอละเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ท่านทั้งหลาย."
อาชีวกนั้นเป็นคนเปลือย เคี้ยวกินคูถ ถอนผม นอนบนแผ่นดิน ให้กาลล่วงไป ๕๕ ปี ด้วยประการฉะนี้. พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดชัมพุกาชีวก
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที