พระศาสดา ครั้นตรัสบุรพกรรมนี้ของอหิเปรตนั้นแล้ว จึงตรัสว่า

"ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าบาปกรรมนั้น เป็นเช่นกับน้ำนม, น้ำนมอันบุคคลกำลังรีดแล ย่อมไม่แปรไปฉันใด กรรมอันบุคคลกำลังกระทำเทียวก็ยังไม่ทันให้ผลฉันนั้น แต่ในกาลใด กรรมให้ผล, ในกาลนั้น ผู้กระทำย่อมประกอบด้วยทุกข์เห็นปานนั้น" ดังนี้แล้ว

เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-

๑๑. น หิ ปาปํ กตํ กมฺมํ สชฺชุขีรํว มุจฺจิ ฑหนฺติ พาลมเนฺวติ ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก. ก็กรรมชั่วอันบุคคลทำแล้ว ยังไม่ให้ผล เหมือนน้ำนม ที่รีดในขณะนั้น ยังไม่แปรไปฉะนั้น, บาปกรรม ย่อม ตามเผาคนพาล เหมือนไฟอันเถ้ากลบไว้ฉะนั้น. แก้อรรถ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๘๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. พาลวรรค”