พระศาสดาทรงห่มจีวรในพระเชตวันนั่นแล แล้วทรงถือบาตร เสด็จไปโดยขณะจิตเดียวเท่านั้น ทรงแสดงพระองค์ประทับยืนข้างหน้าภิกษุทั้งหลายทีเดียว. ชาวบ้านทั้งสิ้นได้ตื่นเต้นเอิกเกริกเป็นอย่างเดียวกันว่า "พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมา." พวกมนุษย์มีจิตร่าเริง นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ให้นั่งแล้ว ถวายยาคูแล้ว ได้ถวายของควรเคี้ยว.

เมื่อภัตยังไม่ทันเสร็จนั้นแล สามเณรเข้าไปสู่ภายในบ้านแล้ว. ชาวบ้านได้นำออกไป ถวายภิกษุแก่สามเณรโดยเคารพ. สามเณรนั้นรับภิกษาเพียงยังอัตภาพให้เป็นไปแล้ว ไปสู่สำนักพระศาสดา น้อมบาตรเข้าไปแล้ว. พระศาสดาตรัสว่า "นำมาเถิด ติสสะ" แล้วทรงเหยียดพระหัตถ์รับบาตร ทรงแสดงแก่พระเถระว่า "สารีบุตร จงดูบาตรของสามเณรของเธอ." พระเถระรับบาตรจากพระหัตถ์ของพระศาสดา ให้แก่สามเณรแล้ว กล่าวว่า "เธอจงไปนั่งทำภัตกิจในที่ที่ถึงแก่ตน." ชาวบ้านอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วทูลขออนุโมทนากะพระศาสดา.

พระศาสดา เมื่อจะทรงทำอนุโมทนา จึงตรัสอย่างนี้ว่า "อุบาสกและอุบาสิกาทั้งหลาย เป็นลาภของท่านทั้งหลาย ซึ่งได้เห็นอสีติมหาสาวก คือสารีบุตร โมคคัลลานะ กัสสปเป็นต้น เพราะอาศัยสามเณรผู้เข้าถึงสกุลของตนๆ, แม้เราก็มาแล้ว เพราะอาศัยสามเณรผู้เข้าถึงสกุลท่านทั้งหลายเหมือนกัน, แม้การเห็นพระพุทธเจ้า อันท่านทั้งหลายได้แล้ว เพราะอาศัยสามเณรนี้นั่นเอง เป็นลาภของท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายได้ดีแล้ว."

มนุษย์ทั้งหลายคิดว่า "น่ายินดี! เป็นลาภของพวกเรา, พวกเราได้เห็นพระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ผู้สามารถในการยังพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ให้โปรดปราน และย่อมได้ถวายไทยธรรมแก่พระผู้เป็นเจ้านั้น."

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๙๑๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. พาลวรรค”