สามเณรนั้นได้ทำแล้วอย่างนั้น ลำดับนั้น พระเถระกล่าวกับสามเณรนั้นว่า “ติสสะ พวกอุปัฏฐากของเธอกล่าวอยู่ว่า 'พวกเราใคร่จะฟังธรรม' เธอจงกล่าวธรรมแก่อุปัฏฐากเหล่านั้น” พวกอุบาสกลุกขึ้นพร้อมกันทันทีกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ พระผู้เป็นเจ้าของพวกกระผม ยกแต่บท ๒ บทเหล่านี้คือ ขอท่านทั้งหลายจงมีความสุข จงพ้นจากทุกข์เถิด หารู้ธรรมกถาอย่างอื่นไม่ ขอท่านทั้งหลายจงให้พระธรรมกถึกรูปอื่นแก่พวกกระผมเถิด” ก็สามเณรถึงบรรลุอรหัตตผลแล้วก็มิได้กล่าวธรรมกถาแก่อุปัฏฐากเหล่านั้นเลย เหตุให้ถึงสุขและพ้นจากทุกข์
ก็ในกาลนั้น พระอุปัชฌาย์กล่าวกับสามเณรนั้นว่า “สามเณร คนทั้งหลายจะมีความสุขได้อย่างไร และจะพ้นจากทุกข์ได้อย่างไร เหตุนั้น เธอจงกล่าวเนื้อความแห่งบททั้ง ๒ นี้แก่เราทั้งหลาย” สามเณรนั้นรับว่า “ดีละ ขอรับ” แล้วถือพัดอันวิจิตร ขึ้นยังธรรมมาสน์ ชักผลและเหตุจากนิกายทั้ง ๕ มาจำแนกขันธ์ ธาตุ อายตนะและโพธิปักขิยธรรม ดุจมหาเมฆตั้งขึ้นใน ๔ ทวีป ยังฝนลูกเห็บให้ตกอยู่ กล่าวธรรมกถาด้วยยอดคืออรหัตตผล แล้วกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ความสุขย่อมมีแก่บุคคลผู้บรรลุอรหัตตผลอย่างนี้ ผู้บรรลุอรหัตตผลแล้วนั่นแล ย่อมพ้นจากทุกข์ คนที่เหลือไม่พ้นจากชาติทุกข์เป็นต้น และจากทุกข์ในนรกเป็นต้น” พระเถระกล่าวว่า “ดีละ สามเณร การกล่าวโดยบทอันเธอกล่าวดีแล้ว บัดนี้ จงกล่าวสรภัญญะเถิด” สามเณรนั้นกล่าวแม้สรภัญญะแล้ว
เมื่ออรุณขึ้น พวกมนุษย์ที่บำรุงสามเณร ได้เป็น ๒ พวก บางพวกโกรธว่า “ในกาลก่อนแต่นี้ พวกเราไม่เคยเห็นคนหยาบช้าเช่นนี้ ทำไม สามเณรรู้ธรรมกถาเห็นปานนี้ จึงไม่กล่าวบทแห่งธรรมแม้สักบทหนึ่งแก่พวกมนุษย์ผู้ตั้งอยู่ในฐานะเพียงดังมารดาบิดา อุปัฏฐากอยู่สิ้นกาลประมาณเท่านี้” บางพวกยินดีว่า “เป็นลาภของพวกเราหนอผู้แม้ไม่รู้คุณหรือโทษ บำรุงท่านผู้เจริญเห็นปานนี้ แต่บัดนี้ พวกเราได้เพื่อฟังธรรมในสำนักของท่านผู้เจริญนั้น”
ในเวลาใกล้รุ่งวันนั้น แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงตรวจดูสัตว์โลก ทรงเห็นพวกอุปัฏฐากของวนวาสีติสสสามเณร ผู้เข้าไปภายในข่ายคือพระญาณของพระองค์ ทรงใคร่ครวญอยู่ว่า “เหตุอะไรหนอแลจักมี” ทรงใคร่ครวญเนื้อความนี้ว่า “พวกอุปัฏฐากของวนวาสติสสสามเณร บางพวกโกรธ บางพวกยินดี ก็พวกที่โกรธสามเณรผู้เป็นบุตรของเราจักไปยังนรก เราควรไปที่นั้นเถิด เมื่อเราไปแล้ว คนเหล่านั้นแม้ทั้งหมด จักทำเมตตาจิตในสามเณรแล้วพ้นจากทุกข์” มนุษย์แม้เหล่านั้นนิมนต์ภิกษุสงฆ์แล้วก็ไปบ้านให้คนทำมณฑป จัดอาหารวัตถุมียาคและภัตเป็นต้น ปูอาสนะไว้แล้วนั่งดูการมาของพระสงฆ์ แม้ภิกษุทั้งหลายทำการชำระสรีระแล้ว เมื่อจะเข้าไปยังบ้านในเวลาเที่ยวภิกษา จึงถามสามเณรว่า “ติสสะ เธอจักไปพร้อมกับพวกเราหรือ หรือจักไปในภายหลัง” สามเณรตอบว่า “กระผมจักไปในเวลาเป็นที่ไปของกระผมตามเคย นิมนต์ท่านทั้งหลายไปเถิด ขอรับ”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที