การสนทนาของภิกษุทั้งหลาย เกิดขึ้นในโรงธรรมว่า “น่าอัศจรรย์หนอ ติสสสามเณรทำกรรมที่บุคคลทำได้ยาก ตั้งแต่ถือปฏิสนธิ พวกญาติของเธอได้ถวายข้าวมธุปายาสอันมีน้ำน้อยแก่ภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูป ในมงคล ๗ ครั้ง ในเวลาบวชแล้ว ก็ได้ถวายข้าวมธุปายาสอันมีน้ำน้อยเหมือนกันแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ภายในวิหารตลอด ๗ วัน ครั้นบวชแล้ว ในวันที่ ๔ เข้าไปยังบ้าน ได้บิณฑบาต ๑,๐๐๐ ที่กับผ้าสาฎก ๑,๐๐๐ ผืน โดย ๒ วันเท่านั้น วันรุ่งขึ้นได้ผ้ากัมพล ๑,๐๐๐ ผืน ในเวลาเธออยู่ในที่นี้ ลาภและสักการะเป็นอันมากก็เกิดขึ้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้ บัดนี้ เธอทิ้งลาภและสักการะเห็นปานนี้เสียแล้วเข้าไปยังป่า ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยอาหารที่เจือกัน ติสสสามเณรทำกรรมที่ทำได้โดยยากหนอ” ข้อปฏิบัติ ๒ อย่าง
พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไรหนอ” เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า “ด้วยเรื่องชื่อนี้ พระพุทธเจ้าข้า” จึงตรัสว่า “อย่างนั้น ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าข้อปฏิบัติอันเข้าไปอาศัยลาภนั้นเป็นอย่างหนึ่ง ข้อปฏิบัติอันยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพานเป็นอย่างหนึ่ง ก็อบาย ๔ มีประตูอันเปิดแล้วนั้นแล ตั้งอยู่เพื่อภิกษุผู้รักษาข้อปฏิบัติอันเข้าไปอาศัยลาภ ด้วยสามารถแห่งการสมาทานธุดงค์ มีการอยู่ป่าเป็นต้น ด้วยหวังว่า “เราจักได้ลาภด้วยการปฏิบัติอย่างนี้" ส่วนภิกษุผู้ละลาภและสักการะอันเกิดขึ้น ด้วยข้อปฏิบัติอันยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพานแล้วเข้าไปยังป่า เพียรพยายามอยู่ ย่อมยึดเอาอรหัตตผลไว้ได้”
แล้วเมื่อจะทรงสืบต่ออนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า
[๗๕] “ก็ข้อปฏิบัติที่เป็นเหตุให้ได้ลาภเป็นอย่างหนึ่ง ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงพระนิพพานเป็นอย่างหนึ่ง ภิกษุผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า รู้ชัดข้อปฏิบัติทั้งสองนี้แล้ว ไม่พึงยินดีสักการะ แต่พึงเพิ่มพูนวิเวก”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที