๑๐. เทวทัตตสูตร
[๒๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตต์ผู้อันอสัทธรรม ๓ ประการครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิดในอบาย เกิดในนรก ตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้อสัทธรรม ๓ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตต์ผู้อันความเป็นผู้มีความปรารถนาลามกครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิด ในอบาย เกิดในนรกตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้ พระเทวทัตต์ผู้อันความเป็นผู้มีมิตรชั่ว ครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิดในอบาย เกิดในนรก ตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้ ก็เมื่อ มรรคและผลที่ควรกระทำให้ยิ่งมีอยู่ พระเทวทัตต์ถึงความพินาศเสียในระหว่างเพราะการบรรลุ คุณวิเศษมีประมาณเล็กน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตต์ผู้อันอสัทธรรม ๓ ประการนี้แล ครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เป็นผู้เกิดในอบาย เกิดในนรก ตั้งอยู่ตลอดกัป เยียวยาไม่ได้ ฯ ใครๆ ผู้มีความปรารถนาลามก จงอย่าอุบัติในสัตว์โลกเลย คติของ บุคคลผู้มีความปรารถนาลามกเช่นไร ท่านทั้งหลายจงรู้คติเช่นนั้นด้วย เหตุแม้นี้ เราได้สดับมาแล้วว่าพระเทวทัตต์โลกรู้กันว่า เป็นบัณฑิต ยกย่องกันว่า มีตนอันอบรมแล้ว ดุจรุ่งเรืองอยู่ด้วยยศ ดำรงอยู่แล้ว พระเทวทัตต์นั้นประพฤติตามความประมาท เบียดเบียนพระตถาคต พระองค์นั้น ถึงอเวจีนรกอันมีประตู ๔ น่าพึงกลัวก็ผู้ใดพึงประทุษ ร้ายต่อบุคคลผู้ไม่ประทุษร้ายผู้ไม่กระทำกรรมอันลามก ผลอันลามก ย่อมถูกต้องผู้นั้นแล ผู้มีจิตประทุษร้ายผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ผู้ใดพึงสำคัญ เพื่อจะประทุษร้ายสมุทรด้วยหม้อยาพิษผู้นั้นพึงประทุษร้ายด้วยหม้อยาพิษ นั้นไม่ได้ เพราะว่าสมุทรใหญ่มาก ผู้ใดย่อมเบียดเบียนพระตถาคต ผู้ดำเนินไปโดยชอบมีจิตสงบระงับ ด้วยความประทุษร้ายอย่างนี้ ความ ประทุษร้ายย่อมไม่งอกงามในพระตถาคตพระองค์นั้น ภิกษุผู้ดำเนินไป ตามทางของพระพุทธเจ้า หรือของพระสาวกของพระพุทธเจ้าใด พึงถึง ความสิ้นไปแห่งทุกข์ ภิกษุเป็นบัณฑิต พึงกระทำพระพุทธเจ้าหรือ พระสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้เช่นนั้น ให้เป็นมิตร และพึงส้องเสพ พระพุทธเจ้าหรือพระสาวกของพระพุทธเจ้านั้น ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๔ _____________ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. วิตักกสูตร ๒. สักการสูตร ๓. สัททสูตร ๔. จวมานสูตร ๕. โลกสูตร ๖. อสุภสูตร ๗. ธรรมสูตร ๘. อันธการสูตร ๙. มลสูตร ๑๐. เทวทัตตสูตร ฯ อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๕ ๑. ปสาทสูตร