๕. จุนทสูตร

[๓๐๒] ข้าพระองค์ขอทูลถามพระพุทธเจ้าผู้เป็นมุนี มีพระปัญญามากผู้เป็นเจ้า ของแห่งพระธรรม ผู้มีตัณหาปราศไปแล้ว ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ผู้ ประเสริฐกว่าสารถีทั้งหลายว่า สมณะในโลกมีเท่าไร ขอเชิญพระองค์ ตรัสบอกสมณะเหล่านั้นเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรจุนทะ สมณะมี ๔ สมณะที่ ๕ ไม่มี เราถูกท่านถามซึ่งหน้าแล้วขอชี้แจง สมณะทั้ง ๔ เหล่านั้น ให้แจ่มแจ้งแก่ท่าน คือสมณะผู้ชนะสรรพ กิเลสด้วยมรรค ๑ สมณะผู้แสดงมรรค(แก่ชนเหล่าอื่น) ๑ สมณะ เป็นอยู่ในมรรค ๑ สมณะผู้ประทุษร้ายมรรค ๑นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมตรัสสมณะผู้ชนะสรรพกิเลสด้วยมรรคอะไร สมณะเป็นผู้มีปรกติเพ่งมรรคไม่มีผู้เปรียบสมณะเป็นอยู่ในมรรค ข้าพระ องค์ทูลถามแล้ว ขอพระองค์ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ อนึ่ง ขอพระองค์ ทรงชี้แจง สมณะผู้ประทุษร้ายมรรคให้แจ้งแก่ข้าพระองค์เถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมตรัสสมณะผู้ข้ามความสงสัยได้แล้ว ผู้ไม่มี กิเลสดุจลูกศร ผู้ยินดียิ่งแล้วในนิพพาน ผู้ไม่มีความกำหนัด ผู้คงที่ เป็นผู้นำโลกพร้อมด้วยเทวโลกว่าสมณะผู้ชนะสรรพกิเลสด้วยมรรค ๑ ภิกษุใดในศาสนานี้รู้ว่านิพพานเป็นธรรมยิ่ง ย่อมบอก ย่อมจำแนก ธรรมในธรรมวินัยนี้แล พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสภิกษุที่ ๒ ผู้ตัดความ สงสัย ผู้เป็นมุนีผู้ไม่หวั่นไหวนั้น ว่าสมณะผู้แสดงมรรคภิกษุใด เมื่อ บทธรรมอันพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงแสดงไว้ดีแล้ว เป็นผู้สำรวมแล้ว มีสติ เสพบทอันไม่มีโทษอยู่ชื่อว่าเป็นอยู่ในมรรค พระพุทธเจ้า ทั้งหลาย ตรัสภิกษุที่ ๓นั้นว่า เป็นอยู่ในมรรค บุคคลกระทำเพศแห่ง พระพุทธเจ้าพระปัจเจกพระพุทธเจ้า และพระสาวกผู้มีวัตรอันงาม ให้เป็นเครื่องปกปิดแล้ว มักประพฤติแล่นไป ประทุษร้ายตระกูล เป็นผู้คะนอง มีมายา ไม่สำรวม เป็นคนแกลบบุคคลนั้นแลชื่อว่า เป็นสมณะผู้ประทุษร้ายมรรคอย่างยิ่งด้วยวัตตปฏิรูป ก็พระอริยสาวกผู้ได้ สดับ มีปัญญา ทราบสมณะเหล่านั้นทั้งหมดว่าเป็นเช่นนั้น เห็นแล้ว อย่างนี้ ย่อมไม่ยังศรัทธาของคฤหัสถ์ผู้ทราบชัดสมณะเปล่านี้ให้เสื่อม จะพึงกระทำสมณะผู้ไม่ถูกโทษประทุษร้าย ให้เสมอด้วยสมณะผู้ถูก โทษประทุษร้าย จะพึงกระทำสมณะผู้บริสุทธิ์ ให้เสมอด้วยสมณะผู้ ไม่บริสุทธิ์ อย่างไรได้ ฯ จบจุนทสูตรที่ ๕ ปราภวสูตรที่ ๖

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒๕๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. จุนทสูตร