ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เปตวัตถุ
  10. /
  11. ๒. อุพพรีวรรค
  12. /
  13. ๓. มัตตาเปติวัตถุ

๓. มัตตาเปติวัตถุ

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๐๐ · บรรทัด ๓๓๖๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. มัตตาเปติวัตถุ

เรื่องนางมัตตาเปรต

(นางติสสาถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)

[๑๓๔]

แน่ะนางเปรตผู้มีร่างกายซูบผอม มีแต่ซี่โครงผุดขึ้น

เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียด น่ากลัว

ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น

เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ ณ ที่นี้

@เชิงอรรถ :

@๑ ที่อยู่ของเปรต, แดนเกิดเป็นเปรต

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๓๕]

เมื่อก่อน ฉันชื่อมัตตา เธอชื่อติสสา

ฉันเป็นหญิงร่วมสามีของเธอ

เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก

(นางติสสาถามว่า)

[๑๓๖]

เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ

เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๓๗]

ฉันเป็นหญิงดุร้าย หยาบคาย ริษยา ตระหนี่ และมักโอ้อวด

ได้กล่าววาจาชั่วต่อเธอ จึงจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก

(นางติสสาถามว่า)

[๑๓๘]

เรื่องนั้นเป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอเป็นหญิงดุร้ายอย่างไร

แต่อยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น

เพราะกรรมอะไร เธอจึงมีร่างกายเปื้อนฝุ่น

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๓๙]

เธอกับฉันพากันอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว

เธอได้นุ่งห่มผ้าสะอาด ประดับตกแต่งร่างกายแล้ว

ส่วนฉันประดับตกแต่งเรียบร้อยยิ่งกว่าเธอมากนัก

[๑๔๐]

เมื่อฉันนั้นกำลังจ้องมองดูเธอคุยอยู่กับสามี

ทีนั้นฉันจึงเกิดความริษยาและความโกรธเป็นอันมาก

[๑๔๑]

ทันใดนั้น ฉันได้กวาดตะล่อมฝุ่นแล้วเอาฝุ่นโปรยรดเธอ

เพราะผลกรรมนั้นฉันจึงมีร่างกายเปื้อนฝุ่น

(นางติสสาถามว่า)

[๑๔๒]

เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอเอาฝุ่นโปรยใส่ฉัน

แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น เพราะกรรมอะไรเธอจึงเป็นหิด

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๔๓]

เราทั้งสองเป็นคนหายา ได้พากันไปป่า

เธอหายามาได้ ส่วนฉันนำหมามุ่ยมา

[๑๔๔]

เมื่อเธอเผลอ ฉันได้โปรยหมามุ่ยลงบนที่นอนของเธอจนทั่ว

เพราะผลกรรมนั้นฉันจึงเป็นหิด

(นางติสสาถามว่า)

[๑๔๕]

เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า

เธอโปรยหมามุ่ยลงบนที่นอนของฉันจนทั่ว

แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น

เพราะกรรมอะไรเธอจึงเป็นหญิงเปลือยกาย

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๔๖]

(วันหนึ่ง) ได้มีการประชุมมิตรสหายและญาติทั้งหลาย

เธอได้รับเชิญ แต่ฉันซึ่งร่วมสามีกับเธอไม่มีใครเชิญเลย

[๑๔๗]

เมื่อเธอเผลอ ฉันได้ลักขโมยผ้าเธอไป

เพราะผลกรรมนั้น ฉันจึงเป็นหญิงเปลือยกาย

(นางติสสาถามว่า)

[๑๔๘]

เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า

เธอลักขโมยผ้าฉันไป แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น

เพราะกรรมอะไรเธอจึงมีกลิ่นกายเหม็นดังกลิ่นคูถ

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๔๙]

ฉันได้ทิ้งห่อของหอม ดอกไม้

และเครื่องลูบไล้ซึ่งมีราคาแพงของเธอลงส้วม

ฉันทำบาปชั่วช้านั้นไว้แล้ว

เพราะผลกรรมนั้น ฉันจึงมีกายเหม็นดังกลิ่นคูถ

(นางติสสาถามว่า)

[๑๕๐]

เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอทำบาปนั้นไว้แล้ว

แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น

เพราะกรรมอะไรเธอจึงเป็นคนยากจน

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๕๑]

ที่เรือนของเราทั้งสองได้มีทรัพย์อยู่เท่ากัน

เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ฉันไม่ได้ทำที่พึ่งสำหรับตน

เพราะผลกรรมนั้นฉันจึงเป็นคนยากจน

[๑๕๒]

ครั้งนั้น เธอได้กล่าวตักเตือนฉัน ห้ามไม่ให้ทำกรรมชั่วว่า

เธอจะไม่มีทางได้สุคติ เพราะกรรมชั่ว

(นางติสสากล่าวว่า)

[๑๕๓]

เธอไม่เชื่อเรา ที่แท้กลับริษยาเรา เชิญเธอดูผลกรรมชั่ว

[๑๕๔]

เมื่อก่อน ที่เรือนของเธอได้มีนางทาสีและเครื่องประดับเหล่านี้

แต่เดี๋ยวนี้ นางทาสีเหล่านั้นพากันรับใช้คนอื่น

โภคะทั้งหลายเป็นของไม่แน่นอน

[๑๕๕]

บัดนี้ กุฎุมพีผู้เป็นบิดาของบุตรเรา

จักกลับจากตลาดมายังบ้านนี้

เธออย่าเพิ่งรีบไปจากที่นี่เสียก่อนละ

บางทีเขากลับมาจะพึงให้อะไรแก่เธอบ้าง

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๕๖]

ฉันเปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว

ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น

การเปลือยกายและการมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวนี้

เป็นสิ่งที่น่าละอายสำหรับหญิงทั้งหลาย

กุฎุมพีผู้เป็นบิดาของบุตรอย่าได้เห็นฉันเลย

(นางติสสากล่าวว่า)

[๑๕๗]

ว่ามาเถอะ ฉันจะให้หรือทำอะไรแก่เธอ

ที่เป็นเหตุให้เธอมีความสุข

สำเร็จความปรารถนาทุกอย่าง

ฉันจะให้หรือกระทำแก่เธอ

(นางเปรตนั้นตอบว่า)

[๑๕๘]

ขอเธอจงนิมนต์ภิกษุ ๔ รูปจากสงฆ์

นิมนต์เจาะจงอีก ๔ รูป รวมเป็น ๘ รูป

ให้ฉันภัตตาหารแล้วอุทิศส่วนบุญให้ฉัน

เมื่อนั้น ฉันจักได้รับความสุข

สำเร็จความปรารถนาทุกอย่าง

[๑๕๙]

นางติสสานั้นรับว่า ได้จ้ะ

แล้วนิมนต์ภิกษุ ๘ รูปให้ฉันภัตตาหาร

ให้ครองไตรจีวร แล้วอุทิศส่วนบุญให้นางเปรตนั้น

[๑๖๐]

ในลำดับที่นางติสสาอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง

วิบากคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม

ก็เกิดขึ้นแก่นางเปรตนั้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา

[๑๖๑]

ทันใดนั้น นางเปรตมีร่างกายหมดจด นุ่งผ้าสะอาด

สวมใส่ผ้าเนื้อดีกว่าผ้าแคว้นกาสี

มีพัสตราภรณ์และเครื่องประดับวิจิตรงดงาม

เข้าไปหานางติสสาซึ่งเป็นหญิงร่วมสามี

(นางติสสาจึงถามว่า)

[๑๖๒]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ

สถิตอยู่ดุจดาวประกายพรึก

[๑๖๓]

เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

[๑๖๔]

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถามว่า

สมัยเมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

(นางมัตตาเทพธิดาตอบว่า)

[๑๖๕]

เมื่อก่อน ฉันชื่อมัตตา เธอชื่อติสสา

ฉันเป็นหญิงร่วมสามีของเธอ

เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก

[๑๖๖]

ฉันบันเทิงอยู่เพราะทานที่เธออุทิศให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหน

คุณน้อง ขอเธอพร้อมด้วยหมู่ญาติทุกคนจงมีอายุยืนนานเถิด

จงเข้าถึงสถานที่ที่ไม่มีความเศร้าโศก ปราศจากธุลี

มีความสำราญซึ่งเป็นที่อยู่ของท้าววสวัตดี

[๑๖๗]

เธอผู้มีรูปงาม เธอประพฤติธรรม ให้ทานในโลกนี้

กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งเหตุได้แล้ว

ไม่มีใครตำหนิติเตียนได้ จงเข้าถึงโลกสวรรค์

มัตตาเปติวัตถุที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๒. อุพพรีวรรคหัวข้อถัดไป๔. นันทาเปตวัตถุ