๑๐. อุตตรมาตุเปตวัตถุ
เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๐๗ · บรรทัด ๓๘๓๕
คัดจากอรรถกถาบาลี อักษรไทย ตัวบทจาก 84000.org
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๑๐๗. ๑๐. อุตฺตรมาตุเปติวตฺถุวณฺณนา
ทิวาวิหารคตํ ภิกฺขุนฺติ อิทํ อุตฺตรมาตุเปติวตฺถุ.
ตตฺรายํ อตฺถวิภาวนา:- สตฺถริ ปรินิพฺพุเต ปฐมมหาสงฺคีติยา ปวตฺติตาย อายสฺมา มหากจฺจายโน ทฺวาทสหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ โกสมฺพิยา อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ อรญฺญายตเน วิหาสิ. เตน จ สมเยน รญฺโญ อุเทนสฺส อญฺญตโร อมจฺโจ กาลํ อกาสิ, เตน จ ปุพฺเพ นคเร กมฺมนฺตา อธิฏฺฐิตา อเหสุํ. อถ ราชา ตสฺส ปุตฺตํ อุตฺตรํ นาม มาณวํ ปกฺโกสาเปตฺวา "ตฺวํ จ ๑- ปิตรา อธิฏฺฐิเต กมฺมนฺเต สมนุสาสา"ติ เตน ฐิตฏฺฐาเน ๒- ฐเปสิ.
โส จ สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เอกทิวสํ นครปฏิสงฺขรณิยานํ ทารูนํ อตฺถาย วฑฺฒกิโย คเหตฺวา อรญฺญํ คโต ตตฺถ อายสฺมโต มหากจฺจายนตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานํ อุปคนฺตฺวา เถรํ ตตฺถ ปํสุกูลจีวรธรํ ๓- วิวิตฺตํ นิสินฺนํ ทิสฺวา อิริยาปเถเยว ปสีทิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, เถโร ตสฺส ธมฺมํ กเถสิ, โส ธมฺมํ สุตฺวา รตนตฺตเย สญฺชาตปฺปสาโท สรเณสุ ปติฏฺฐาย เถรํ นิมนฺเตสิ "อธิวาเสถ เม ภนฺเต สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขูหิ อนุกมฺปํ อุปาทายา"ติ. อธิวาเสสิ เถโร ตุณฺหีภาเวน, โส ตโต นิกฺขมิตฺวา นครํ คนฺตฺวา อญฺเญสํ อุปาสกานํ อาจิกฺขิ "เถโร มยา สฺวาตนาย นิมนฺติโต, ตุเมฺหหิปิ มม ทานคฺคํ อาคนฺตพฺพนฺ"ติ.
โส ทุติยทิวเส กาลสฺเสว ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาลํ อาโรจาเปตฺวา สทฺธึ ภิกฺขูหิ อาคจฺฉนฺตสฺส เถรสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ปุรกฺขตฺวา เคหํ ปเวเสสิ. อถ มหารหกปฺปิยปจฺจตฺถรณอตฺถเตสุ อาสเนสุ เถเร จ ภิกฺขูสุ จ นิสินฺเนสุ คนฺธปุปฺผธูเปหิ ๔- ปูชํ กตฺวา ปณีเตน อนฺนปาเนน เต สนฺตปฺเปตฺวา สญฺชาตปฺปสาโท กตญฺชลี อนุโมทนํ สุณิตฺวา กตภตฺตานุโมทเน เถเร คจฺฉนฺเต ปตฺตํ คเหตฺวา อนุคจฺฉนฺโต นครโต นิกฺขมิตฺวา ปฏินิวตฺตนฺโต
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ตว ๒ ม. ตํ เสนาปติฏฺฐาเน ๓ ม. ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา
@๔ สี.,อิ. คนฺธปุปฺผธูปทีเปหิ "ภนฺเต ตุเมฺหหิ นิจฺจํ มม เคหํ ปวิสิตพฺพนฺ"ติ ยาจิตฺวา เถรสฺส อธิวาสนํ ญตฺวา นิวตฺติ. เอวํ โส เถรํ อุปฏฺฐหนฺโต ตสฺส โอวาเท ปติฏฺฐาย โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ, วิหารญฺจ กาเรสิ, สพฺเพ จ อตฺตโน ญาตเก สาสเน อภิปฺปสนฺเน อกาสิ.
มาตา ปนสฺส มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิตจิตฺตา หุตฺวา เอวํ ปริภาสิ "ยํ ตฺวํ มม อนิจฺฉนฺติยา เอว สมณานํ อนฺนปานํ เทสิ, ตํ เต ปรโลเก โลหิตํ สมฺปชฺชตู"ติ. เอกํ ปน โมรปิญฺฉกลาปํ วิหารมหทิวเส ทิยฺยมานํ อนุชานิ. สา กาลํ กตฺวา เปตโยนิยํ อุปฺปชฺชิ, โมรปิญฺฉกลาปทานานุโมทเนน ปนสฺสา เกสา นีลา สินิทฺธา เวลฺลิตคฺคา สุขุมา ทีฆา จ อเหสุํ. สา ยทา คงฺคานทึ "ปานียํ ปิวิสฺสามี"ติ โอตริ, ตทา นที โลหิตปูรา ๑- โหติ. สา ปญฺจปณฺณาส วสฺสานิ ขุปฺปิปาสาภิภูตา วิจริตฺวา เอกทิวสํ กงฺขาเรวตตฺเถรํ คงฺคาย ตีเร ทิวาวิหารํ นิสินฺนํ ทิสฺวา อตฺตานํ อตฺตโน เกเสหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา ปานียํ ยาจิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ:-
"ทิวาวิหารคตํ ภิกฺขุํ คงฺคาตีเร นิสินฺนกํ
ตํ เปตี อุปสงฺกมฺม ทุพฺพณฺณา ภีรุทสฺสนา.
เกสา จสฺสา อติทีฆา ๒- ยาวภูมาวลมฺพเร
เกเสหิ สา ปฏิจฺฉนฺนา สมณํ เอตทพฺรวี"ติ อิมา เทฺว คาถา สงฺคีติการเกหิ อิธ อาทิโต ฐปิตา.
ตตฺถ ภีรุทสฺสนาติ ภยานกทสฺสนา. "รุทฺททสฺสนา"ติ ๓- วา ปาโฐ พีภจฺฉภาริยทสฺสนาติ ๔- อตฺโถ. ยาวภูมาวลมฺพเรติ ยาว ภูมิ, ตาว โอลมฺพนฺติ. ปุพฺเพ "ภิกฺขุนฺ"ติ จ ปจฺฉา "สมณนฺ"ติ จ กงฺขาเรวตตฺเถรเมว สนฺธาย วุตฺตํ.
สา ปน เปตี เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ปานียํ ยาจนฺตี:-
@เชิงอรรถ: ๑ สี.,อิ. โลหิตปุณฺณา ๒ ม. อหู ทีฆา ๓ ม. ครุทสฺสนาติ
@๔ ม. วิคจฺฉตาย ภาริยทสฺสนาติ
"ปญฺจปณฺณาส วสฺสานิ ยโต กาลกตา อหํ
นาภิชานามิ ภุตฺตํ วา ปีตํ วา ปน ปานิยํ
เทหิ ตฺวํ ๑- ปานิยํ ภนฺเต ตสิตา ปานิยาย เม"ติ อิมํ คาถมาห.
#[๓๓๓] ตตฺถ นาภิชานามิ ภุตฺตํ วาติ เอวํ ทีฆมนฺตเร กาเล โภชนํ ภุตฺตํ วา ปานียํ ปีตํ วา นาภิชานามิ, น ภุตฺตํ น ปีตนฺติ อตฺโถ. ตสิตาติ ปิปาสิตา. ปานิยายาติ ปานียตฺถาย อาหิณฺฑนฺติยา เม ปานียํ เทหิ ภนฺเตติ โยชนา.
อิโต ปรํ:-
"อยํ สีโตทิกา คงฺคา หิมวนฺโต สนฺทติ
ปิว เอตฺโต คเหตฺวาน กึ มํ ยาจสิ ปานิยํ.
สจาหํ ภนฺเต คงฺคาย สยํ คณฺหามิ ปานิยํ
โลหิตํ เม ปริวตฺตติ ตสฺมา ยาจามิ ปานิยํ.
กึ นุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ
กิสฺสกมฺมวิปาเกน คงฺคา เต โหติ โลหิตํ.
ปุตฺโต เม อุตฺตโร นาม ๒- สทฺโธ อาสิ อุปาสโก
โส จ มยฺหํ อกามาย สมณานํ ปเวจฺฉติ.
จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ
ตมหํ ปริภาสามิ มจฺเฉเรน อุปทฺทุตา.
@เชิงอรรถ: ๑ ม. เทหิ เม ๒ ม. ปุตฺโต เม ภนฺเต อุตฺตโร
`ยํ ตฺวํ มยฺหํ อกามาย สมณานํ ปเวจฺฉสิ
จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ.
เอตํ เต ปรโลกสฺมึ โลหิตํ โหตุ อุตฺตร'
ตสฺสกมฺมวิปาเกน คงฺคา เม โหติ โลหิตนฺ"ติ อิมา เถรสฺส จ เปติยา จ วจนปฏิวจนคาถา.
#[๓๓๔] ตตฺถ หิมวนฺตโตติ มหโต หิมสฺส อตฺถิตาย "หิมวา"ติ ลทฺธนามโต ปพฺพตราชโต. สนฺทตีติ ปวตฺตติ. เอตฺโตติ อิโต มหาคงฺคาโต. กินฺติ กสฺมา มํ ยาจสิ ปานียํ, คงฺคานทึ โอตริตฺวา ยถารุจิ ปิวาติ ทสฺเสติ.
#[๓๓๕] โลหิตํ เม ปริวตฺตตีติ อุทกํ สนฺทมานํ มยฺหํ ปาปกมฺมผเลน โลหิตํ หุตฺวา ปริวตฺตติ ปริณมติ, ตาย คหิตมตฺตํ อุทกํ โลหิตํ ชายติ.
#[๓๓๗-๓๔๐] มยฺหํ อกามายาติ มม อนิจฺฉนฺติยา. ปเวจฺฉตีติ เทติ. ปจฺจยนฺติ คิลานปจฺจยํ. เอตนฺติ ยํ เอตํ จีวราทิกํ ปจฺจยชาตํ สมณานํ ปเวจฺฉสิ ๑- เทสิ, เอตํ เต ปรโลกสฺมึ โลหิตํ โหตุ อุตฺตราติ อภิสปนวเสน กตํ ปาปกมฺมํ, ตสฺส วิปาเกนาติ โยชนา.
อถายสฺมา เรวโต ตํ เปตึ อุทฺทิสฺส ภิกฺขุสํฆสฺส ปานียํ อทาสิ, ปิณฺฑาย จริตฺวา ภตฺตํ คเหตฺวา ภิกฺขูนมทาสิ, สงฺการกูฏาทิโต ปํสุกูลํ คเหตฺวา โธวิตฺวา ภิสิญฺจ จิมิลิกญฺจ กตฺวา ภิกฺขูนํ อทาสิ, เตน จสฺสา เปติยา ทิพฺพสมฺปตฺติโย อเหสุํ. สา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตนา ลทฺธทิพฺพสมฺปตฺตึ เถรสฺส ทสฺเสสิ. เถโร ตํ ปวตฺตึ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตานํ จตุนฺนํ ๒- ปริสานํ ปกาเสตฺวา ธมฺมกถํ กเถสิ, เตน มหาชโน สญฺชาตสํเวโค วิคตมลมจฺเฉโร หุตฺวา ทานสีลาทิกุสลธมฺมาภิรโต อโหสีติ. อิทํ ปน เปตวตฺถุ ทุติยสงฺคีติยํ สงฺคหํ อารุฬฺหนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อุตฺตรมาตุเปติวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
@เชิงอรรถ: ๑ สี.,อิ. ปเวจฺฉสีติ ๒ ม. พหูนํ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๑ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาด