ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เปตวัตถุ
  10. /
  11. ๓. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ

๑. อภิชชมานเปตวัตถุ

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๑๑ · บรรทัด ๓๙๘๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. จูฬวรรค

หมวดเล็ก

๑. อภิชชมานเปตวัตถุ

เรื่องเปรตผู้เดินทวนกระแสน้ำอันไหลไม่ขาดสาย

(โกลิยมหาอำมาตย์ของพระเจ้าพิมพิสาร ถามเปรตตนหนึ่งว่า)

[๓๘๗]

ท่านเปลือยกาย เหมือนกับเปรตครึ่งท่อน

ทัดทรงดอกไม้ ตกแต่งร่างกาย

เดินอยู่ในที่นี้ ซึ่งมีน้ำในแม่น้ำคงคาไหลไม่ขาดสาย

ท่านจักไปไหนนะเปรต ท่านอยู่ประจำที่ไหน

(พระสังคีติกาจารย์กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

[๓๘๘]

เปรตนั้นกล่าวว่า ข้าพเจ้าจักไปยังบ้านจุนทัฏฐิละ

ซึ่งอยู่ในระหว่างวาสภคามกับกรุงพาราณสี

[๓๘๙]

อนึ่งมหาอำมาตย์ซึ่งปรากฏชื่อว่า โกลิยะ เห็นเปรตนั้นแล้ว

จึงได้ให้ข้าวสัตตุ ๑- และผ้าสีเหลืองคู่หนึ่งแก่เปรต

[๓๙๐]

เมื่อเรือหยุด ได้สั่งให้สิ่งของเหล่านั้นแก่อุบาสกผู้เป็นช่างกัลบก

ผ้านุ่งผ้าห่มก็ปรากฏแก่เปรตทันที

ในขณะที่มหาอำมาตย์ได้ให้ผ้าคู่หนึ่งแก่อุบาสกซึ่งเป็นช่างกัลบก

[๓๙๑]

ลำดับนั้น เปรตนั้นนุ่งห่มผ้าเรียบร้อย

ทัดทรงดอกไม้ ตกแต่งร่างกายอย่างสวยงาม

ทักษิณาย่อมสำเร็จแก่เปรตผู้ดำรงอยู่ในฐานะ ๒-

เพราะฉะนั้นผู้มีปัญญาพึงให้ทานบ่อยๆ เพื่ออนุเคราะห์เปรตทั้งหลาย

@เชิงอรรถ :

@๑ ข้าวตู คือข้าวตากคั่วแล้วตำเป็นผงเคล้ากับน้ำตาลและมะพร้าว (ขุ.เป.อ. ๓๘๙/๑๘๑)

@๒ เปรตที่อยู่ในฐานะที่จะรับส่วนบุญที่ผู้อื่นอุทิศให้ เช่น ขุปปิปาสิกเปรต เปรตที่หิวกระหายอยู่เป็นนิตย์

@วันตาสเปรต เปรตที่กินน้ำมูกน้ำลายที่เขาบ้วนทิ้งแล้ว ปรทัตตูปชีวิเปรต เปรตที่อาศัยอาหารที่คนอื่น

@เขาให้ นิชฌามตัณหิกเปรต เปรตที่ถูกตัณหาแผดเผา เป็นต้น (ขุ.ขุ.อ. ๑๒/๑๙๐)

[๓๙๒]

เปรตเหล่าอื่นบางพวกนุ่งผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่ง

บางพวกนุ่งเส้นผม หลีกไปยังทิศน้อยใหญ่เพื่อหาอาหาร

[๓๙๓]

บางพวกวิ่งไปแม้ในที่ไกล กลับมาโดยไม่ได้อะไรเลย

บางพวกหิวจัดจนเป็นลมล้มสลบกลิ้งไปบนพื้นดิน

[๓๙๔]

บางพวกไม่ได้ทำความดีไว้ในชาติก่อน ไม่ได้อะไรเลย

ล้มกลิ้งบนพื้นดินเหมือนถูกไฟเผาอยู่กลางแดด

ประสบความเดือดร้อน คร่ำครวญว่า

[๓๙๕]

ในชาติก่อน พวกเราเป็นหญิงแม่เรือน

เป็นมารดาทารกในตระกูล เป็นคนมีบาป

เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ไม่ได้ทำที่พึ่งให้แก่ตน

[๓๙๖]

แม้ข้าวและน้ำมีมากแต่เราไม่ได้แจกจ่ายให้ทาน

และไม่ได้ถวายอะไรแก่บรรพชิตผู้ปฏิบัติชอบ

[๓๙๗]

อยากทำแต่กรรมที่คนดีไม่พึงทำ เป็นคนเกียจคร้าน

ใคร่แต่ความสำราญและกินจุ

แม้ผู้ที่ให้ก้อนข้าวปฏิคาหกเพียงคำหนึ่ง ตนก็ยังด่า

[๓๙๘]

เรือน คนรับใช้ชายหญิง

และผ้าอาภรณ์เหล่านั้นเป็นของพวกเรา

แต่คนเหล่าอื่นเอาไปใช้สอย

พวกเราจึงประสบแต่ทุกข์

[๓๙๙]

ช่างจักสานก็ดี ช่างหนังก็ดี

คนประทุษร้ายมิตรก็ดี คนจัณฑาลก็ดี

คนกำพร้าก็ดี ช่างกัลบกก็ดี มักถูกดูหมิ่นอยู่ร่ำไป

[๔๐๐]

เปรตทั้งหลายจุติจากเปตวิสัยแล้ว

ย่อมเกิดในตระกูลเหล่านั้น ซึ่งเป็นตระกูลต่ำและขัดสน

นี้เป็นที่เกิดสำหรับคนตระหนี่

[๔๐๑]

ส่วนคนทั้งหลายทำความดีไว้ในชาติปางก่อน

มีปกติให้ ปราศจากความตระหนี่

พวกเขาย่อมทำสวรรค์ให้เต็มบริบูรณ์

และเปล่งรัศมีสว่างไสวทั่วนันทวัน

[๔๐๒]

บริโภคกามคุณตามความปรารถนา

รื่นรมย์ในเวชยันตปราสาท จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว

ย่อมเกิดในตระกูลสูง มีโภคสมบัติมาก

[๔๐๓]

คือ เกิดในตระกูลแห่งบุคคลผู้มีบริวารยศ

ซึ่งมีคนถือพัดแววหางนกยูง

คอยพัดอยู่บนบัลลังก์ที่ปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์

ในเรือนยอดและปราสาทราชมนเทียร

[๔๐๔]

(ในเวลาเป็นทารก) ก็ทัดทรงดอกไม้ ตบแต่งร่างกาย

หมู่ญาติและพี่เลี้ยงนางนมผลัดกันอุ้ม

เหล่าพี่เลี้ยงนางนมปรารถนาความสุข พากันบำรุงอยู่ทั้งเช้าและเย็น

[๔๐๕]

ป่าใหญ่ของเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ซึ่งปราศจากความเศร้าโศก

น่ารื่นรมย์ยินดี เป็นสถานที่ซึ่งดิฉันได้แล้วนี้

ย่อมไม่มีแก่ผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ แต่ย่อมมีแก่ผู้ที่ทำบุญไว้เท่านั้น

[๔๐๖]

ส่วนผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้

ย่อมไม่มีความสุขทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้า

แต่ผู้ที่ได้ทำบุญไว้แล้ว

ย่อมมีความสุขทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้า

[๔๐๗]

ผู้ปรารถนาจะอยู่ร่วมกับเทพชั้นดาวดึงส์เหล่านั้น

ต้องทำบุญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าเหล่าชนผู้ทำบุญไว้แล้ว

ย่อมเพียบพร้อมด้วยโภคสมบัติ ร่าเริงบันเทิงอยู่ในสวรรค์

อภิชชมานเปตวัตถุที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๓. อุพพรีเปตวัตถุกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๓. จูฬวรรคหัวข้อถัดไป๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ