ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เปตวัตถุ
  10. /
  11. ๓. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ

๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๑๒ · บรรทัด ๔๐๓๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ

เรื่องเปรตญาติของพระสานุวาสีเถระ

[๔๐๘]

พระเถระชาวกุณฑินครรูปหนึ่งซึ่งอยู่ประจำที่ภูเขาสานะ

มีชื่อว่า โปฏฐปาทะ เป็นผู้สงบ อบรมอินทรีย์แล้ว

[๔๐๙]

มารดา บิดา พี่ชายของท่านตกยาก เกิดในยมโลก

เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงไปเกิดในเปตโลก

[๔๑๐]

เปรตเหล่านั้นตกยาก มีร่างกายเศร้าหมอง

อึดอัดด้วยของบูดเน่า ลำบากยิ่งนัก

เปลือยกาย ซูบผอม สะดุ้งหวาดเสียวมาก

ทำงานหนัก ไม่กล้าปรากฏตัว

[๔๑๑]

เปรตพี่ชายของท่านเพียงคนเดียวกล้าเปลือยกาย

คลานไปแสดงตนแก่พระเถระในทางเปลี่ยว

[๔๑๒]

ฝ่ายพระเถระก็ไม่ได้ใส่ใจถึง

เดินผ่านไปอย่างสงบ

เปรตนั้นจึงบอกให้พระเถระรู้ว่า

ข้าพเจ้าคือพี่ชายของท่าน ซึ่งไปเกิดในเปตโลก

[๔๑๓]

ท่านผู้เจริญ มารดาบิดาของท่านตกยาก เกิดในยมโลก

เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องไปเกิดในเปตโลก

[๔๑๔]

เปรตมารดาบิดาของท่านเหล่านั้นตกยาก มีร่างกายเศร้าหมอง

อึดอัดด้วยของบูดเน่า ลำบากยิ่งนัก

เปลือยกาย ซูบผอม สะดุ้ง หวาดเสียวมาก

ทำงานหนัก ไม่กล้าปรากฏตัว

[๔๑๕]

ขอท่านกรุณาอนุเคราะห์ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้พวกเรา

พวกเปรตที่ทำงานหนักจักเป็นอยู่ได้ด้วยทานที่ท่านให้แล้ว

[๔๑๖]

พระเถระและภิกษุอื่นอีก ๑๒ รูป เที่ยวบิณฑบาตแล้ว

กลับมาประชุมกัน เพราะต้องทำภัตกิจ ๑- ร่วมกัน

[๔๑๗]

พระเถระกล่าวกับภิกษุเหล่านั้นแม้ทั้งหมดว่า

ขอท่านทั้งหลายจงให้ภัตตาหารตามที่ได้มาแก่ผมเถิด

ผมจักทำสังฆภัต ๒- เพื่ออนุเคราะห์ญาติทั้งหลาย

[๔๑๘]

ภิกษุเหล่านั้นจึงมอบถวายพระเถระ

พระเถระจึงนิมนต์สงฆ์มาแล้วถวายทาน

ครั้นถวายแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ว่า

ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย

คือ มารดา บิดา และพี่ชายของเรา

ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด

[๔๑๙]

ในลำดับที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง

โภชนะสะอาด ประณีต สมบูรณ์ พร้อมด้วยกับมีรสต่างๆ

ก็เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้น

[๔๒๐]

หลังจากที่ได้ของกินนั้น

เปรตผู้เป็นพี่ชายมีผิวพรรณดี มีกำลัง

มีความสุข ก็มาแสดงตนกล่าวว่า

ท่านผู้เจริญ ดูเอาเถิด โภชนะมีมากมาย

แต่พวกเรายังเปลือยกายอยู่

ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้ผ้านุ่งผ้าห่มเถิด

[๔๒๑]

พระเถระเลือกเก็บผ้าเก่าจากกองขยะ

เย็บผ้าเก่าให้เป็นจีวร แล้วได้ถวายสงฆ์ผู้มาจากทิศทั้ง ๔

@เชิงอรรถ :

@๑ การฉันภัตตาหารร่วมกัน

@๒ ถวายอาหารแก่สงฆ์

[๔๒๒]

ครั้นถวายแล้ว ได้อุทิศส่วนกุศลให้ว่า

ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย

คือ มารดา บิดา และพี่ชายของเรา

ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด

[๔๒๓]

ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั่นเอง

ผ้าทั้งหลายก็เกิดมีแก่เปรตเหล่านั้น

หลังจากได้ผ้าแล้ว เปรตผู้เป็นพี่ชายนุ่งห่มผ้าสวยงาม

มีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข

ได้มาแสดงตนแก่พระเถระกล่าวว่า

[๔๒๔]

ท่านผู้เจริญ ผ้านุ่งผ้าห่มของพวกเรา

มีมากกว่าผ้าที่มีในแคว้นของพระเจ้านันทราช

[๔๒๕]

คือ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ และผ้าฝ้าย

ผ้าแม้เหล่านั้นเหลือเฟือและมีค่ามากห้อยอยู่ในอากาศนั่นเอง

[๔๒๖]

พวกเราเลือกนุ่งห่มเฉพาะผืนที่พอใจ

ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้บ้านเรือนเถิด

[๔๒๗]

พระเถระสร้างกุฎีใบไม้แล้วได้ถวายสงฆ์ผู้มาจากทิศทั้ง ๔

ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลไปให้ว่า

ขอผลแห่งบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย

คือ มารดา บิดาและพี่ชายของเรา

ขอพวกญาติจงมีความสุขเถิด

[๔๒๘]

ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั่นเอง

เรือนทั้งหลาย คือ ปราสาท และที่อยู่อาศัยอย่างอื่น

ซึ่งจัดสร้างไว้เป็นสัดส่วน ก็เกิดขึ้น

[๔๒๙]

เรือนในหมู่มนุษย์หาเป็นเช่นเรือนของพวกเราในเปตโลกนี้ไม่

เรือนของพวกเราในเปตโลกนี้เหมือนเรือนในหมู่เทพ

[๔๓๐]

เปล่งรัศมีรุ่งเรืองไปโดยรอบทั้ง ๔ ทิศ

ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้น้ำดื่มเถิด

[๔๓๑]

พระเถระจึงตักน้ำเต็มธมกรกแล้ว

ได้ถวายสงฆ์ซึ่งมาจากทิศทั้ง ๔

ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้ว่า

ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา

คือ มารดา บิดา และพี่ชาย

ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด

[๔๓๒]

ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั่นเอง

น้ำดื่มก็เกิดขึ้นเป็นสระโบกขรณีมีรูปสี่เหลี่ยม ลึก

ซึ่งบุญกรรมจัดสร้างไว้ดีแล้ว

[๔๓๓]

มีน้ำเย็น มีท่าราบเรียบ เย็นสบาย

มีกลิ่นหอมหาที่เปรียบมิได้ ดารดาษด้วยดอกปทุมและอุบล

ผิวน้ำเต็มด้วยละอองเกสร

[๔๓๔]

เปรตเหล่านั้นอาบและดื่มกินในสระนั้นแล้ว

แสดงตนแก่พระเถระ กล่าวว่า

ท่านผู้เจริญ น้ำดื่มของพวกเรามีมากเพียงพอแล้ว

บาปย่อมเผล็ดผลเป็นทุกข์แก่พวกเรา

[๔๓๕]

เมื่อพวกเราเที่ยวไป

ต้องเดินเขยกไปบนก้อนกรวดและหน่อหญ้าคา

ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้ยานเถิด

[๔๓๖]

พระเถระได้รองเท้าแล้ว ได้ถวายสงฆ์ผู้มาจากทิศทั้ง ๔

ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้ว่า

ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติ

คือ มารดา บิดา และพี่ชายของเรา

ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด

[๔๓๗]

ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง

เปรตทั้งหลายได้มาปรากฏพร้อมกับรถ

แล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ

พวกเราได้รับอนุเคราะห์ด้วยอาหาร ผ้านุ่งผ้าห่ม

[๔๓๘]

บ้านเรือน ด้วยการให้น้ำดื่ม และยานทั้งสอง

เพราะฉะนั้น พวกเราจึงมาเพื่อไหว้ท่าน

ผู้เป็นมุนีมีความกรุณาในโลก

สานุวาสีเถรเปตวัตถุที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. อภิชชมานเปตวัตถุกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๓. จูฬวรรคหัวข้อถัดไป๓. รถการีเปตวัตถุ