ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เปตวัตถุ
  10. /
  11. ๔. มหาวรรค
  12. /
  13. ๔. เรวดีเปตวัตถุ

๔. เรวดีเปตวัตถุ

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๒๔ · บรรทัด ๔๗๐๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. เรวตีเปตวัตถุ

เรื่องนางเรวดีเปรต

(ยักษ์บริวารของท้าวเวสวัณปรารถนาจะจับนางเรวดีโยนลงไปในอุสสทนรก จึงกล่าวว่า)

[๗๑๔]

จงลุกขึ้น นางเรวดีผู้แสนจะชั่วช้า มีปกติไม่ให้ทาน

ประตู(นรก)เปิดแล้ว

พวกเราจะนำเจ้าไปโยนลงนรก

อันเป็นสถานที่ทอดถอนใจของเหล่าสัตว์นรก

ผู้มีความทุกข์ทรมานทนทุกข์อยู่

(พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า)

[๗๑๕]

ยักษ์ใหญ่ตาแดงสองตนดุจทูตพญายมนั้น ครั้นกล่าวดังนี้แล้ว

ก็จับแขนนางเรวดีคนละข้าง พาไปใกล้หมู่เทวดา

(นางเรวดีถามยักษ์สองตนว่า)

[๗๑๖]

นั่นวิมานของใคร มีรัศมีแสงอาทิตย์ น่าพอใจ

เรืองรอง งดงาม น่าอยู่อาศัย ปกคลุมด้วยตาข่ายทอง

เนืองแน่นไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา รุ่งโรจน์ดังแสงอาทิตย์

[๗๑๗]

หมู่เทพนารีลูบไล้กายด้วยแก่นจันทน์หอม

ช่วยทำวิมานทั้งภายในและภายนอกให้งดงาม

วิมานนั้นมีรัศมีปรากฏเสมอด้วยแสงอาทิตย์

คนที่ขึ้นสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมานเป็นใครกัน

(ยักษ์สองตนจึงบอกแก่นางเรวดีว่า)

[๗๑๘]

ที่กรุงพาราณสี มีอุบาสกชื่อนันทิยะ

เป็นคนไม่ตระหนี่ เป็นทานบดี รู้ความประสงค์ของผู้ขอ

วิมานที่เนืองแน่นไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา

รุ่งโรจน์ดังแสงอาทิตย์นั้นเป็นของนันทิยอุบาสก

[๗๑๙]

หมู่เทพนารีลูบไล้กายด้วยแก่นจันทน์หอม

ช่วยทำวิมานทั้งภายในและภายนอกให้งดงาม

วิมานนั้นมีรัศมีปรากฏเสมอด้วยแสงอาทิตย์

คนที่ขึ้นสวรรค์ บันเทิงอยู่ในวิมาน คือ นันทิยอุบาสก

(นางเรวดีกล่าวว่า)

[๗๒๐]

ฉันเป็นภรรยาของนันทิยอุบาสก

เป็นใหญ่ในเรือน เป็นใหญ่ในทรัพย์สินทั้งหมดของสามี

บัดนี้ ฉันจะรื่นรมย์ในวิมานของสามี

ไม่ปรารถนาจะเห็นนรก

(ยักษ์สองตนนั้นไม่ยอมเชื่อจึงพาตัวนางลงไปใกล้อุสสทนรกแล้วกล่าวว่า)

[๗๒๑]

นางผู้แสนจะชั่วช้า นี่แหละนรกสำหรับเจ้า

บุญเจ้าไม่ได้ทำไว้ในมนุษยโลก

เพราะคนตระหนี่มักโกรธมีบาปธรรม

ย่อมไม่ได้อยู่ร่วมกับผู้เกิดในสวรรค์

(นางเรวดีเห็นนายนิรยบาลสองตนพากันมาฉุดคร่าตนเพื่อจะโยนลงไปในคูถนรก ชื่อว่าสังสวกะ จึงถามถึงนรกนั้นว่า)

[๗๒๒]

ทำไมหนอจึงปรากฏแต่อุจจาระ ปัสสาวะ สิ่งสกปรก

เหตุไฉน อุจจาระนี้จึงมีกลิ่นเหม็นร้ายกาจ คละคลุ้งไปเล่า

(นายนิรยบาลตอบว่า)

[๗๒๓]

นางเรวดี นรกที่เจ้าจะหมกไหม้อยู่หลายพันปีนี้

มีชื่อว่าสังสวกนรก ลึก ๑๐๐ ชั่วคน

(นางเรวดีจึงถามว่า)

[๗๒๔]

ฉันทำกรรมชั่วทางกายวาจาใจอะไรหรือหนอ

จึงตกสังสวกนรกที่ลึก ๑๐๐ ชั่วคน

(นายนิรยบาลตอบว่า)

[๗๒๕]

เจ้าลวงสมณพราหมณ์และวณิพกพวกอื่น

ด้วยการกล่าวเท็จ นั่นแหละบาปที่เจ้าทำไว้

[๗๒๖]

เพราะบาปนั้นเจ้าจึงตกสังสวกนรกที่ลึกถึง ๑๐๐ ชั่วคน

นางเรวดี เจ้าจะต้องหมกไหม้อยู่ในนรกนั้นหลายพันปี

[๗๒๗]

นายนิรยบาลทั้งหลาย จะตัดมือ เท้า หู แม้กระทั่งจมูก

อนึ่งแม้ฝูงนกกาก็จะพากันมารุมจิกกินเจ้าที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่

(นางเรวดีกล่าวว่า)

[๗๒๘]

โปรดเถิดพ่อคุณ ขอท่านทั้งหลายช่วยนำดิฉันกลับไปเถิด

ดิฉันจักสร้างกุศลกรรมที่คนทำแล้วได้รับความสุข

และไม่เดือดร้อนในภายหลังนั้นให้มาก

ด้วยการให้ทาน ประพฤติธรรมสม่ำเสมอ

การสำรวม และการฝึกอินทรีย์

(นายนิรยบาลกล่าวว่า)

[๗๒๙]

เมื่อก่อน เจ้าประมาทมัวเมา บัดนี้จะมาร่ำไห้ทำไมเล่า

เจ้าจักต้องเสวยผลกรรมทั้งหลายที่เจ้าทำไว้เอง

(นางเรวดีกล่าวว่า)

[๗๓๐]

ใครจากเทวโลกไปยังมนุษยโลก เมื่อถูกถาม

พึงกล่าวถ้อยคำของดิฉันอย่างนี้ว่า

ขอท่านทั้งหลายจงถวายทาน คือ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม

ที่นอน ที่นั่ง ข้าวและน้ำ

ในสมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้ปล่อยวางอาชญา

เพราะว่า คนตระหนี่ มักโกรธ มีบาปธรรม

ย่อมไม่ได้เกิดร่วมกับผู้ไปสวรรค์

[๗๓๑]

ถ้าดิฉันนั้นจากที่นี้ไป ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว

จักรู้ความประสงค์ของผู้ขอ สมบูรณ์ด้วยศีล

จักสร้างกุศลให้มากด้วยการให้ทาน

การประพฤติธรรมสม่ำเสมอ

การสำรวม และการฝึกอินทรีย์

[๗๓๒]

ดิฉันจักปลูกสวนไม้ดอกไม้ผล

จักตัดทางเข้าไปในสถานที่ที่เดินลำบาก

ขุดบ่อน้ำ และตั้งน้ำดื่มไว้ด้วยใจที่ผ่องแผ้ว

[๗๓๓]

จักเข้าจำอุโบสถศีลซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘

ทุกวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์

ตลอดวันปาฏิหาริยปักษ์

[๗๓๔]

ดิฉันผู้สำรวมระวังในศีลตลอดเวลา

และจักไม่ละเลยในการให้ทาน

เพราะผลกรรมนี้ ดิฉันได้เห็นเองแล้ว

(พระสังคีติกาจารย์กล่าวไว้ว่า)

[๗๓๕]

นายนิรยบาลทั้งหลายช่วยกันจับนางเรวดี

ที่กำลังพร่ำเพ้อ ดิ้นรนไปมาอยู่อย่างนี้

ให้เท้าชี้หัวดิ่งลงไปในนรกอันน่ากลัว

(นางเรวดีได้กล่าวคาถาสุดท้ายอีกว่า)

[๗๓๖]

ชาติก่อน ฉันเป็นคนตระหนี่

ด่าว่าสมณพราหมณ์

และลวงสามีด้วยเรื่องไม่จริง

จึงหมกไหม้ในนรกที่น่ากลัว

เรวตีเปตวัตถุที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. นันทิกาเปตวัตถุกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๔. มหาวรรคหัวข้อถัดไป๕. อุจฉุเปตวัตถุ