ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. เอกกนิบาต
  12. /
  13. ๑. ปฐมวรรค
  14. /
  15. ๘. วีรเถรคาถา

๘. วีรเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๔๕ · บรรทัด ๕๐๑๗

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาวีรเถรคาถา

คาถาของท่านพระวีรเถระเริ่มต้นว่า โย ทุทฺทมโย ดังนี้.

เรื่องราวของท่านเป็นมาอย่างไร?

ได้ยินว่า ในกัปที่ ๙๑ นับถอยหลังแต่ภัทรกัปนี้ ท่านปฏิบัติที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี.

อยู่มาวันหนึ่ง ท่านเก็บดอกคนทิสอ มีลักษณะคล้ายกับดอกยางทราย มาบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แล้วเกิดในตระกูลกษัตริย์ ในกัปที่ ๓๕ ถอยหลังแต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ามหาปตาปะ. ท้าวเธอเสวยราชย์โดยธรรมสม่ำเสมอ ยังหมู่สัตว์ให้ตั้งอยู่ในทางสวรรค์ กลับมาเกิดเป็นเศรษฐีมีสมบัติมาก ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ. ในกัปนี้อีก บำเพ็ญทานแก่คนกำพร้าและคนเดินทางไกลเป็นต้น ได้ถวายขีรภัตรแก่พระสงฆ์ ท่านบำเพ็ญกองการบุญกุศลอันสำเร็จด้วยทาน และสั่งสมประโยชน์คือพระนิพพาน นอกนี้ในภพนั้นดังพรรณนามานี้ แล้วท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บังเกิดในตระกูลอมาตย์ของพระเจ้าปเสนทิ ในกรุงสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ คนทั้งหลายขนานนามท่านว่าวีระ.

ท่านเจริญวัยแล้ว ประกอบด้วยคุณทั้งหลายมีความสมบูรณ์ด้วยพละและชวนะเป็นต้น สมชื่อ เป็นผู้กล้าหาญในสงคราม เมื่อมารดาบิดาจัดหาภรรยาให้ โดยการทำความผูกพัน ก็ได้บุตรคนเดียวเท่านั้น อันเหตุแห่งบุรพกรรมตักเตือนอยู่เห็นโทษในกามทั้งหลายและในสงสารเกิดความสลดใจ บวชแล้วเพียรพยายามอยู่ ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานเลย.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราเป็นคนเฝ้าพระอารามของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ได้ถือเอาดอกยางทรายไปบูชาพระพุทธเจ้า ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

ในกัปที่ ๓๕ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นจอมประชามีนามว่ามหาปตาปะ มีพละมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็ภรรยาเก่า (ของท่าน) ประสงค์จะให้พระเถระผู้บรรลุพระอรหัตอย่างนี้แล้ว ยับยั้งอยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่ผลสมาบัติ ให้สึก พยายามประเล้าประโลม โดยนัยต่างๆ ในระหว่างๆ วันหนึ่งไปถึงที่ท่านพักในกลางวัน เริ่มแสดงมายาหญิง มีเล่ห์มายาเป็นต้น.

ลำดับนั้น ท่านพระวีระคิดว่า หญิงคนนี้เป็นคนโง่แท้หนอ ประสงค์จะเล้าโลมเรา อุปมาดุจมีความประสงค์ให้เขาสิเนรุราชสั่นสะเทือน ด้วยลมปีกของลิ่นไรฉะนั้น ดังนี้แล้ว เมื่อจะแสดงความที่กิริยาของหญิงนั้นไม่มีประโยชน์ จึงได้ภาษิตคาถาว่า

เมื่อก่อนผู้ใดเป็นผู้อันบุคคลอื่นฝึกได้โดยยาก

แต่เดี๋ยวนี้ ผู้นั้นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงฝึกฝนได้ดี

แล้ว เป็นนักปราชญ์ มีความสันโดษ ข้ามความสงสัยได้

แล้ว เป็นผู้ชนะกิเลสมาร ปราศจากขนพองสยองเกล้า

ปราศจากความกำหนัด มีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสและความ

เร่าร้อนได้แล้ว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น เนื้อความของบททั้งหลายมีอาทิว่า โย ทุทฺทมโย ดังนี้ ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในหนหลังแล้วทั้งนั้น.

ส่วนคำ (ที่จะกล่าวต่อไป) นี้เป็นเพียงโยชนา (คำประกอบความ) ในคาถานี้.

เมื่อก่อน ผู้ใดชื่อว่าเป็นผู้อันบุคคลอื่นฝึกได้ยาก เพราะยังมีกิเลสที่ยังไม่ได้ปราบ หรือเพราะอันข้าศึกทั้งหลายไม่สามารถเพื่อจะปราบ คือเพื่อจะชนะในสนามรบได้ แต่บัดนี้ ผู้นั้นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ฝึกพระองค์แล้ว ทรงฝึกแล้วด้วยธรรมเครื่องฝึกอันสูงสุด ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์ เพราะถึงพร้อมด้วยความเพียร คือสัมมัปปธาน ๔ อย่าง จึงเป็นผู้มีความสันโดษ ข้ามความสงสัยได้แล้ว เป็นผู้ชนะกิเลสมาร ปราศจากความขนพองสยองเกล้า เป็นปราชญ์ได้นามว่าวีระ ชื่อว่าดับกิเลสและความเร่าร้อนได้ เพราะดับกิเลสได้โดยไม่มีส่วนเหลือ ต่อแต่นั้นไป ก็เป็นผู้มีจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวด้วยมารเช่นท่านตั้ง ๑๐๐ ตน ๑,๐๐๐ ตน

หญิงนั้นฟังคำนั้นแล้วคิดว่า เมื่อพระเถระผู้เป็นสามีของเราปฏิบัติได้เช่นนี้ การอยู่ครองเรือนของเราจะมีประโยชน์อะไร ดังนี้ เกิดความสลดใจ บวชในสำนักนางภิกษุณีทั้งหลาย เป็นผู้มีวิชชา ๓ ต่อกาลไม่นานเลย. จบอรรถกถาวีรเถรคาถา

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๖ ข้อ ๑๔๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. ภัลลิยเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๑. ปฐมวรรคหัวข้อถัดไป๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา