ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๑. ปิฐวรรค
  12. /
  13. ๑๖. สิริมาวิมาน

๑๖. สิริมาวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๑๖ · บรรทัด ๔๐๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๖. สิริมาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางสิริมา

(พระวังคีสะประสงค์จะให้นางสิริมา ๑- เทพธิดาประกาศบุญกรรมที่นางได้ทำไว้ใน ครั้งก่อนจึงถามนางด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)

@เชิงอรรถ :

@๑ นางสิริมา เดิมเป็นหญิงโสเภณี ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าได้บรรลุโสดาบันจึงเลิกอาชีพโสเภณี ได้ตั้ง

@สลากภัตร ๘ ที่ ถวายสงฆ์ทุกวัน ต่อมานางป่วยหนักเสียชีวิตแต่ยังสาว ได้ไปเกิดเป็นเทพธิดาอยู่ในวิมานนี้

@(ขุ.วิ.อ. ๑๓๗/๘๑)

[๑๓๗]

ม้าสำหรับเทียมรถของเธอ ตกแต่งด้วยเครื่องประดับชั้นดีเยี่ยม

มีพลัง แคล่วคล่องว่องไว เหาะทะยานลงไป

รถเทียมม้า ๕๐๐ คัน ที่บุญกุศลเนรมิตเพื่อเธอ

และม้าเหล่านั้นเหมือนถูกนายสารถีกระตุ้นเตือน

ย่อมแล่นตามเธอไป

[๑๓๘]

เธอประดับองค์ สถิตบนรถอันเลอเลิศ

เปล่งรัศมีสว่างรุ่งเรืองอยู่ประดุจดวงไฟอันโชติช่วง

เทพธิดาผู้มีรูปงาม น่าชม มองแล้วไม่เบื่อ อาตมาขอถามว่า

“เธอมาจากเทพหมู่ไหนหนอจึงเข้ามาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ซึ่งหาใครเลิศยิ่งกว่าไม่ได้แล้ว

(สิริมาเทพธิดานั้นตอบพระเถระว่า)

[๑๓๙]

ถัดลงมาจากหมู่ปรนิมมิตวสวัตดีเทพ ๑- ผู้ถึงความเป็นเลิศ

ด้วยกามคุณ ที่บัณฑิตกล่าวชมว่ายอดเยี่ยมนั้น

มีนิมมานรดีเทพซึ่งเนรมิตสมบัติได้เองแล้วชื่นชมอยู่

ดิฉันเป็นนางอัปสรจากหมู่นิมมานรดีเทพนั้น ซึ่งมีรูปร่างน่าพึงใจ

ประสงค์จะนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ซึ่งหาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ จึงมาสู่มนุษยโลกนี้

(พระเถระถามว่า)

[๑๔๐]

ชาติก่อนแต่จะมาเป็นเทพธิดานี้

เธอได้ประพฤติสุจริตกรรมอะไรไว้

เพราะบุญอะไรเธอจึงมีบริวารยศอยู่มากมาย เปี่ยมไปด้วยความสุข

อนึ่ง เธอมีฤทธิ์ที่หาฤทธิ์ใดเทียมเท่ามิได้

เหาะไปในอากาศได้ ทั้งมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วสิบทิศ

@เชิงอรรถ :

@๑ เป็นชื่อของหมู่เทพในสวรรค์ชั้นที่ ๖ (สวรรค์มี ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี

@ปรนิมมิตวสวัตดี) เมื่อต้องการอะไรจะให้เทพชั้นที่ ๕ นิรมิตให้ (ขุ.วิ.อ. ๑๓๙/๘๗)

[๑๔๑]

เทพธิดา อนึ่ง เธอมีมวลเทพห้อมล้อม สักการะ

เธอจุติมาจากคติ ๑- ไหนจึงมาถึงสุคติภพนี้

หรือว่าเธอได้ทำตามคำสอนของพระศาสดาพระองค์ไหน

หากเธอเป็นสาวิกาของพระพุทธเจ้าจริง ขอจงบอกอาตมาเถิด

(สิริมาเทพธิดาตอบว่า)

[๑๔๒]

ดิฉันเป็นพระสนมของพระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ๒-

มีพระสิริ อยู่ในพระนครซึ่งสถาปนาไว้เป็นอย่างดีท่ามกลางขุนเขา

มีความชำนาญอย่างยิ่งในการฟ้อนรำ ขับร้อง

ชาวเมืองราชคฤห์ได้พากันเรียกขานดิฉันว่า สิริมา

[๑๔๓]

พระพุทธเจ้าทรงองอาจกว่าหมู่ผู้เป็นฤษี ทรงแนะนำเวไนยสัตว์

ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจว่าเป็นสภาวะที่ไม่เที่ยง

ทรงแสดงทุกขนิโรธสัจซึ่งปราศจากปัจจัยปรุงแต่งว่าเป็นสภาวะคงที่

และทรงแสดงมรรคสัจนี้ซึ่งเป็นทางไม่อ้อมค้อม

เป็นทางตรง และเป็นทางปลอดโปร่งแก่ดิฉัน

[๑๔๔]

ดิฉันครั้นฟังธรรมอันเป็นทางไม่ตาย ปราศจากปัจจัยปรุงแต่ง

เป็นคำสอนของพระตถาคตเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้

สำรวมในศีลทั้งหลายอย่างเคร่งครัดเป็นอันดี

มั่นอยู่ในธรรมที่พระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่านรชนทรงแสดงไว้แล้ว

[๑๔๕]

ครั้นรู้ทางที่ปราศจากกิเลสประดุจธุลีซึ่งปราศจากปัจจัยปรุงแต่ง

อันพระตถาคตเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้ทรงแสดงไว้แล้ว

ได้สัมผัสสมถสมาธิ ๓- ในอัตภาพนั้นเอง

การได้สัมผัสสมถสมาธินั้นแหละ

เป็นภาวะแน่นอนอย่างยิ่งสำหรับดิฉัน

@เชิงอรรถ :

@๑ คติ (ภพที่สัตว์ไปเกิด) ๕ คือ นรก กำเนิดดิรัจฉาน เปรต มนุษย์ และสวรรค์

@๒ พระเจ้าพิมพิสาร ผู้ครองกรุงราชคฤห์ (ขุ.วิ.อ. ๑๔๒/๙๐)

@๓ สมถสมาธิ คือ โลกุตตรสมาธิที่ตัดกิเลสได้เด็ดขาด (ขุ.วิ.อ. ๑๔๕/๙๒)

[๑๔๖]

ดิฉันได้อมตธรรมอันประเสริฐ ที่ทำให้ต่างจากปุถุชน

มีความเชื่อมั่น ๑- บรรลุคุณวิเศษเพราะรู้แจ้ง ๒- แล้ว

หมดความลังเลสงสัย ได้รับการบูชาจากคนจำนวนมาก

ความยินดีไม่น้อย

[๑๔๗]

ตามที่กราบเรียนมานี้ ดิฉันจึงเป็นเทพธิดาผู้เห็นอมตธรรม

เป็นสาวิกาของพระตถาคตเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้

ได้เห็นธรรม ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล เป็นโสดาบันบุคคล

ทุคติเป็นอันไม่มีแก่ดิฉันอีกแล้ว

[๑๔๘]

ดิฉันนั้นมาหมายจะถวายอภิวาท

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้หาใครเลิศยิ่งกว่ามิได้

หมายจะนมัสการบรรดาภิกษุผู้น่าเลื่อมใส ซึ่งยินดีในกุศลธรรม ๓-

และหมายจะเข้าไปนั่งใกล้สมาคมของสมณะที่ปลอดภัย

ดิฉันมีความเคารพพระธรรมราชา

คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงสิริ

[๑๔๙]

ครั้นได้เห็นพระจอมมุนีแล้ว

ดิฉันก็มีใจเบิกบาน เอิบอิ่ม

จึงขอถวายอภิวาทพระองค์ผู้เป็นพระตถาคตเลิศกว่านรชน

ฝึกคนที่ควรฝึก ทรงตัดตัณหาได้ ทรงยินดีในกุศลธรรม

ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ให้ข้ามพ้นจากทุกข์ได้

ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกด้วยความเกื้อกูลอย่างยิ่ง

สิริมาวิมานที่ ๑๖ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ เชื่อมั่นในพระรัตนตรัย (ขุ.วิ.อ. ๑๔๖/๙๒)

@๒ รู้แจ้งอริยสัจ (ขุ.วิ.อ. ๑๔๖/๙๒)

@๓ นิพพาน (ขุ.วิ.อ. ๑๔๘/๙๓)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๕. อุตตราวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๑. ปิฐวรรคหัวข้อถัดไป๑๗. เปสการิยวิมาน