ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๓. ปาริฉัตตกวรรค
  12. /
  13. ๕. คุตติลวิมาน

๕. คุตติลวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๓ · บรรทัด ๙๕๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. คุตติลวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่คุตติลาจารย์เคยไปเยี่ยม

๑. วัตถุตตมทายิกาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดแก่หญิงผู้ถวายผ้าเนื้อดีเยี่ยม

(พระโพธิสัตว์นามว่าคุตติละได้กราบทูลท้าวสักกเทวราชว่า)

[๓๒๗]

ข้าแต่ท้าวโกสีย์ ข้าพระองค์ได้สอนวิชาดีดพิณ ๗ สาย

ซึ่งมีเสียงไพเราะมาก น่ารื่นรมย์ใจ

ให้แก่มุสิละผู้เป็นศิษย์

เขาตั้งใจจะดีดพิณประชันกับข้าพระองค์กลางเวที

ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ด้วยเถิด

(ท้าวสักกเทวราชตรัสปลอบด้วยคาถาว่า)

[๓๒๘]

ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าจะเป็นที่พึ่งของท่านอาจารย์

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้บูชาอาจารย์

ศิษย์จักชนะอาจารย์ไม่ได้

อาจารย์จักชนะศิษย์แน่นอน

(ครั้นกาลต่อมา ท้าวสักกเทวราชรับสั่งให้มาตลีเทพสารถีนำเวชยันต์ราชรถ ลงมารับคุตติลาจารย์ไปยังเทวโลกเพื่อให้ดีดพิณถวาย คุตติลาจารย์จึงกราบทูล ท้าวเธอ ในท่ามกลางเทพบริษัท เพื่อขอไต่ถามถึงบุพกรรมของเทพธิดาทั้งหลาย ณ ที่นั้น เป็นรางวัลแห่งการดีดพิณเสียก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงไต่ถามถึง บุพกรรมของเทพธิดาเหล่านั้น คำถามของคุตติลาจารย์เป็นเช่นเดียวกับของพระ มหาโมคคัลลานเถระ) ๑- คำตอบของเหล่าเทพธิดาเป็นเช่นเดียวกันทั้งสองครั้ง

[๓๒๙]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

@เชิงอรรถ :

@๑ (ขุ.วิ.อ. ๓๒๘/๑๕๘-๑๖๐)

[๓๓๐]

เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

[๓๓๑]

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า

เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๓๒]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๓๓]

นารีผู้ถวายผ้าเนื้อดีเยี่ยม

เป็นผู้ประเสริฐในหมู่นระและนารีทั้งหลาย

นางตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเห็นปานนี้

[๓๓๔]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้นเถิด

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๓๕]

เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

[๓๓๖]

ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า

เพราะบุญที่ได้ทำไว้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์

ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

(วิมาน ๔ เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้มีความพิสดารเหมือนวัตถุตตมทายิกาวิมาน)

๒. ปุปผุตตมทายิกาวิมาน (๑)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดแก่หญิงผู้ถวายดอกไม้ที่ดีเยี่ยม

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๓๗]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๓๘]

เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

[๓๓๙]

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า

เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๔๐]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๔๑]

นารีผู้ถวายดอกไม้ชั้นดีเยี่ยม

เป็นผู้ประเสริฐในหมู่นระและนารีทั้งหลาย

นางตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเห็นปานนี้

[๓๔๒]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๔๓]

เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

[๓๔๔]

ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า

เพราะบุญที่ได้ทำไว้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์

ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๓. คันธุตตมทายิกาวิมาน (๒)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายของหอมชั้นเยี่ยม

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๔๕]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๔๖]

เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

[๓๔๗]

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า

เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๔๘]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๔๙]

นารีผู้ถวายของหอมชั้นเลิศ

เป็นผู้ประเสริฐในหมู่นระและนารีทั้งหลาย

นางตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเห็นปานนี้

[๓๕๐]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๕๑]

เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

[๓๕๒]

ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า

เพราะบุญที่ได้ทำไว้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์

ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๔. ผลุตตมทายิกาวิมาน (๓)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผลไม้อย่างดีเยี่ยม

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๕๓]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๕๔-๓๕๕] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๕๖]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๕๗]

นารีผู้ได้ถวายผลไม้อย่างดีเยี่ยม

เป็นผู้ประเสริฐในหมู่นระและนารีทั้งหลาย

นางตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเช่นนี้

[๓๕๘]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๕๙-๓๖๐] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๕. รสุตตมทายิกาวิมาน (๔)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายอาหารที่มีรสเลิศ

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๖๑]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๖๒-๓๖๓] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๖๔]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๖๕]

นารีผู้ถวายอาหารเลิศรส

เป็นผู้ประเสริฐในหมู่นระและนารีทั้งหลาย

นางตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเช่นนี้

[๓๖๖]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๖๗-๓๖๘] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๖. คันธปัญจังคุลิกทายิกาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้เคยใช้แป้งเจิมสถูป

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๖๙]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๗๐-๓๗๑] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๗๒]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๗๓]

ดิฉันใช้นิ้วทั้งห้าจุ่มกระแจะเจิมที่พระสถูป(ทอง)

ของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่ากัสสปะ

ดิฉันนั้นตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเช่นนี้

[๓๗๔]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๗๕-๓๗๖] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

(วิมาน ๔ เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีความพิสดารเหมือนคันธปัญจังคุลิกทายิกาวิมาน)

๗. เอกูโปสถวิมาน (๑)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้รักษาอุโบสถ ๑ วัน

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๗๗-๓๗๙] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๘๐]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๘๑]

ดิฉันได้เห็นภิกษุและภิกษุณีทั้งหลายกำลังเดินทาง

ได้ฟังธรรมเทศนาของท่านเหล่านั้นแล้ว

ได้เข้าจำอุโบสถศีลหนึ่งวัน

[๓๘๒]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๘๓-๓๘๔] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๘. อุทกทายิกาวิมาน (๒)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายน้ำบ้วนปากและน้ำดื่ม

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๘๕]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๘๖-๓๘๗] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๘๘]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๘๙]

ดิฉันยืนอยู่ในน้ำ มีจิตเลื่อมใส

ได้ถวายน้ำแด่ภิกษุรูปหนึ่ง

ดิฉันนั้นตั้งใจถวายสิ่งที่น่ารัก

จึงได้ทิพยสถานที่น่าเจริญใจเช่นนี้

[๓๙๐]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๙๑-๓๙๒] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๙. อุปัฏฐานวิมาน (๓)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ตั้งใจปฏิบัติมารดาบิดาของสามี

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๓๙๓]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๓๙๔-๓๙๕] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๓๙๖]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๓๙๗]

ดิฉันมีนิสัยไม่ริษยา ตั้งใจปฏิบัติแม่ผัวและพ่อผัว

ซึ่งทั้งดุร้าย โกรธง่ายและหยาบคาย

จึงเป็นผู้ไม่ประมาทตามปกตินิสัยของตน

[๓๙๘]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๓๙๙-๔๐๐] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๑๐. อปรกัมมการินีวิมาน (๔)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ขวนขวายช่วยเหลือผู้อื่น

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๔๐๑]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๔๐๒-๔๐๓] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๔๐๔]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๔๐๕]

ดิฉันเป็นคนใช้ รับภาระช่วยทำงานให้คนอื่นเสมอ

ไม่เกียจคร้านต่อการงานที่เป็นประโยชน์

มีปกตินิสัยไม่มักโกรธ ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น

ชอบแบ่งปันสิ่งของส่วนตัวแก่ผู้อื่น

[๔๐๖]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๔๐๗-๔๐๘] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

๑๑. ขีโรทนทายิกาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายข้าวผสมนมสด

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๔๐๙]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๔๑๐-๔๑๑] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๔๑๒]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๔๑๓]

ดิฉันได้ถวายข้าวสุกผสมนมสด

แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต

ครั้นทำกรรมอย่างนี้แล้ว

จึงเกิดในสุคติ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่

[๔๑๔]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๔๑๕-๔๑๖] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

(วิมาน ๒๕ เรื่อง ที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีความพิสดารเหมือนขีโรทนทายิกาวิมาน)

๑๒. ผาณิตทายิกาวิมาน (๑)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายน้ำอ้อยงบ

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๔๑๗-๔๑๙] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๔๒๐]

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๔๒๑-๔๒๘] ดิฉันได้ถวายน้ำอ้อยงบแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๓. อุจฉุขัณฑิกทายิกาวิมาน (๒)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย

[๔๒๙-๔๓๖] ดิฉันได้ถวายท่อนอ้อยแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๔. ติมพรุสกทายิกาวิมาน (๓)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผลมะพลับสุก

[๔๓๗-๔๔๔] ดิฉันได้ถวายผลมะพลับสุกแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๕. กักการิกทายิกาวิมาน (๔)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผลแตงกวา

[๔๔๕-๔๕๒] ดิฉันได้ถวายผลแตงกวาแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๖. เอฬาลุกทายิกาวิมาน (๕)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายฟักทอง

[๔๕๓-๔๖๐] ดิฉันได้ถวายผลฟักทองแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๗. วัลลิผลทายิกาวิมาน (๖)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายแตงโม

[๔๖๑-๔๖๘] ดิฉันได้ถวายผลแตงโมแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๘. ผารุสกทายิกาวิมาน (๗)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผลลิ้นจี่

[๔๖๙-๔๗๖] ดิฉันได้ถวายผลลิ้นจี่แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๑๙. หัตถัปปตาปกทายิกาวิมาน (๘)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายเตาผิง

[๔๗๗-๔๘๔] ดิฉันได้ถวายเตาผิงแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๐. สากมุฏฐิทายิกาวิมาน (๙)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผักดอง

[๔๘๕-๔๙๒] ดิฉันได้ถวายผักดองกำมือหนึ่งแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๑. ปุปผกมุฏฐิทายิกาวิมาน (๑๐)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายดอกไม้

[๔๙๓-๕๐๐] ดิฉันได้ถวายดอกไม้กำหนึ่งแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๒. มูลกทายิกาวิมาน (๑๑)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายหัวมัน

[๕๐๑-๕๐๘] ดิฉันได้ถวายหัวมันแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๓. นิมพมุฏฐิทายิกาวิมาน (๑๒)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผักสะเดา

[๕๐๙-๕๑๖] ดิฉันได้ถวายสะเดากำหนึ่งแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๔. อัมพกัญชิกทายิกาวิมาน (๑๓)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายน้ำผักดอง

[๕๑๗-๕๒๔] ดิฉันได้ถวายน้ำผักดองแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๕. โทณินิมมัชชนิทายิกาวิมาน (๑๔)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายแป้งคลุกงาทอด

[๕๒๕-๕๓๒] ดิฉันได้ถวายแป้งคลุกงาทอดแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๖. กายพันธนทายิกาวิมาน (๑๕)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายประคดเอว

[๕๓๓-๕๔๐] ดิฉันได้ถวายประคดเอวแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๗. อังสพัทธกทายิกาวิมาน (๑๖)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผ้าอังสะ

[๕๔๑-๕๔๘] ดิฉันได้ถวายผ้าอังสะแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๘. อาโยคปัฏฏทายิกาวิมาน (๑๗)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายสายโยคบาตร

[๕๔๙-๕๕๖] ดิฉันได้ถวายแผ่นผ้าสายโยคแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๒๙. วิธูปนทายิกาวิมาน (๑๘)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายพัดสี่เหลี่ยม

[๕๕๗-๕๖๔] ดิฉันได้ถวายพัดสี่เหลี่ยมแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๐. ตาลปัณณทายิกาวิมาน (๑๙)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายพัดใบตาล

[๕๖๕-๕๗๒] ดิฉันได้ถวายพัดใบตาลแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๑. โมรหัตถทายิกาวิมาน (๒๐)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายพัดปัดยุง

[๕๗๓-๕๘๐] ดิฉันได้ถวายพัดปัดยุงที่ทำด้วยขนนกยูงแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๒. ฉัตตทายิกาวิมาน (๒๑)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายร่ม

[๕๘๑-๕๘๘] ดิฉันได้ถวายร่มแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๓. อุปาหนทายิกาวิมาน (๒๒)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายรองเท้า

[๕๘๙-๕๙๖] ดิฉันได้ถวายรองเท้าแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๔. ปูวทายิกาวิมาน (๒๓)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายขนม

[๕๙๗-๖๐๔] ดิฉันได้ถวายขนมแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๕. โมทกทายิกาวิมาน (๒๔)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายขนมต้ม

[๖๐๕-๖๑๒] ดิฉันได้ถวายขนมต้มแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

๓๖. สักขลิกาทายิกาวิมาน (๒๕)

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายน้ำตาลกรวด

[๖๑๓]

ดิฉันได้ถวายน้ำตาลกรวดแด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ฯลฯ

[๖๑๔]

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูวิมานของดิฉันนั้น

ดิฉันเป็นนางอัปสรผู้มีรูปร่างและผิวพรรณน่ารักใคร่

ทั้งยังเลอเลิศกว่านางอัปสรนับพันอีกด้วย

ขอนิมนต์พระคุณเจ้าดูผลของบุญทั้งหลายเถิด

[๖๑๕-๖๑๖] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีสว่างไสวทั่วทุกทิศอย่างนี้

(เมื่อเทพธิดาเหล่านั้นตอบปัญหาผลกรรมที่ได้ทำมาเป็นอันดีอย่างนี้แล้ว คุตติลาจารย์ก็ร่าเริงบันเทิงใจ เมื่อจะแสดงความชื่นชมยินดีของตนจึงกล่าวว่า)

[๖๑๗]

ดีจริงหนอที่ข้าพเจ้าได้มาในที่นี้ วันนี้ฤกษ์งามยามดี

เพราะข้าพเจ้าได้มาเห็นเทพอัปสร

ซึ่งมีรูปร่างและผิวพรรณที่น่ารักใคร่

[๖๑๘]

ข้าพเจ้าได้ฟังเรื่องกุศลธรรมของพวกเธอ

จักทำบุญกุศลให้มากด้วยการให้ทาน

การประพฤติธรรมสม่ำเสมอ

การสำรวมและการฝึกอินทรีย์

ข้าพเจ้านั้นจักไปสถานที่

ที่คนทั้งหลายไปแล้วไม่เศร้าโศก

คุตติลวิมานที่ ๕ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. ลตาวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๓. ปาริฉัตตกวรรคหัวข้อถัดไป๖. ทัททัลลวิมาน