ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๓. ปาริฉัตตกวรรค
  12. /
  13. ๗. เสสวดีวิมาน

๗. เสสวดีวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๕ · บรรทัด ๑๒๕๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. เปสวตีวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงชื่อเปสวดี

(เมื่อพระวังคีสเถระจะไต่ถามถึงบุพกรรมที่เทพธิดานั้นทำแล้วจึงกล่าวสรรเสริญ วิมานของเธอเสียก่อนเป็นปฐมด้วยคาถา ๗ คาถาว่า)

[๖๔๖]

(เทพธิดา) อาตมาได้เห็นวิมานสวยงาม(ของเธอ)นี้

ซึ่งมุงบังด้วยแก้วผลึก ข่ายเงินและข่ายทองคำ

มีพื้นวิจิตรตระการตาหลากสี เป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดี

เป็นที่อยู่อาศัยอันเนรมิตไว้ดีแล้ว ประกอบด้วยซุ้มประตู

ที่ลานวิมานเกลื่อนกราดไปด้วยทรายทอง

[๖๔๗]

วิมานของเธอนี้ส่องแสงสว่าง

เหมือนพระอาทิตย์บนท้องฟ้ามีรัศมีตั้งพัน

กำจัดความมืดในฤดูสารทกาล และสว่างไสวไปทั่วสิบทิศ

เหมือนเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกโชนอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืน

[๖๔๘]

วิมานนี้ประหนึ่งบาดนัยน์ตาอยู่ คล้ายกับสายฟ้าแลบ

ลอยอยู่ในอากาศ น่ารื่นรมย์ใจ

วิมานเธอนี้ก้องกังวาลไปด้วยเสียงดนตรี

คือพิณเครื่องใหญ่ กลอง ฉิ่งและกังสดาล

มั่งคั่งรุ่งเรือง ดุจเมืองพระอินทร์

[๖๔๙]

วิมานของเธอนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมระรื่น

แห่งไม้ชั้นเลิศนานาพันธุ์

ได้แก่ ดอกปทุม ดอกโกมุท ดอกอุบล

ดอกจงกลนี ดอกคัดเค้า ดอกชบา

ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศก

แย้มกลีบบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมระรื่น

[๖๕๐]

เทพธิดาผู้เรืองยศ สระโบกขรณีน่ารื่นรมย์

เรียงรายไปด้วยต้นหูกวาง ขนุนสำปะลอและต้นไม้มีกลิ่นหอม

มีทั้งไม้เลื้อยชูดอกออกช่อบานสะพรั่ง ห้อยย้อย

เกาะก่ายลงมาคล้ายกับข่ายแก้วมณี ปรากฏมีอยู่ใกล้วิมานเธอ

[๖๕๑]

บุปผชาติที่เกิดในน้ำและบนบกก็มี และพฤกษชาติเหล่าอื่น

ทั้งที่เป็นของมนุษย์ และเป็นทิพย์มิใช่เป็นของมนุษย์ก็มี

ทั้งหมดล้วนเกิดมีอยู่ใกล้วิมานของเธอ

[๖๕๒]

นี้เป็นผลแห่งการสำรวมและการฝึก ๑- อย่างไร

เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงมาเกิดในวิมานนี้

เทพธิดา ผู้มีขนตาหนางอนงาม ขอเธอจงเล่าถึงกรรม

เป็นเหตุให้เธอได้วิมานนี้ตามที่อาตมาถามตามสมควร

(ลำดับนั้น เทพธิดาตอบว่า)

[๖๕๓]

วิมานที่ดิฉันได้แล้วนี้ มีฝูงนกกระเรียน

นกยูงและนกเขาไฟเที่ยวบินร่อนร้องไปมา

ทั้งนกนางนวลและพญาหงส์ทองซึ่งเป็นนกทิพย์เที่ยวบินว่อนไปมาอยู่

และอึงคะนึงไปด้วยฝูงนกเป็ดน้ำ นกกาน้ำ

นกดุเหว่าและฝูงนกประเภทอื่นๆ

[๖๕๔]

มีไม้ดอกและไม้เลื้อยแผ่กิ่งก้านสาขานานาชนิด

มีต้นแคฝอย ต้นหว้า ต้นอโศก

ดิฉันจะเล่าเหตุผลที่ดิฉันได้วิมานนี้ถวายพระคุณเจ้า

พระคุณเจ้าโปรดฟังเถิดเจ้าค่ะ

[๖๕๕]

ข้าแต่พระคุณเจ้า ในชาติก่อน ดิฉันได้เกิดเป็นหญิงสะใภ้

ในหมู่บ้านชื่อนาฬกคาม อยู่ทางทิศตะวันออก

ของแคว้นมคธ อันรุ่งเรือง

ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นรู้จักดิฉันในนามว่า เปสวดี

[๖๕๖]

ดิฉันนั้นมีใจเบิกบาน ได้สั่งสมกุศลกรรมไว้ในชาติปางก่อนนั้น

คือได้เกลี่ยดอกคำโรยลงบูชาพระอุปติสสเถระ ๒-

ที่ทวยเทพและมนุษย์พากันบูชา

ผู้มากไปด้วยกุศลธรรม มีคุณธรรมสุดประมาณซึ่งดับกิเลสแล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ การสำรวมกายเป็นต้น และการฝึกฝนอินทรีย์เป็นต้น (ขุ.วิ.อ. ๖๕๒/๑๘๒)

@๒ พระธรรมเสนาบดี (พระสารีบุตร) (ขุ.วิ.อ. ๖๕๖/๑๘๕)

[๖๕๗]

ครั้นบูชาพระเถระผู้มีคุณอันโอฬาร ครองเรือนร่างเป็นชาติสุดท้าย

ผู้บรรลุอนุปาทิเสสนิพพานแล้ว

ดิฉันจึงละร่างมนุษย์มาเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ครอบครองวิมานในเทวโลกนี้

เปสวตีวิมานที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. ทัททัลลวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๓. ปาริฉัตตกวรรคหัวข้อถัดไป๘. มัลลิกาวิมาน