ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. นวกนิบาต
  12. /
  13. ภูตเถรคาถา

ภูตเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๖๙ · บรรทัด ๖๘๗๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. นวกนิบาต

๑. ภูตเถรคาถา

ภาษิตของพระภูตเถระ

(พระภูตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

[๕๑๘]

เมื่อใด บัณฑิตกำหนดรู้ทุกข์ว่า

ชราและมรณะเป็นทุกข์ที่ปุถุชนทั้งหลาย

ผู้ติดอยู่ในเบญจขันธ์ไม่รู้แจ้ง

เป็นผู้มีสติ เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐยิ่งกว่า

ความยินดีในวิปัสสนา มรรคและผลนั้น

[๕๑๙]

เมื่อใด บัณฑิตละตัณหาที่ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ

อันนำทุกข์มาให้

นำทุกข์อันเกิดเพราะความต่อเนื่องแห่งปปัญจธรรม ๑-

มีสติ เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีวิปัสสนา มรรค และผลนั้น

[๕๒๐]

เมื่อใด บัณฑิตสัมผัสทางอันสูงสุด ปลอดโปร่ง

ที่ให้ลุถึงมรรคมีองค์ ๘ เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด

ด้วยปัญญา มีสติ เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนามรรคและผลนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมเครื่องเนิ่นช้า หมายถึงธรรมที่ทำการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายให้ยึดยาวออกไป ซึ่งได้แก่

@ราคะ ความกำหนัด มานะ ความถือตัวเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๑๙/๑๘๐)

[๕๒๑]

เมื่อใด บัณฑิตเจริญสันตบท ๑- ซึ่งไม่มีความเศร้าโศก

ปราศจากกิเลสดุจธุลี อันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้

เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด ตัดกิเลสเครื่องผูกพันคือสังโยชน์

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนา มรรค และผลนั้น

[๕๒๒]

เมื่อใด กลองคือเมฆพรั่งพรูไปด้วยสายฝน

คำรามอยู่ในท้องฟ้า ซึ่งเป็นทางไปของฝูงนกโดยรอบ

และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา ยังเข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

[๕๒๓]

เมื่อใด บัณฑิตมีจิตเบิกบาน นั่งเข้าฌานอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย

ซึ่งดารดาษไปด้วยดอกโกสุม มีดอกไม้ป่าเป็นช่อสวยงาม

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

[๕๒๔]

เมื่อใด มีฝนฟ้าร้องในเวลากลางคืน

ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยวงาก็พากันยินดีในป่าใหญ่ที่สงัด

และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

[๕๒๕]

เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตนได้

เข้าถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความกระวนกระวายใจ

ปราศจากกิเลสที่ตรึงใจโดยสิ้นเชิง เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๑/๑๘๐)

[๕๒๖]

เมื่อใด ภิกษุมีความสุข

กำจัดกิเลสที่เป็นมลทินที่ตรึงใจและความโศกได้

ไม่มีกลอนประตูคืออวิชชา ไม่มีป่าคือตัณหา

ปราศจากลูกศรคือกิเลส

ทั้งทำอาสวะให้สิ้นไปได้หมด เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

นวกนิบาต จบ

รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ

๑. พระภูตเถระที่เห็นธรรมโดยถ่องแท้

เป็นดุจนอแรดรูปเดียว

และในนวกนิบาต มี ๙ คาถา ฉะนี้แล

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. มหาปันถกเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖นวกนิบาตหัวข้อถัดไป๑. กาฬุทายีเถรคาถา