ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. ทสกนิบาต
  12. /
  13. ๓. มหากัปปินเถรคาถา

๓. มหากัปปินเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๗๒ · บรรทัด ๖๙๖๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. มหากัปปินเถรคาถา

ภาษิตของพระมหากัปปินเถระ

(พระมหากัปปินเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

[๕๔๗]

ผู้ใดย่อมเห็นประโยชน์ที่เกื้อกูลและไม่เกื้อกูล

ทั้งสองที่ยังมาไม่ถึงนั้นได้ก่อน

ผู้ที่เป็นศัตรูหรือมิตรของผู้นั้น

คอยหาช่องทางอยู่ก็ย่อมไม่เห็น

[๕๔๘]

ผู้ใดเจริญอานาปานสติให้บริบูรณ์ด้วยดี

อบรมมาโดยลำดับ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้

ผู้นั้นยังโลกนี้ให้สว่างไสว

เหมือนดวงจันทร์พ้นจากเมฆ

[๕๔๙]

จิตของเราผ่องแผ้วหนอ

ได้รับอบรมด้วยดีอย่างไม่มีประมาณ

เป็นจิตรู้แจ้งแทงตลอดและประคองไว้ดีแล้ว

ย่อมสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ

[๕๕๐]

ผู้มีปัญญาถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็เป็นอยู่ได้

ส่วนคนมีทรัพย์ แต่ไม่มีปัญญา ก็เป็นอยู่ไม่ได้

[๕๕๑]

ปัญญาเป็นเครื่องตัดสินเรื่องที่ได้ฟังมา

เป็นเหตุเจริญชื่อเสียงและความสรรเสริญ

นรชนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้

แม้ในเวลาที่ตนตกทุกข์ ก็ยังประสบสุขได้

[๕๕๒]

ธรรมนี้มิใช่มีแต่วันนี้

ไม่น่าอัศจรรย์ ทั้งมิใช่ไม่เคยมีมา

ในโลกที่สัตว์เกิดสัตว์ตายจะไม่เคยมีได้อย่างไร

[๕๕๓]

เมื่อสัตว์เกิดมาแล้วจะต้องตายต่อจากการมีชีวิตแน่แท้

สัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้วๆ ในโลกนี้ย่อมตายทั้งนั้น

เพราะสัตว์ทั้งหลายมีความเกิด ความตายเป็นธรรมดาอย่างนี้

[๕๕๔]

การที่คนอื่นๆ ร้องไห้ถึงผู้ที่ตายไป

เพื่อต้องการให้ผู้ที่ตายไปนั้นมีชีวิต

ไม่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ตายไป

การร้องไห้นี้นำยศมาให้ไม่ได้

นำความสรรเสริญมาให้ก็ไม่ได้

ทั้งสมณพราหมณ์ก็ไม่สรรเสริญเลย

[๕๕๕]

ดวงตาและร่างกายของผู้ร้องไห้ย่อมร่วงโรย

ผิวพรรณ กำลัง และความคิดก็เสื่อม

พวกคนที่เป็นศัตรูของผู้ร้องไห้นั้นย่อมยินดี

ส่วนพวกที่เป็นมิตรของเขาก็ย่อมไม่มีความสุขไปด้วย

[๕๕๖]

เพราะฉะนั้นแล บุคคลพึงปรารถนาท่านผู้เป็นนักปราชญ์

และท่านผู้เป็นพหูสูตซึ่งสามารถทำกิจของตนให้สำเร็จได้

ด้วยกำลังปัญญาให้อยู่ในสกุล

เหมือนคนทั้งหลายข้ามแม่น้ำที่เต็มเปี่ยมได้ด้วยเรือ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. เอกวิหาริยเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖ทสกนิบาตหัวข้อถัดไป๔. จูฬปันถกเถรคาถา