ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. วีสตินิบาต
  12. /
  13. ๔. รัฏฐปาลเถรคาถา

๔. รัฏฐปาลเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๘๘ · บรรทัด ๗๕๐๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. รัฏฐปาลเถรคาถา

ภาษิตของพระรัฏฐปาลเถระ

(พระรัฏฐปาลเถระได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๗๖๙]

ขอเชิญโยมมารดาบิดาทรงดูอัตภาพ

ที่ผ้าและอาภรณ์เป็นต้น ทำให้วิจิตร

มีกายเป็นแผล มีกระดูก ๓๐๐ ท่อนเป็นโครงร่าง

กระสับกระส่ายที่พวกคนเขลาดำริหวังกันส่วนมาก

ซึ่งไม่มีความยั่งยืนตั้งมั่น

[๗๗๐]

ขอเชิญโยมมารดาบิดาทรงดูรูปที่สตรีใช้แก้วมณีและต่างหู

แต่งให้วิจิตร ซึ่งมีหนังหุ้มกระดูกไว้ภายใน งามพร้อมเสื้อผ้า

@เชิงอรรถ :

@๑ โสดาปัตติมรรค (ขุ.เถร.อ. ๒/๗๖๖/๓๑๘)

[๗๗๑]

เท้าทั้งสองย้อมด้วยครั่งสด หน้าทาด้วยจุรณ

ก็สามารถทำคนเขลาให้ลุ่มหลง

แต่ไม่สามารถทำคนที่แสวงหาฝั่งคือนิพพานให้ลุ่มหลงได้

[๗๗๒]

ผมที่ตบแต่งให้เป็นลอนดังกระดานหมากรุก

ตาทั้งสองที่หยอดด้วยยาหยอดตาก็สามารถทำคนเขลาให้ลุ่มหลง

แต่ไม่สามารถทำคนที่แสวงหาฝั่งคือนิพพานให้ลุ่มหลงได้

[๗๗๓]

กายที่มีสภาพเปื่อยเน่าเป็นธรรมดาซึ่งตบแต่งแล้ว

เหมือนกล่องยาหยอดตาใหม่ๆ ที่งดงาม

ก็สามารถทำคนเขลาให้ลุ่มหลง

แต่ไม่สามารถทำคนที่แสวงหาฝั่งคือนิพพานให้ลุ่มหลงได้

[๗๗๔]

นายพรานเนื้อดักบ่วงไว้แล้ว เนื้อไม่มาติดบ่วง

เราทั้งหลาย(ฝูงเนื้อ)กินเหยื่อแล้วหลบหนีไป

เมื่อนายพรานกำลังคร่ำครวญอยู่

[๗๗๕]

เราทั้งหลายกัดบ่วงของพรานเนื้อขาดแล้ว เนื้อไม่ติดบ่วง

เรากินเหยื่อแล้วหลบหนีไป เมื่อพรานเนื้อกำลังเศร้าโศกอยู่

[๗๗๖]

อาตมาเห็นผู้คนที่มีทรัพย์ในโลก ได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้ว

ไม่ยอมให้(ใคร) เพราะความหลง

ได้ทรัพย์แล้ว เก็บสะสมไว้ และปรารถนากามคุณยิ่งๆ ขึ้นไป

[๗๗๗]

พระราชาทรงกดขี่ ช่วงชิงเอาแผ่นดิน

ทรงครอบครองแผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครล้อมรอบ

ตลอดสมุทรสาครฝั่งนี้ ยังไม่ทรงพอ

ยังทรงปรารถนาจะครอบครองสมุทรสาครฝั่งโน้นอีก

[๗๗๘]

ทั้งพระราชาและคนอื่นเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ปราศจากตัณหา

เข้าถึงความตาย ยังไม่เต็มตามที่ต้องการเลย

ก็ละทิ้งร่างกายไป เพราะความอิ่มด้วยกามไม่มีในโลก

[๗๗๙]

หมู่ญาติพากันสยายผม คร่ำครวญถึงคนที่ตายนั้นและพูดว่า

ทำอย่างไรหนอ พวกญาติของเราทั้งหลายจึงจะไม่ตาย

แต่นั้นก็นำศพนั้นซึ่งห่อผ้าไว้แล้วยกขึ้นสู่เชิงตะกอนแล้วช่วยกันเผา

[๗๘๐]

ศพนั้นถูกเขาใช้หลาวแทงเผาอยู่ ละโภคทรัพย์ มีแต่ผ้าผืนเดียว

เมื่อคนจะตาย ญาติ มิตร หรือสหายก็ช่วยไม่ได้

[๗๘๑]

ทายาททั้งหลายก็ขนทรัพย์สมบัติของเขาไป

ส่วนสัตว์ที่ตายไปก็ย่อมไปตามกรรม

เมื่อตายไป ทรัพย์ไรๆ คือ บุตร ภรรยา ข้าวของ เงินทอง

และแว่นแคว้นก็ติดตามไปไม่ได้

[๗๘๒]

ทรัพย์ช่วยคนให้มีอายุยืนไม่ได้

ทั้งช่วยคนให้ละความแก่ก็ไม่ได้

นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตนั้นว่าน้อยนัก

ไม่ยั่งยืน มีความแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา

[๗๘๓]

ทั้งคนมั่งมี ทั้งคนยากจนก็ย่อมประสบเช่นนั้น

ทั้งพาลและบัณฑิตก็ประสบเหมือนกันทั้งนั้น

คนพาลนั่นแหละถูกเหตุแห่งทุกข์กระทบเข้า

ย่อมหวั่นไหวเพราะความเป็นคนโง่

ส่วนบัณฑิตถูกต้องก็ไม่หวั่นไหว

[๗๘๔]

เพราะเหตุนั้นแล ปัญญาเท่านั้นเป็นเหตุบรรลุนิพพาน

ซึ่งเป็นที่สุดแห่งภพในโลกนี้ จึงประเสริฐกว่าทรัพย์

ก็เพราะยังไม่ได้บรรลุที่สุด คนพาลทั้งหลายจึงทำแต่กรรมชั่วในภพ

น้อยภพใหญ่เพราะความเขลา

[๗๘๕]

ผู้ที่ทำกรรมชั่ว ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏร่ำไป

คนมีปัญญาน้อย เมื่อเชื่อคนที่ทำกรรมชั่วนั้น

ก็ย่อมเวียนว่ายตายเกิดร่ำไป

[๗๘๖]

โจรผู้ทำกรรมถูกเขาจับได้ตรงทาง ๓ แยก

ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน ฉันใด

หมู่สัตว์ผู้ทำกรรมชั่ว ตายไปแล้ว ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า

เพราะกรรมของตน ฉันนั้น

[๗๘๗]

เพราะกามทั้งหลายที่งดงามน่าปรารถนาชวนให้รื่นรมย์ใจ

ย่อมย่ำยีจิตโดยสภาวะต่างๆ ฉะนั้น

อาตมาเห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย จึงได้บวช มหาบพิตร

[๗๘๘]

สัตว์ทั้งหลายทั้งหนุ่มทั้งแก่ พอร่างแตกสลายก็ล่วงไป

เหมือนผลไม้สุกงอมร่วงหล่นไป

มหาบพิตร อาตมาเห็นความไม่เที่ยงแม้นี้ จึงได้บวช

ความเป็นสมณะที่ปฏิบัติไม่ผิดนั่นแหละ ประเสริฐกว่า

[๗๘๙]

อาตมาบวชด้วยศรัทธาได้ปฏิบัติชอบในพระศาสนาของพระชินเจ้า

การบวชของอาตมาไม่มีโทษ อาตมาฉันอาหารอย่างไม่เป็นหนี้

[๗๙๐]

พิจารณาเห็นกามทั้งหลายโดยความเป็นของร้อน

เงินทองโดยความเป็นศัสตรา ทุกข์ตั้งแต่ถือปฏิสนธิในครรภ์ และ

ภัยใหญ่ในนรก

[๗๙๑]

ครั้นเห็นโทษนี้แล้ว จึงได้ความสังเวชในครั้งนั้น

ในคราวนั้น อาตมานั้นเป็นผู้ถูกลูกศรคือราคะเป็นต้นทิ่มแทงอยู่

บัดนี้ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว

[๗๙๒]

อาตมาปรนนิบัติพระศาสดา

ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ปลงภาระที่หนักเสียได้

ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว

[๗๙๓]

อาตมาออกบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นอันเป็นที่สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวง

อาตมาก็ได้บรรลุแล้ว

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. เตลุกานิเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖วีสตินิบาตหัวข้อถัดไป๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา