ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. วีสตินิบาต
  12. /
  13. ๘. องคุลิมาลเถรคาถา

๘. องคุลิมาลเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๙๒ · บรรทัด ๗๗๖๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. อังคุลิมาลเถรคาถา

ภาษิตของพระองคุลิมาลเถระ

(พระองคุลิมาลเถระ ครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยภาษิตว่า)

[๘๖๖]

ท่านสมณะ ท่านยังเดินอยู่ แต่กลับกล่าวว่า เราหยุดแล้ว

และกล่าวหาเราซึ่งหยุดแล้วว่า ไม่หยุด

ท่านสมณะ เราขอถามท่านถึงความข้อนี้ที่ว่า

ท่านหยุดแล้ว แต่เราซิ ไม่หยุด อย่างไรกัน

(พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบองคุลิมาลโจรนั้นด้วยพระคาถาว่า)

[๘๖๗]

องคุลิมาล เราได้ละทิ้งโทษทัณฑ์ในสัตว์ทั้งมวลอยู่ทุกเมื่อ

ส่วนท่านซิไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย

เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่าหยุดแล้ว

ส่วนท่านชื่อว่ายังไม่หยุด

(องคุลิมาลโจร กราบทูลว่า)

[๘๖๘]

เป็นเวลานานหนอที่พระองค์ซึ่งเป็นสมณะ

ที่ชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกบูชา ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้เสด็จพระราชดำเนินมาสู่ป่าใหญ่เพื่ออนุเคราะห์ข้าพระองค์

ข้าพระองค์นั้น ได้สดับพระพุทธภาษิต

ซึ่งประกอบด้วยธรรมของพระองค์จะเลิกละบาปตั้งพัน

(พระสังคีติกาจารย์ ได้รจนา ๒ ภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๘๖๙]

ครั้นองคุลิมาลโจรกราบทูลแล้ว

ก็ได้โยนดาบและอาวุธทิ้งเหวซึ่งทั้งกว้างและลึก

ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทพระสุคต

ได้ทูลขอบวชกับพระพุทธเจ้า ณ ที่นั้นนั่นเอง

[๘๗๐]

ทันใดนั้นเอง พระพุทธเจ้า ทรงมีพระกรุณา

ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นศาสดาของชาวโลก

พร้อมทั้งเทวโลก ได้ตรัสกับองคุลิมาลโจรนั้นว่า

จงเป็นภิกษุมาเถิด เพียงเท่านี้

องคุลิมาลโจรนั้น ก็ได้เป็นภิกษุ

(พระองคุลิมาลเถระเกิดปีติโสมนัส จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๘๗๑]

ผู้ใด ประมาทแล้วในกาลก่อน

ภายหลัง ไม่ประมาท

ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว

ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ

[๘๗๒]

บาปกรรมที่ทำไว้ ผู้ใดปิดกั้นเสียได้ ด้วยกุศล

ผู้นั้น ย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว

ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ

[๘๗๓]

ภิกษุใดแลยังหนุ่มแน่น

ย่อมประกอบขวนขวายในพระพุทธศาสนา

ภิกษุนั้น ย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว

ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ

[๘๗๔]

พวกคนที่เป็นข้าศึกกับเรา

ขอเชิญสดับธรรมกถา

ขอเชิญปฏิบัติในพระพุทธศาสนา

ขอเชิญคบค้าสมาคมกับคนที่เป็นสัตบุรุษ

ซึ่งยึดมั่นแต่ธรรมเท่านั้น

[๘๗๕]

ขอเชิญสดับธรรมของท่านที่กล่าวสรรเสริญความอดทน

ชอบสรรเสริญความไม่โกรธได้ตามกาล

และขอเชิญปฏิบัติตามธรรมที่ได้สดับแล้วนั้น

[๘๗๖]

ผู้เป็นข้าศึกกับเรานั้นแล

อย่าพึงเบียดเบียนเรา หรือสัตว์ไรๆ อื่นเลย

พึงถึงความสงบอย่างเยี่ยม

และพึงรักษาคุ้มครองสัตว์ทั้งมวลเหมือนอาจารย์คุ้มครองศิษย์

[๘๗๗]

พวกคนไขน้ำก็ทำหน้าที่ไขน้ำ

พวกช่างทำศรก็ดัดลูกศร

พวกช่างไม้ก็ถากไม้

พวกบัณฑิตก็ฝึกตน

[๘๗๘]

คนฝึกช้างและคนฝึกม้าบางพวก

มีท่อนไม้ ขอและแส้จึงจะฝึกได้

เราพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้คงที่

ซึ่งไม่ต้องใช้อาชญา ไม่ต้องใช้ศัสตรา ทรงฝึกได้เลย

[๘๗๙]

แต่ก่อนเรามีชื่อว่า อหิงสกะ แต่ยังเบียดเบียนอยู่

วันนี้ เรามีชื่อที่เป็นจริง ไม่เบียดเบียนใครๆ เลย

[๘๘๐]

แต่ก่อน เราได้เป็นโจรลือชื่อทั่วไปว่า องคุลิมาล

ถูกห้วงน้ำใหญ่พัดพาไป

จนได้มาถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง

[๘๘๑]

ครั้งก่อน เรามีมือเปื้อนเลือดลือชื่อทั่วไปว่า องคุลิมาล

ดูเอาเถิด สรณคมน์ ๑-

เราถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้แล้ว

[๘๘๒]

เราได้ทำกรรมอันเป็นเหตุให้ไปทุคติเช่นนั้นไว้มาก

จึงต้องรับผลกรรม

บัดนี้ย่อมฉันโภชนะอย่างไม่เป็นหนี้

[๘๘๓]

เหล่าชนพาลที่มีปัญญาทราม

ย่อมประกอบความประมาทอยู่เนืองๆ

ส่วนผู้ที่มีปัญญาย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้

ดุจบุคคลรักษาทรัพย์อันประเสริฐที่สุดไว้

[๘๘๔]

บุคคล อย่าพึงขวนขวายความประมาท

อย่าขวนขวายหาความสนิทสนมด้วยความยินดีในกาม

เพราะผู้ที่ไม่ประมาทเพ่งพินิจอยู่

ย่อมประสบความสุขอย่างยิ่ง

[๘๘๕]

การที่เรามาสำนักพระศาสดาเป็นการดีแล้ว มิใช่ไม่ดี

การที่เราคิดจะบวชในสำนักพระศาสดานี้ก็มิใช่เป็นการคิดไม่ดี

นั่นเป็นการเข้าถึงธรรมอย่างประเสริฐ

ในพระธรรมที่พระศาสดาทรงจำแนกไว้ดีแล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ การถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง (ขุ.เถร.อ. ๒/๘๘๑/๓๖๘)

[๘๘๖]

การที่เรามายังสำนักพระผู้มีพระภาค

เป็นการมาดีแล้ว่ไม่ไร้ประโยชน์

การที่เราคิดจะบวชในสำนักของพระผู้มีพระภาคนี้

เป็นความคิดไม่เลวเลย

เราได้บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

[๘๘๗]

แต่ก่อน เราอยู่ตามป่า ตามโคนไม้ ตามภูเขา ตามถ้ำ

ทุกหนแห่ง อย่างมีใจหวาดระแวง

[๘๘๘]

พอพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว

ไม่ต้องตกอยู่ในบ่วงมือมาร จะยืน เดิน นั่ง นอน ก็เป็นสุข

[๘๘๙]

เมื่อก่อน เรามีเชื้อชาติเป็นพราหมณ์

มีครรภ์เป็นที่ถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย

วันนี้ เรานั้นเป็นโอรสของพระสุคตศาสดาผู้เป็นพระธรรมราชา

[๘๙๐]

ปราศจากตัณหา ไม่ยึดมั่น คุ้มครองทวาร สำรวมดีแล้ว

ตัดรากเหง้าแห่งทุกข์ได้แล้ว ความสิ้นอาสวะเราบรรลุแล้ว

[๘๙๑]

เราปรนนิบัติพระศาสดา

ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. ภัททิยกาลิโคธาปุตตเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖วีสตินิบาตหัวข้อถัดไป๙. อนุรุทธเถรคาถา