ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรคาถา
  10. /
  11. ติงสนิบาต
  12. /
  13. ๑. ปุสสเถรคาถา

๑. ปุสสเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๙๕ · บรรทัด ๗๙๘๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๗. ติงสนิบาต

๑. ปุสสเถรคาถา

ภาษิตของพระปุสสเถระ

(พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวภาษิตเบื้องต้นไว้ว่า)

[๙๔๙]

ฤๅษีปัณฑรสโคตรได้พบเห็นภิกษุมากรูป

ผู้น่าเลื่อมใส อบรมตน สำรวมดีแล้ว

ได้สอบถามพระปุสสเถระว่า

[๙๕๐]

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายในพระศาสนานี้

จะมีความพอใจอย่างไร มีความประสงค์อย่างไร

มีอากัปกิริยาอย่างไร

ข้าพเจ้าเรียนถามท่านแล้ว นิมนต์บอกความข้อนั้นด้วยเถิด

(พระปุสสเถระไดักล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๙๕๑]

ท่านปัณฑรสฤๅษี เชิญท่านฟังคำของอาตมา

ขอเชิญตั้งใจจดจำให้ดี

อาตมาจะบอกข้อความที่ท่านถามถึงอนาคตแก่ท่าน

[๙๕๒]

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายส่วนมาก

จักเป็นผู้มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่คุณท่าน

หัวดื้อ โอ้อวด ริษยา และมีวาทะขัดแย้งกัน

[๙๕๓]

มีความสำคัญในสัทธรรมที่ยังไม่รู้ ไม่เห็นว่ารู้ ว่าเห็น

มีความคิดในธรรมที่ลึกซึ้งว่าตื้น เป็นคนเบา

ไม่หนักแน่นในธรรม ไม่เคารพกันและกัน

[๙๕๔]

ในกาลภายหน้า โทษเป็นอันมาก

จะเกิดขึ้นในสัตว์โลก

ภิกษุทั้งหลายผู้ไร้ความคิด

จะทำธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วนี้

ให้มัวหมอง

[๙๕๕]

ทั้งจะเสื่อมจากคุณธรรม กล้าพูดในท่ามกลางสงฆ์

มีพวกมาก ปากจัด ไม่ยอมรับฟัง(ความคิดเห็นของผู้อื่น)

[๙๕๖]

ฝ่ายพวกที่มีคุณธรรม พูดในท่ามกลางสงฆ์ตามความเป็นจริง

ละอายใจ ไม่ต้องการผลประโยชน์จักมีพวกน้อย

[๙๕๗]

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายจะมีปัญญาทราม

พากันยินดี เงิน ทอง ไร่นา สวน แพะ แกะ และคนใช้ชายหญิง

[๙๕๘]

จะเป็นคนอันธพาล ชอบมุ่งแต่จะตำหนิติเตียน

ไม่ตั้งมั่นในศีล ถือตัวจัด โหดร้าย เที่ยวไป

ชอบก่อการทะเลาะวิวาท

[๙๕๙]

ทั้งจะมีใจฟุ้งซ่าน นุ่งห่มแต่จีวรสีเขียว

เที่ยวทำตัวดังพระอริยะ

[๙๖๐]

จะใช้น้ำมันแต่งผมให้งดงาม

เป็นคนเหลาะแหละเหลวไหล

ใช้ยาหยอดแต่งตา นุ่งห่มจีวรสีงาช้าง

เที่ยวไปตามถนนหนทาง

[๙๖๑]

จะรังเกียจผ้ากาสาวะซึ่งย้อมดีแล้ว

ที่พระอริยะทั้งหลายไม่รังเกียจ

เป็นธงชัยของพระอรหันต์ ชอบใช้แต่ผ้าขาว

[๙๖๒]

จะมุ่งแต่ลาภ เกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อน

รังเกียจเสนาสนะป่า

ชอบอยู่แต่เสนาสนะใกล้บ้าน

[๙๖๓]

จะไม่สำรวม เที่ยวประพฤติตามพวกภิกษุ

ที่ยินดีในมิจฉาชีพ ได้ลาภอยู่เสมอๆ

[๙๖๔]

ในกาลภายหน้า ภิกษุทั้งหลายจะไม่บูชายกย่องเหล่าภิกษุผู้ไม่

มีลาภ ทั้งจะไม่คบค้าสมาคมกับเหล่าภิกษุผู้รักษาศีลดี

ซึ่งเป็นนักปราชญ์

[๙๖๕]

จะห่มจีวรสีแดงที่คนป่าชอบย้อมใช้

พากันติเตียนผ้ากาสาวะซึ่งเป็นธงชัยของตน

บางพวกก็จะห่มจีวรสีขาว ซึ่งเป็นธงชัยของพวกเดียรถีย์

[๙๖๖]

ในกาลภายหน้า ภิกษุเหล่านั้นจะไม่มีความเคารพในผ้ากาสาวะ

ทั้งจะไม่พิจารณาใช้ผ้ากาสาวะ

[๙๖๗]

การไม่คิดพิจารณาให้ดี

ได้เป็นความเลวร้ายอย่างใหญ่หลวงของพญาช้าง

ที่ถูกลูกศรเสียบแทง

ถูกทุกขเวทนาครอบงำทุรนทุรายอยู่

[๙๖๘]

เพราะครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้างฉัททันต์

ได้เห็นผ้ากาสาวะ ซึ่งโสณุตตรพรานคลุมร่างไว้

ที่ย้อมดีแล้วเป็นธงชัยของพระอรหันต์

ได้กล่าวภาษิตที่ประกอบด้วยประโยชน์ในขณะนั้นแหละว่า

[๙๖๙]

ผู้ใดยังมีกิเลสดุจน้ำฝาด

ปราศจากทมะ ๑- และสัจจะ

จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะ

ผู้นั้นไม่ควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะเลย

[๙๗๐]

ส่วนผู้ใดพึงคลายกิเลสดุจน้ำฝาด

ตั้งมั่นดีแล้วในศีล ประกอบด้วยทมะและสัจจะ

ผู้นั้นแหละควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะได้

@เชิงอรรถ :

@๑ ความฝึกอินทรีย์ (ขุ.เถร.อ. ๒/๙๖๙/๔๐๔)

[๙๗๑]

ผู้ใดมีศีลวิบัติ มีปัญญาทราม ไม่สำรวมอินทรีย์

ชอบทำตามความพอใจ มีจิตฟุ้งซ่าน ทั้งไม่บริสุทธิ์

ผู้นั้นไม่ควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะเลย

[๙๗๒]

ส่วนผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจากราคะ

มีจิตตั้งมั่นดี มีความดำริในใจใสสะอาด

ผู้นั้นแหละ ควรที่จะนุ่งห่มผ้ากาสาวะได้

[๙๗๓]

ผู้ที่ไม่มีศีล ฟุ้งซ่าน มีมานะจัด เป็นคนพาล

ควรที่จะนุ่งห่มผ้าขาวเท่านั้น

ผ้ากาสาวะจะช่วยอะไรได้

[๙๗๔]

ในกาลภายหน้า ทั้งพวกภิกษุและภิกษุณี

ผู้มีใจชั่ว ไม่เอื้อเฟื้อ

จะข่มขี่ฝ่ายที่คงที่มีจิตเมตตา

[๙๗๕]

พวกที่เป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม

ไม่สำรวมอินทรีย์ ชอบทำตามความพอใจ

ถึงพระเถระทั้งหลาย จะสอนให้ครองจีวร ก็จักไม่เชื่อฟัง

[๙๗๖]

พวกเธอซึ่งเป็นคนโง่เขลา

พระอุปัชฌาย์อาจารย์สอนอย่างนั้น

ก็จะไม่เคารพกันและกัน

ไม่เอื้อเฟื้อพระอุปัชฌาย์อาจารย์

เหมือนม้าพยศไม่ยอมให้สารถีฝึก

[๙๗๗]

ครั้นกาลภายหลัง(ตติยสังคายนา)ผ่านไปแล้ว

พวกภิกษุและภิกษุณีในกาลภายหน้า จักปฏิบัติกันอย่างนี้

(ครั้นพระปุสสเถระแสดงภัยอย่างใหญ่หลวงที่ยังมาไม่ถึงนั้นจะมาถึงในกาล ภายหน้าอย่างนั้น เมื่อจะให้โอวาทแก่ภิกษุทั้งหลายที่ประชุมกัน ณ ที่นั้นอีก จึง ได้กล่าว ๓ ภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๙๗๘]

ภัยอย่างใหญ่หลวงซึ่งยังมาไม่ถึงนี้ จะมาถึงข้างหน้า

ขอท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ว่าง่าย พูดจาอ่อนหวาน

มีความเคารพกันและกัน

[๙๗๙]

มีจิตเมตตากรุณา สำรวมในศีล

ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว

บากบั่นมั่นคงเป็นประจำเถิด

[๙๘๐]

ขอชนทั้งหลายจงเห็นความประมาทโดยเป็นสิ่งที่น่ากลัว

และเห็นความไม่ประมาทโดยเป็นสิ่งที่เกษม

แล้วบำเพ็ญอัฏฐังคิกมรรคที่จะบรรลุอมตบท ๑- ได้

๒. สารีปุตตเถรคาถา

ภาษิตของพระสารีบุตรเถระ

(พระสารีบุตรเถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตแก่ภิกษุทั้งหลาย จึงได้กล่าว ภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๙๘๑]

ผู้ใดมีสติประพฤติเหมือนผู้สำรวมกาย เหมือนสัตบุรุษ

ไม่ประมาท เหมือนผู้สำรวมความคิด

ยินดีในการเจริญกรรมฐานไว้ภายใน

มีจิตตั้งมั่นดีอยู่ผู้เดียว สันโดษ

นักปราชญ์ทั้งหลาย เรียกผู้นั้นว่าเป็นภิกษุ

[๙๘๒]

ภิกษุ เมื่อฉันอาหารสดก็ตาม แห้งก็ตาม

ไม่พึงฉันให้อิ่มเกินไป ไม่พึงฉันให้น้อยเกินไป

พึงฉันแต่พอประมาณ พึงมีสติอยู่

[๙๘๓]

พึงเลิกฉันก่อนอิ่ม ๔-๕ คำ แล้วดื่มน้ำ

เท่านี้ก็เพียงพอเพื่ออยู่ผาสุก

ของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยวมุ่งนิพพาน

@เชิงอรรถ :

@๑ นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๒/๙๘๐/๔๐๗)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. ปาราสริยเถรคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖ติงสนิบาตหัวข้อถัดไป๒. สารีปุตตเถรคาถา