ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๔. มัญชิฏฐกวรรค
  12. /
  13. ๖. วิหารวิมาน

๖. วิหารวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๔๔ · บรรทัด ๑๕๐๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. วิหารวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้อนุโมทนาการถวายวิหาร

(พระอนุรุทธเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

[๗๒๙]

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

[๗๓๐]

เมื่อเธอนั้นกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงทิพย์น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจ

ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ

[๗๓๑]

ทั้งกลิ่นทิพย์หอมระรื่นชื่นใจ

ก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ

[๗๓๒]

เมื่อเธอสั่นไหวกายไปมา

เสียงเครื่องประดับที่ช้องผม(ของเธอ)ทุกส่วน

ก็เปล่งเสียงดังไพเราะ น่าฟัง ดังเสียงดนตรีเครื่องห้า

[๗๓๓]

อนึ่ง ต่างหูเพชรต้องลมสั่นไหว ก็ส่งเสียงดังไพเราะ

น่าฟัง ดังเสียงดนตรีเครื่องห้า

[๗๓๔]

แม้มาลัยบนศีรษะของเธอ มีกลิ่นหอมชื่นใจ

ก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ดุจต้นอุโลก

[๗๓๕]

เธอสูดดมกลิ่นหอมนั้น ทั้งได้เห็นรูปอันมิใช่ของมนุษย์

เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า

นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า

(เทพธิดานั้นตอบว่า)

[๗๓๖]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา

สหายของดิฉันอยู่ในกรุงสาวัตถี

ได้จัดสร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ ดิฉันได้เห็นอาคาร

และการบริจาคทรัพย์จำนวนมากอุทิศสงฆ์

เป็นที่พอใจของดิฉันเช่นนั้น จึงเลื่อมใสแล้วอนุโมทนาในบุญนั้น

[๗๓๗]

วิมานน่าอัศจรรย์ น่าทัศนา ซึ่งดิฉันได้มา

เพราะการอนุโมทนาอย่างเดียวเท่านั้น

วิมานนั้นล่องลอยไปได้โดยรอบ

ในรัศมี ๑๖ โยชน์ด้วยบุญฤทธิ์ของดิฉัน

[๗๓๘]

วิมานเรือนยอดของดิฉัน จัดแบ่งไว้แต่ละส่วนอย่างเหมาะสม

ส่องสว่างรุ่งเรือง ตลอดรัศมี ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

[๗๓๙]

อนึ่ง ที่วิมานของดิฉันนี้ มีสระโบกขรณี

ซึ่งหมู่มัจฉาทิพย์อาศัยอยู่ประจำ

มีน้ำใสสะอาด มีพื้นดารดาษด้วยทรายทอง

[๗๔๐]

ดื่นดาดด้วยบัวหลวงหลากชนิด มีบัวขาวรายล้อมไว้รอบ

ยามลมรำเพยพัดก็โชยกลิ่นหอมระรื่นจรุงใจ

[๗๔๑]

มีรุกขชาตินานาชนิด คือต้นหว้า ต้นขนุน ต้นตาล ต้นมะพร้าว

และป่าไม้เกิดเองตามธรรมชาติ ภายในนิเวศน์ มิได้มีใครปลูกไว้

[๗๔๒]

วิมานนี้กึกก้องไปด้วยดนตรีชนิดต่างๆ

เหล่าเทพอัปสรก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว

แม้นรชนที่ฝันเห็นดิฉันแล้วต้องปลื้มใจ

[๗๔๓]

วิมานน่าอัศจรรย์ น่าทัศนา มีรัศมีสว่างไสวไปทุกทิศ เช่นนี้

บังเกิดเพราะกุศลกรรมของดิฉัน

(ฉะนั้น)จึงควรแท้ที่สาธุชนจะทำบุญไว้

(พระอนุรุทธเถระประสงค์จะให้นางบอกสถานที่ที่นางวิสาขาเกิดจึงได้กล่าวคาถานี้ว่า)

[๗๔๔]

เธอได้วิมานน่าอัศจรรย์ น่าทัศนา

เพราะการอนุโมทนาอย่างเดียวเท่านั้น

ขอเธอจงบอกคติของนางวิสาขา

ผู้ที่ได้ถวายทานนั้นเถิดว่า นางเกิด ณ ที่ไหน

(เทพธิดานั้นตอบว่า)

[๗๔๕]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกาสหายของดิฉันนั้น

ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ รู้แจ้งธรรม ได้ถวายทาน

เกิดแล้วในหมู่ทวยเทพชั้นนิมมานรดี

[๗๔๖]

เป็นปชาบดีของท้าวสุนิมิตเทวราชนั้น

วิบากแห่งกรรมของนางเป็นเรื่องที่ใครๆ ไม่พึงคิด

ดิฉันได้ชี้แจงถึงคำถามที่พระคุณเจ้าถาม

ถึงที่ที่นางเกิดแด่พระคุณเจ้าแล้วตามความเป็นจริง

[๗๔๗]

ถ้าอย่างนั้น ขอนิมนต์พระคุณเจ้าโปรดชักชวนแม้คนอื่นๆ ว่า

ท่านทั้งหลายจงเต็มใจถวายทานแด่สงฆ์เถิด

และจงมีใจเลื่อมใสฟังธรรม

การได้เกิดเป็นมุษย์ที่ได้แสนยาก พวกท่านก็ได้แล้ว

[๗๔๘]

พระพุทธเจ้ามีพระสุรเสียงไพเราะดังเสียงพรหม

มีพระฉวีวรรณผุดผ่องดังทอง ผู้ทรงเป็นใหญ่ยิ่งด้วยมรรค ๑-

ได้ทรงแสดงทานใดว่าเป็นทาง(ไปสู่สุคติ)

ขอท่านทั้งหลายจงเต็มใจถวายทานนั้นแด่สงฆ์

ซึ่งเป็นบุญเขตที่ทักษิณาทานมีผลมากเถิด

[๗๔๙]

ทักขิไณยบุคคล ๔ คู่ ๘ ท่านเหล่านี้ที่ท่านผู้รู้สรรเสริญแล้ว

เป็นสาวกของพระสุคต ทานที่ถวายในบุคคลเหล่านี้มีผลมาก

[๗๕๐]

พระอริยบุคคลผู้บรรลุอริยมรรค ๔

และผู้ดำรงอยู่ในอริยผล ๔ นี้

จัดเป็นพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรง

ดำรงมั่นอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา

[๗๕๑]

มนุษย์ทั้งหลายผู้หวังบุญให้ทานอยู่

ทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

จึงถวายทานแก่สงฆ์ซึ่งมีผลมาก

[๗๕๒]

ด้วยว่า พระสงฆ์นี้มีคุณยิ่งใหญ่ ไพบูลย์

หาประมาณมิได้ ดุจทะเลเปี่ยมด้วยน้ำ

พระอริยบุคคลเหล่านี้แลเป็นผู้ประเสริฐสุด

เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร

เป็นผู้ให้แสงสว่างคือปัญญาแก่ชาวโลก ย่อมยกธรรมขึ้นแสดง

@เชิงอรรถ :

@๑ อริยมรรค (ขุ.วิ.อ. ๗๔๘/๒๒๑)

[๗๕๓]

ทานที่บุคคลถวายเจาะจงสงฆ์นั้นชื่อว่าเป็นทานที่ถวายดีแล้ว

บูชาสักการะด้วยดีแล้ว ทักษิณาที่ถวายในสงฆ์นั้นมีผลมาก

ทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ทรงรู้แจ้งโลกก็ทรงสรรเสริญแล้ว

[๗๕๔]

เหล่าชนมาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้เกิดปีติโสมนัส

กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งมูลเหตุได้

ท่องเที่ยวไปในโลก ไม่ถูกบัณฑิตติเตียน จึงเข้าถึงแดนสวรรค์ได้

วิหารวิมานที่ ๖ จบ

ภาณวารที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. กัญชกทายิกาวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๔. มัญชิฏฐกวรรคหัวข้อถัดไป๗. จตุริตถีวิมาน