ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีคาถา
  10. /
  11. วีสตินิบาต
  12. /
  13. ๓. จาปาเถรีคาถา

๓. จาปาเถรีคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๔๖๙ · บรรทัด ๙๗๒๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. จาปาเถรีคาถา

ภาษิตของพระจาปาเถรี

(พระจาปาเถรีได้รวบรวมคาถาที่อุปกาชีวกและตนกล่าวด้วยการเปล่งอุทาน ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๒๙๒]

เมื่อก่อน ตัวเรา(เป็นปริพาชก)ถือไม้เท้า

เดี๋ยวนี้ เรานั้นกลายเป็นพรานล่าเนื้อไปเสียแล้ว

ไม่อาจข้ามจากตัณหาและเปือกตมอันร้ายกาจ ๑-

ไปสู่ฝั่งโน้นได้เลย

[๒๙๓]

เมื่อก่อน นางจาปาดูหมิ่นเราว่าเป็นคนมัวเมานัก

จึงกล่อมลูกเย้ยหยันเสียดสี

เราจะตัดความเกี่ยวข้องด้วยจาปาไปบวชเสีย

(เรากล่าวว่า)

[๒๙๔]

อย่าโกรธเลย ท่านมหาวีระ อย่าโกรธเลย ท่านมหามุนี

เพราะว่า ผู้ถูกความโกรธครอบงำแล้ว ไม่มีความบริสุทธิ์ดอก

แล้วตบะจะมีแต่ที่ไหนเล่า

@เชิงอรรถ :

@๑ กาม (ความใคร่, ความกำหนัด) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) (ขุ.เถรี.อ. ๒๙๒/๒๘๕)

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๒๙๕]

เราจะออกจากบ้านนาลา ใครจะอยู่ในบ้านนาลานี้ได้

เจ้าจะผูกเหล่าสมณะผู้เลี้ยงชีพโดยธรรมด้วยมารยาหญิงอยู่หรือ

(เรากล่าวว่า)

[๒๙๖]

มาสิ ท่านกาฬะ กลับมาเถิด

เชิญบริโภคกามเหมือนแต่ก่อน

ดิฉันและพวกญาติยอมอยู่ในอำนาจของท่าน

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๒๙๗]

จาปา เจ้ากล่าวคำอ่อนหวานเช่นใดแก่เรา

พึงเปล่งคำอ่อนหวานให้ยิ่งไปกว่านี้อีก ๔ เท่า

คำอ่อนหวานนั้นจะพึงเป็นคำจับใจบุรุษ

ผู้ยินดีในเธอเท่านั้นดอกนะ

(เรากล่าวว่า)

[๒๙๘]

ท่านกาฬะ ดิฉันซึ่งสะสวย

มีเรือนร่างงามดังต้นคนทามีดอกบานสะพรั่งอยู่บนยอดเขา

ดังเครือทับทิมมีดอกบานแล้ว

ดังต้นแคฝอยมีดอกบานสะพรั่งภายในเกาะ

[๒๙๙]

มีร่างกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์

นุ่งห่มผ้าแคว้นกาสีมีค่ามาก

เพราะเหตุไร ท่านจึงละทิ้งไปเสียเล่า

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๓๐๐]

เจ้าจะตามเบียดเบียนเราด้วยรูปที่ตกแต่ง

เหมือนอย่างพรานนกประสงค์จะตามเบียดเบียนนก

ไม่ได้ดอกนะ

(เรากล่าวว่า)

[๓๐๑]

ท่านกาฬะ ก็ผลคือลูกของเรานี้ท่านทำให้เกิดมาแล้ว

ท่านจะละทิ้งดิฉันซึ่งมีลูกไปเพื่ออะไรเล่า

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๓๐๒]

ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย มีความเพียรมาก ย่อมละพวกลูก

จากนั้นก็ละพวกญาติ ต่อจากนั้นก็ละทรัพย์

ตัดเครื่องผูกพันได้ขาด แล้วออกบวช

เหมือนพญาช้างทำเครื่องผูกให้ขาดแล้วหนีไป

(เรากล่าวว่า)

[๓๐๓]

บัดนี้ ดิฉันจะเอาท่อนไม้ทุบ

หรือเอากริชแทงลูกคนนี้ของท่านให้ล้มลงเหนือพื้นดิน

เพราะความเศร้าโศกถึงลูก

ท่านจะไปไม่ได้แน่

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๓๐๔]

ถึงเจ้าจักยอมมอบลูกให้ฝูงสุนัขจิ้งจอก(กินเป็นอาหาร)

แน่ะหญิงเลว เพราะลูกเป็นต้นเหตุ

เจ้าจักทำเราให้หวนกลับมาอีกไม่ได้ดอก

(เรากล่าวว่า)

[๓๐๕]

ท่านกาฬะผู้เจริญ บัดนี้ ท่านจักไปที่ไหน

จะเป็นหมู่บ้าน นิคม นคร ราชธานีไหน ก็เชิญเถิด

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๓๐๖]

เมื่อก่อน เราเป็นเจ้าคณะ

ไม่เป็นสมณะ แต่สำคัญตัวว่าเป็นสมณะ

ได้เที่ยวไปตามหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ทุกนคร ทุกราชธานี

[๓๐๗]

พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นตรัสรู้ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา

ทรงแสดงธรรมโปรดหมู่สัตว์เพื่อให้ละทุกข์ทั้งปวง

เราควรจักไปเฝ้าพระองค์

พระองค์จักเป็นศาสดาของเรา

(เรากล่าวว่า)

[๓๐๘]

บัดนี้ ขอท่านพึงกราบทูลพระโลกนาถผู้ยอดเยี่ยม

ถึงการถวายอภิวาทของดิฉัน

และพึงทำประทักษิณ

แล้วอุทิศส่วนบุญให้ดิฉันด้วย

(อุปกาชีวกกล่าวว่า)

[๓๐๙]

แม่จาปา ข้อที่เจ้าพูดกับเรา เรารับได้

บัดนี้เราจักกราบทูลพระโลกนาถผู้ยอดเยี่ยม

ถึงการถวายอภิวาทของเจ้า

และจักทำประทักษิณ

แล้วอุทิศส่วนบุญให้แก่เจ้าแน่

[๓๑๐]

ต่อแต่นั้น ท่านกาฬะได้เดินทางไปใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา

ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้กำลังทรงแสดงอมตบท

[๓๑๑]

คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์

และอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

[๓๑๒]

ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระองค์

ทำประทักษิณพระองค์

แล้วอุทิศส่วนบุญให้จาปา

บวชเป็นบรรพชิต บรรลุวิชชา ๓

ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. โรหิณีเถรีคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖วีสตินิบาตหัวข้อถัดไป๔. สุนทรีเถรีคาถา