ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีคาถา
  10. /
  11. วีสตินิบาต
  12. /
  13. ๔. สุนทรีเถรีคาถา

๔. สุนทรีเถรีคาถา

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๔๗๐ · บรรทัด ๙๗๘๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. สุนทรีเถรีคาถา

ภาษิตของพระสุนทรีเถรี

(สุชาตพราหมณ์ผู้เป็นบิดา เมื่อจะถามถึงเหตุแห่งการบรรเทาความเศร้าโศก จึงถามพระวาสิฏฐีเถรีด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า)

[๓๑๓]

นางผู้เจริญ เมื่อก่อน เจ้ากินลูกๆ ให้ตายไป

เจ้าเดือดร้อนอย่างยิ่งทั้งกลางวันและกลางคืน

[๓๑๔]

พราหมณี วันนี้ เจ้านั้นกินลูกหมดทั้ง ๗ คน

แม่วาสิฏฐี เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่เดือดร้อนหนักหนาเล่า

(พระวาสิฏฐีเถรีกล่าวว่า)

[๓๑๕]

ท่านพราหมณ์ ในส่วนอดีต

ลูกและหมู่ญาติของเราหลายร้อยคน

เราและท่านก็กินกันมาแล้ว

[๓๑๖]

เรานั้นรู้นิพพานที่เป็นธรรมเครื่องสลัด

ซึ่งความเกิดและความตายออกเสีย

จึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ และไม่เดือดร้อน

(พราหมณ์กล่าวว่า)

[๓๑๗]

แม่วาสิฏฐี น่าอัศจรรย์จริงหนอที่เจ้ากล่าววาจาเช่นนี้

เจ้ารู้ธรรมของใครเล่า

จึงกล่าววาจาเช่นนี้

(พระวาสิฏฐีเถรีกล่าวว่า)

[๓๑๘]

ท่านพราหมณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เสด็จมาถึงเมืองมิถิลา

ทรงแสดงธรรมโปรดหมู่สัตว์เพื่อละทุกข์ทั้งปวง

[๓๑๙]

ท่านพราหมณ์ เราฟังธรรมที่ปราศจากอุปธิกิเลส ๑-

ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

รู้แจ้งพระสัทธรรมในธรรมเทศนานั้นแล้ว

จึงบรรเทาความเศร้าโศกถึงลูกเสียได้

(สุชาตพราหมณ์กล่าวว่า)

[๓๒๐]

ถึงเรานั้นก็จักไปเมืองมิถิลาเหมือนกัน

ถ้าอย่างไร พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ก็คงจะทรงช่วยปลดเปลื้องเราจากทุกข์ทั้งสิ้นได้แน่

[๓๒๑]

พราหมณ์ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ทรงหลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิกิเลส

พระมุนีผู้ถึงฝั่งแห่งทุกข์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์นั้น

[๓๒๒]

คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์

และอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

[๓๒๓]

สุชาตพราหมณ์รู้แจ้งพระสัทธรรม

ในพระธรรมเทศนาคืออริยสัจ ๔ นั้นแล้ว

เข้าบวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว

(พระสุชาตพราหมณ์กล่าวกับนายสารถีว่า)

[๓๒๔]

มานี่สิ สารถี เธอจงกลับไป

จงมอบรถคันนี้ให้พราหมณีด้วย

และช่วยบอกนางพราหมณีถึงความสบาย ไม่เจ็บป่วยว่า

บัดนี้ สุชาตพราหมณ์บวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว

[๓๒๕]

ลำดับนั้น นายสารถีนำรถและทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ

ไปมอบให้นางพราหมณี และได้บอกนางพราหมณีถึงความสบาย

ไม่เจ็บป่วยว่า บัดนี้ สุชาตพราหมณ์บวชได้ ๓ วัน ก็ได้บรรลุ

วิชชา ๓ แล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ ปราศจากทุกข์ (ขุ.เถรี.อ. ๓๑๙/๒๙๕)

(พราหมณีกล่าวว่า)

[๓๒๖]

นายสารถี ฉันฟังเรื่องพราหมณ์ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว

ขอมอบรถม้าคันนี้และทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ

เป็นรางวัลตอบแทนเจ้าที่ให้ข่าวดี

(นายสารถีไม่ยอมรับ กลับกล่าวว่า)

[๓๒๗]

ข้าแต่พราหมณี รถม้ากับทรัพย์ ๑,๐๐๐ กหาปณะ

จงเป็นของแม่เจ้าตามเดิมเถิด

ถึงตัวข้าพเจ้าก็จักบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า

ผู้มีพระปัญญาอันประเสริฐ

(พราหมณีกล่าวกับสุนทรีธิดาว่า)

[๓๒๘]

บิดาของลูก ละช้าง ม้า โค แก้วมณี แก้วกุณฑล

และเครื่องอุปกรณ์เรือนมากมายนี้

ออกบวชเสียแล้ว

ลูกสุนทรีลูกจงบริโภคโภคสมบัติทั้งหลาย

จงเป็นทายาทรับมรดกในตระกูล นะลูก

(สุนทรีฟังคำของมารดานั้นแล้ว เมื่อจะประกาศความที่ตนตั้งใจจะออกบวช จึงได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)

[๓๒๙]

บิดาของลูกกระทบกระเทือนใจ

เพราะความเศร้าโศกถึงลูกชาย

จึงละช้าง ม้า โค แก้วมณี แก้วกุณฑล

และอุปกรณ์เรือนที่น่ารื่นรมย์นี้ออกบวช

ถึงลูกก็กระทบกระเทือนใจ

เพราะความเศร้าโศกถึงพี่ชายมาก

ก็จักออกบวชด้วย

(ลำดับนั้น มารดาเมื่อจะชักนำสุนทรีธิดาในทางเนกขัมมะ จึงได้กล่าวภาษิต เหล่านี้ว่า)

[๓๓๐]

ลูกสุนทรี ขอความดำริของลูกจงสำเร็จตามที่ลูกปรารถนาเถิด

ลูกเมื่อใช้สอยสิ่งเหล่านี้ คือ ก้อนข้าวที่พึงลุกขึ้นยืนรับ

การเที่ยวแสวงหาอาหาร และนุ่งห่มผ้าบังสุกุล

จงเป็นผู้ไม่มีอาสวะในโลกหน้าเถิด

(พระสุนทรีจึงกล่าวขออนุญาตพระภิกษุณีผู้เป็นอุปัชฌาย์ว่า)

[๓๓๑]

ข้าแต่แม่เจ้า ดิฉันเมื่อเป็นสิกขมานา

ก็ชำระทิพยจักขุให้หมดจดได้แล้ว

ดิฉันระลึกรู้ถึงชาติก่อนที่เคยอยู่อาศัยมาได้

[๓๓๒]

ข้าแต่แม่เจ้า ผู้มีคุณความดีเป็นผู้งามในหมู่พระเถรี

เพราะอาศัยแม่ท่าน ดิฉันบรรลุวิชชา ๓

ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

[๓๓๓]

ข้าแต่แม่เจ้า โปรดอนุญาตเถิดเจ้าค่ะ

ดิฉันประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี

จักบันลือสีหนาทในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

(พระสุนทรีเถรีไปถึงกรุงสาวัตถีแล้ว เข้าไปยังพระวิหาร ได้เห็นพระศาสดา

ประทับนั่งอยู่บนธรรมาสน์ จึงพูดกับตนเองว่า)

[๓๓๔]

สุนทรีท่านจงดูพระศาสดาผู้มีพระรัศมีดังทองคำ

มีพระฉวีวรรณเรืองรองดังทองคำ

ทรงฝึกเหล่าชนที่ใครๆ ฝึกไม่ได้

ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ

(กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า)

[๓๓๕]

ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรหม่อมฉันผู้ชื่อว่าสุนทรี

ซึ่งหลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิกิเลส

ปราศจากราคะ ไม่เกาะเกี่ยว

ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้วมาเฝ้าอยู่

[๓๓๖]

ข้าแต่พระมหาวีระ สุนทรีสาวิกาของพระองค์

ออกจากกรุงพาราณสี มาเฝ้าพระองค์

ถวายอภิวาทพระยุคลบาทอยู่

[๓๓๗]

พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของหม่อมฉัน

ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นพราหมณ์

หม่อมฉันเป็นธิดาซึ่งเกิดแต่พระอุระ

เกิดแต่พระโอษฐ์ของพระองค์

ไม่มีอาสวะ ทำกิจเสร็จแล้ว

(ลำดับนั้น พระศาสดาเมื่อจะชมเชยการมาเฝ้าของนาง จึงได้ตรัสว่า)

[๓๓๘]

สุนทรีผู้เจริญ เธอมาดีแล้ว มาไม่เลวเลย

เพราะว่าผู้ที่ฝึกแล้วอย่างนี้ ปราศจากราคะ

ไม่เกาะเกี่ยว ไม่มีอาสวะ

ทำกิจเสร็จแล้ว ย่อมมากราบเท้าพระศาสดา

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. จาปาเถรีคาถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖วีสตินิบาตหัวข้อถัดไป๕. สุภากัมมารธีตาเถรีคาถา