ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๗. สุนิกขิตวรรค
  12. /
  13. ๗. กัณฐกวิมาน

๗. กัณฐกวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๘๑ · บรรทัด ๒๖๒๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. กัณฐกวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่ม้ากัณฐกะ

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

[๑๑๗๑]

ในคืนวันเพ็ญ ดวงจันทร์มีรอยรูปกระต่าย เป็นใหญ่กว่าหมู่ดาว

มีหมู่ดาวนักษัตรแวดล้อม โคจรไปโดยรอบฉันใด

[๑๑๗๒]

ทิพยวิมานนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น น่าอยู่

มีรัศมีรุ่งโรจน์ในเทพบุรี เหมือนพระอาทิตย์กำลังอุทัย

[๑๑๗๓]

มีพื้นน่ารื่นรมย์ วิจิตรด้วยแก้วไพฑูรย์ ทองคำ แก้วผลึก

เงิน แก้วลาย แก้วมุกดา และทับทิม

[๑๑๗๔]

ลาดด้วยแก้วไพฑูรย์ ปรางค์ปราสาททั้งหลายของท่าน

งามน่ารื่นรมย์ ปราสาทซึ่งเนรมิตไว้ดีแล้ว

[๑๑๗๕]

สระโบกขรณีของท่านน่ารื่นรมย์

มีหมู่มัจฉาทิพย์อาศัยอยู่เนืองแน่น

น้ำใสสะอาด มีพื้นลาดด้วยทรายทองคำ

[๑๑๗๖]

ดารดาษด้วยบัวหลวงหลากชนิด บัวขาวรายล้อมอยู่รอบ

ยามลมพัด ก็โชยกลิ่นหอมระรื่นจรุงใจ

[๑๑๗๗]

ทั้งสองข้างสระโบกขรณีของท่านนั้น มีพุ่มไม้เนรมิตไว้ดีแล้ว

ซึ่งประกอบด้วยไม้ดอกและไม้ผลทั้งสองอย่าง

[๑๑๗๘]

เทพอัปสรทั้งหลายพากันมาบำรุงท่านผู้นั่งบนบัลลังก์เท้าทองคำ

ที่ปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์อันอ่อนนุ่ม ดังบำรุงท้าวสักกเทวราช

[๑๑๗๙]

พวกนางแต่งองค์ด้วยเครื่องประดับทั้งมวล

ประดับด้วยพวงดอกไม้ต่างๆ บำเรอท่านผู้มีฤทธิ์มากให้รื่นรมย์

ท่านรื่นเริงบันเทิงใจ ดังท้าววสวัตดีเทวราช

[๑๑๘๐]

ท่านมีความยินดีในการฟ้อนรำ ขับร้อง และประโคมดนตรี

รื่นรมย์อยู่ด้วยกลอง สังข์ ตะโพน พิณ และบัณเฑาะว์

[๑๑๘๑]

ท่านมีรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะหลายอย่าง

ล้วนเป็นทิพย์ น่ารื่นรมย์ สมความประสงค์

[๑๑๘๒]

ในวิมานอันประเสริฐนั้น ท่านเป็นเทพบุตรผู้มีรัศมีรุ่งเรืองมาก

มีผิวพรรณรุ่งโรจน์ยิ่ง ดังพระอาทิตย์กำลังอุทัย

[๑๑๘๓]

นี้เป็นผลของทาน หรือศีล หรือการกราบไหว้ของท่าน

อาตมาถามแล้ว ท่านโปรดบอกผลกรรมนั้นแก่อาตมาเถิด

[๑๑๘๔]

เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๑๑๘๕]

ข้าพเจ้าคือพญาม้ากัณฐกะ เป็นสหชาต ๑- กับพระราชโอรสของ

พระเจ้าสุทโธทนะในกรุงกบิลพัสดุ์ราชธานีที่อุดมของกษัตริย์ศากยวงศ์

[๑๑๘๖]

คราวเมื่อพระราชโอรสพระองค์นั้นเสด็จออก

เพื่อพระโพธิญาณในเวลาเที่ยงคืน

พระองค์ทรงใช้ฝ่าพระหัตถ์ที่อ่อนนุ่ม มีพระนขาที่แดงปลั่ง

[๑๑๘๗]

กระตุ้นข้าพเจ้า และได้รับสั่งว่า

พาไปซิ สหาย เราบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณอันสูงสุดแล้ว

จักช่วยสัตว์โลกให้ข้ามโอฆสงสาร

[๑๑๘๘]

เมื่อข้าพเจ้าฟังพระดำรัสนั้น มีความหรรษาร่าเริงมาก

คราวนั้นข้าพเจ้ามีใจยินดีเบิกบานรับพระดำรัส

[๑๑๘๙]

พอรู้ว่าพระศากยบุตรผู้ทรงยศใหญ่ประทับนั่งบนหลังข้าพเจ้าแล้ว

ข้าพเจ้าก็บันเทิงเบิกบานใจได้นำเสด็จพระมหาบุรุษออกไป

@เชิงอรรถ :

@๑ เกิดวันเดียวกัน (ขุ.วิ.อ. ๑๑๘๕/๓๗๒)

[๑๑๙๐]

ถึงแคว้นของกษัตริย์เหล่าอื่น เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น

พระมหาบุรุษนั้นก็ทรงละข้าพเจ้าและฉันนะอำมาตย์ไว้

มิได้ทรงอาลัย แล้วเสด็จหลีกไป

[๑๑๙๑]

ข้าพเจ้าได้เลียพระบาททั้งสองซึ่งมีพระนขาแดงของพระองค์

และได้ร้องไห้มองดูพระมหาวีระผู้กำลังเสด็จไป

[๑๑๙๒]

เพราะไม่ได้พบเห็นพระศากยบุตรผู้ทรงสิริพระองค์นั้น

ข้าพเจ้าจึงป่วยหนักแล้วตายอย่างฉับพลัน

[๑๑๙๓]

ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ประกอบด้วยความเลื่อมใสนั้นแหละ

ข้าพเจ้าจึงมาอยู่ครอบครองวิมานนี้

ซึ่งประกอบด้วยกามคุณทิพย์ทุกอย่าง ในเทพบุรีนี้เอง

[๑๑๙๔]

อนึ่ง เพราะมีความยินดีที่ได้ฟังข่าวการบรรลุพระโพธิญาณ

เพราะมีกุศลเป็นมูลเหตุนั้นนั้นแหละ

ข้าพเจ้าก็จักบรรลุความสิ้นอาสวะได้

[๑๑๙๕]

ท่านผู้เจริญ ถ้าพระคุณเจ้าจะพึงไป

สำนักพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ขอพระคุณเจ้าช่วยกราบทูลพระองค์ถึงการถวายอภิวาท

ด้วยเศียรเกล้าตามคำของข้าพเจ้าด้วยเถิด

[๑๑๙๖]

แม้ข้าพเจ้าก็จักไปเฝ้าพระชินเจ้าซึ่งหาบุคคลอื่นเปรียบมิได้

เพราะว่าการได้เห็นพระโลกนาถผู้คงที่หาได้ยาก

(พระสังคีติกาจารย์ได้รจนาคาถาไว้ ๒ คาถา ดังนี้ว่า)

[๑๑๙๗]

กัณฐกเทพบุตรนั้นเป็นผู้กตัญญูกตเวที เข้าไปเฝ้าพระศาสดา

ฟังพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ

แล้วชำระธรรมจักษุให้บริสุทธิ์ ๑-

@เชิงอรรถ :

@๑ บรรลุโสดาปัตติมรรค (ขุ.วิ.อ. ๑๑๙๗/๓๗๔)

[๑๑๙๘]

ครั้นชำระทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาสให้บริสุทธิ์แล้ว

ถวายอภิวาทพระยุคลบาทพระศาสดาแล้วหายไป ณ ที่นั้นนั่นเอง

กัณฐกวิมานที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. โคปาลวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๗. สุนิกขิตวรรคหัวข้อถัดไป๘. อเนกวัณณวิมาน