ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๗. สุนิกขิตวรรค
  12. /
  13. ๘. อเนกวัณณวิมาน

๘. อเนกวัณณวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๘๒ · บรรทัด ๒๖๗๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. อเนกวัณณวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่เทพบุตรผู้มีรัศมีหลากสี

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

[๑๑๙๙]

ท่านมีหมู่เทพอัปสรแวดล้อม ขึ้นวิมานมีรัศมีต่างๆ

วิจิตรมากมาย เป็นที่ระงับความกระวนกระวายและความเศร้าโศก

บันเทิงอยู่ ดังท้าวสุนิมมิตเทวราชผู้เป็นใหญ่กว่าเทวดา

[๑๒๐๐]

ไม่มีผู้เสมอเหมือนท่าน อนึ่ง ไม่มีใครที่ไหนยิ่งไปกว่าท่าน

ทั้งด้านบริวารยศ ด้านบุญ และด้านฤทธิ์

ทวยเทพทั้งมวลและหมู่เทพชั้นดาวดึงส์พากันมาประชุม

นอบน้อมท่าน ดังเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนอบน้อมดวงจันทร์

และเทพอัปสรเหล่านี้พากันมาฟ้อนรำขับร้อง

ให้ความบันเทิงใจรอบๆ ท่าน

[๑๒๐๑]

ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก

เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๑๒๐๒]

เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๑๒๐๓]

ท่านผู้เจริญ เมื่อก่อนข้าพเจ้านั้นเป็นพระสาวก

ของพระชินเจ้าทรงพระนามว่าสุเมธ

ยังเป็นปุถุชน มิได้ตรัสรู้ บวชอยู่ ๗ พรรษา

[๑๒๐๔]

เมื่อพระชินเจ้าทรงพระนามว่าสุเมธผู้เป็นพระศาสดา

ทรงข้ามโอฆะ ๑- ได้แล้ว ผู้คงที่ เสด็จปรินิพพานแล้ว

ข้าพเจ้านั้นไหว้รัตนเจดีย์ซึ่งคลุมด้วยข่ายทองคำ

แล้วได้ทำใจให้เลื่อมใสในพระสถูป

[๑๒๐๕]

ข้าพเจ้ามิได้ให้ทาน ก็เพราะข้าพเจ้าไม่มีวัตถุสิ่งของที่จะให้

แต่ได้ชักชวนคนอื่นๆ ในการให้ทานนั้นว่า

ขอเชิญท่านทั้งหลายบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

ของพระพุทธเจ้าผู้ควรบูชานั้น

ว่ากันว่า ด้วยการบูชาพระบรมสารีริกธาตุอย่างนี้

ท่านทั้งหลายละจากอัตภาพนี้แล้วจักไปสู่สวรรค์

[๑๒๐๖]

ข้าพเจ้าได้ทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้

ตนเองจึงเสวยสุขอันเป็นทิพย์

บันเทิงอยู่ในท่ามกลางหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ทั้งยังไม่หมดบุญ

อเนกวัณณวิมานที่ ๘ จบ

๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่มัฏฐกุณฑลีมาณพ

ผู้ทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าก่อนสิ้นใจ

(พราหมณ์ถามเทพบุตรตนนั้นว่า)

[๑๒๐๗]

เจ้าประดับตกแต่งร่างกาย ใส่ต่างหูเกลี้ยง

ทัดทรงดอกไม้ มีกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง

ประคองแขนคร่ำครวญอยู่กลางป่า

เจ้าเป็นทุกข์เรื่องอะไร

@เชิงอรรถ :

@๑ ห้วงน้ำคือกิเลส

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. กัณฐกวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๗. สุนิกขิตวรรคหัวข้อถัดไป๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน